ข่าวล่าสุดลอยตามลม (802.11g) มาว่าเดี๋ยวนี้ในห้องเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศโลกที่หนึ่งนั้น นักศึกษาเลือกใช้เครื่อง Mac จากบริษัท Apple มากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จากบริษัท Dell แล้วครับ
อ่านรายละเอียดของข่าวได้ที่ Apple is again number 1 in higher education (laptop sales) ครับ
เรื่องเครื่อง Mac หรือเครื่อง Dell นั้น ผมยังไม่มีความเห็นในตอนนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือรูปประกอบในข่าวนี้ครับ

จากข่าวบอกว่าเป็นรูปถ่ายมาจากห้องบรรยายใน University of Missouri, School of Journalism ผมเดาว่าเป็นในวิชาระดับปริญญาตรี ไม่น่าจะเกินปีหนึ่งปีสอง เพราะจำนวนนักศึกษาเยอะ
เห็นไหมครับ นักศึกษาเกือบทุกคนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบขณะฟังบรรยาย
ในขณะประเทศไทยนั้นยังถกเถียงกันไม่สิ้นว่า คอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ต (และใช้งานได้จริง) จะมีส่วนช่วยในการศึกษาจริงหรือไม่จริง
สำหรับผมแล้ว เหมือนเถียงกันในยุคก่อนประวัติศาสตร์ว่าตัวอักษรเขียนนั้นจะมีประโยชน์ในการเรียนมากกว่าการสอนปากเปล่าหรือไม่ สมุดจดจะดีกว่ากระดานชนวนจริงหรือ หลอดไฟจะดีกว่าเทียนไขไหม ฯลฯ
เฮ้อ...
อาจารย์ค่ะ
ถ้าเป็นนักศึกษาแถวบ้านเรานี่ หนูไม่แน่ใจว่าถ้ามีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต นักศึกษาจะหาข้อมูลระหว่างฟังคำบรรยาย หรือ เข้าไปเล่น Hi5 คะ คงต้องลองดูคะ
นั่นนะสิครับ แต่ปัจจุบันที่เป็นสมุดจด นักศึกษาเราก็ใช้วาดการ์ตูนเล่น แล้วก็นั่งคุยกันครับ
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือขึ้นมายังมีนักศึกษาไทย ... ประมาณนี้
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
เห็นด้วยครับ ว่าถ้าเรา focus ปัญหาไปอยู่ที่พัฒนาการเรียนการสอนและมองเทคโนโลยีว่าเป็นเครื่องมือช่วยดีกว่าการมองว่าเทคโนโลยีจะทำให้เกิดปัญหาครับ
โห มองไม่เห็นฝุ่นเลยครับ...
เรา..ยังทะเลาะกันไม่จบอย่างอาจารย์ว่า...
เรามีพระองค์ท่านทรงเป็นสติของประเทศ
แต่ไม่สำเหนียกกัน..เน๊าะ
เท่าที่เห็นใน class ประมาณ ๔๐ คน ที่ UMD จะมีนักศึกษาเอามาเครื่องขึ้นมาตั้งสัก ๕ เครืื่องได้มั้งคะ เดาว่าบางคนอาจจะ access blackboard ดู powerpoint ของอาจารย์ หรือบางคนอาจจะกำลัง taping เสียงอาจารย์ แต่ก็แน่นอนว่าอาจจะกำลังสื่อสารกับเพื่อนร่วมห้องหรือเพื่อนที่อื่นอยู่ แต่ส่วนใหญ่เท่าที่ดู เด็กจะมี comp กันกว่าครึ่ง จะหยิบมาใ้ช้หรือไม่ใช้เท่านั้นเอง.. class ที่ observe นี้เป็น senior class แล้วค่ะ
บอกได้อย่างเดียวว่าการเปิดคอมพ์ไปเรียนไป มักจะไม่ค่อยได้ผลค่ะ น่าจะใช้ได้กับบางวิชาเท่านั้น ส่วนใหญ่เด็กจะรู้แล้วว่าควรใช้อุปกรณ์การเรียนอะไรถึงจะเหมาะกับตัวเองเพราะเป็นปี ๔ แล้วล่ะค่ะ ถ้าเป็นปี ๑ ปี ๒ ล่ะก็ต่างกัน..อันนี้สังเกตจากเด็กไทยของเราเอง..เด็กปี ๔ จะ mature ขึ้นเยอะกว่าเมื่อตอนปี ๒ เยอะเลยค่ะ
ผมคิดว่าเราควรเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับวิชานะครับ บางวิชาที่ผมมีปัญหาทางภาษาผมคิดว่าใช้อินเตอร์เน็ตหาข้อมูลประกอบคำบรรยายก็เข้าใจดี บางวิชาต้องวาดรูปใช้ดินสอก็ดี บางวิชาแทบไม่ต้องใช้อะไรเลย แค่หลับตานึกภาพ
แต่ก็เห็นได้บ่อยๆที่อาจารย์จะบังคับเด็กให้ทำแบบที่แกต้องการ เช่นห้ามใช้ดินสอเดี๋ยวไม่มีความมั่นใจ ห้ามใช้คอมเพราะเดี๋ยวนักเรียนจะเสียสมาธิเอง หรือห้ามหลับตาคิดเพราะจะหลับ (หึหึ) แต่มันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ตัวอาจารย์เชื่อว่าจะให้ผลประโยชน์แก่นักเรียน ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ยังเถียงกันไม่สิ้นเหมือนกัน
ผมเลยคิดว่า อาจารย์นั้นก็น่าจะมีสิทธิ์ระดับหนึ่งที่จะแนะนำวิธีการเรียนการสอนได้ แต่อาจเป็นเพราะระบบชนชั้นในไทยที่ทำให้การแนะนำนั้นกลายเป็นการบังคับไป อาจารย์หลายคนทำตัวเป็นพ่อแม่มีลูกยังเล็ก นักเรียนไม่ค่อยกล้าหือกับอาจารย์ เพราะวัฒนธรรมไทยเองและการที่นักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะขัดแย้งกับคนออกเกรด
เพ่ิมเติมสักนิด จากที่ผมค้นมาจากอินเตอร์เน็ต คิดว่ารูปนั้นเป็นรูปของนักเรียนที่ Missouri School of Journalism นะครับ
ที่ Missouri School of Journalism นั้นต้องการให้นิสิตให้ใช้โน๊ตบุคในการเรียนการสอน ซึ่งการเรียนการสอนนั้นจะ"ให้ความสำคัญ"กับเครื่องแม็ค จนมีหลายๆคนก็แอบบ่นว่าทางภาควิชาเกือบจะบังคับกันเสียมากกว่า มีการโต้แย้งบ้างเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้วหรือไม่ แต่ผมไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ ถ้าต้องการรู้ละเอียดอาจต้องลองถามคนที่เรียนที่นั่นดู
เว็บประกาศของภาควิชา http://journalism.missouri.edu/undergraduate/computer-requirements.html
ในข่าวก็ชี้ไปที่ U. of Missouri, School of Journalism ครับ ผมอ่านพลาดเอง มัวแต่สนใจแต่รูปครับ
ตอบมะปรางเปรี้ยว
นักศึกษาฝรั่งมันก็เล่น Facebook กันกระจายครับ ถ้าเดินไปตามพวก kiosk ที่ให้ใช้เน็ตตามห้องสมุดนี่ Facebook ทั้งนั้น
เรื่องว่ามี tools หรือไม่ กับมี tools แล้วเอาไปทำอะไร คิดว่าคนละประเด็นกันครับ