ยายเฉยนั้นเป็นคนมีภูมิปัญญาอยู่เต็มตัว เป็นคนแก่ที่อารมณ์ดี มีความเป็นตัวของตัวเอง ได้พบกันทำให้รู้สึกว่าตนเองโชคดีจังเลยที่มีโอกาสสัมผัสกับคนรุ่นนี้ซึ่งเป็นคลังปัญญา อีกหน่อยคนรุ่นนี้ก็จะไม่ได้อยู่ให้เราได้เรียนรู้ภูมิปัญญาอันมีค่าแล้ว
จากตลาดลานบุญ ที่ไปมาเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ครั้งมีงาน อาจาริยบูชา ๑๒ ปี วัดป่าโสมพนัส ได้พบเห็นอะไรดีๆแปลกๆ มากมาย รวมทั้งได้พบ"ยายเฉย" ด้วย
ได้ยินชื่อของ"ยายเฉย" มานานก่อนพบตัว เพราะหลายปีมาแล้ว เคยซื้อผ้าย้อมครามแม่ฑีตากับจิ๋วครั้งหนึ่ง เห็นผ้าที่เขาพาดโชว์ชิ้นหนึ่ง เห็นปุ๊ป หลงรักเลยค่ะ ชอบสีต่างๆที่สอดประสานกัน มีทั้งฟ้าครามอ่อน แก่ น้ำตาล แซมเขียวนิดๆ มีขาวหน่อยๆ มีจังหวะของการทอ จิ๋วบอกว่า ผ้าชิ้นนี้ ยายเฉยเป็นคนทั้งย้อมเส้นฝ้ายเป็นสีต่างๆ และทอมาส่ง ตามโจทย์ที่จิ๋วให้ไป โดยจิ๋วได้เล่าให้ยายเฉยฟังว่าตอนขับรถไปเชียงใหม่ ช่วงเวลาเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า เกิดสีสันต่างๆที่แสงอาทิตย์เล่นกับต้นไม้ในผืนป่า เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จึงได้มาซึ่ง "ผ้าทอสีผืนป่ายามตะวันกำลังลับฟ้า"
ผ้าชิ้นนี้ถูกนำไปตัดเป็นชุดกระโปรงที่ใส่ไปประชุมหลายประเทศ ใครเห็นเป็นต้องเข้ามาทัก เข้ามาชมผ้าใกล้ๆ ภูมิใจ และเป็นต้องเล่าเรื่องที่มาของผ้า โดยนึกทึ่งและชื่นชมยายเฉยเหลือเกิน
มาวัดครั้งนี้ดีใจมาก ได้พบตัวจริงกันเสียที
ยายเฉยไม่ได้มาตัวเปล่านำผลงานมาร่วมขาย แต่ไม่ใช่ผ้าทอ เป็นกรวยใบไม้ที่บรรจุใบไม้เหมือนใบเล็บครุฑและมีสมุนไพรอะไรไม่ทราบเหลืองๆ ตำหยาบๆใส่อยู่ตรงกลาง หอมๆ ถามแกว่านี่คืออะไร แกตอบว่า "ดอกมก" แกพูดอีสาน ผู้เขียนก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ จนต้องมีคนมาช่วยกันฟังและถ่ายทอดความหมาย กว่าจะมีคนมาช่วยฟังผู้เขียนก็ถามแกหลายครั้งว่า "อะไรนะคะ ดอกมุก เหรอ" ไม่เคยเห็นดอกมุกเลย พูดอะไรบ๊องๆจนยายเฉยหัวเราะเสียงดัง แกเป็นคนอารมณ์ดีมาก และพูดธรรมะลึกซึ้งแบบคนเข้าใจจริง
สรุปสิ่งนี้คือ ดอก หรือเครื่องหอม ที่เอาไป "มก" หรือ หมก หรือ นึ่ง เพื่อให้เก็บได้นาน เอาไปใส่ไว้ในกล่อง ในตู้เสื้อผ้าให้หอม แกขายกรวยละ ๕ บาท ยายเฉยทำดอกมกซะจนมือเหลืองไปหมด
ที่เห็นกระปุกฝาสีฟ้าในกระจาด คือกระปุกพลาสติกครีมนวดผมซึ่งหมดแล้ว ยายเฉยเอามาใส่ สีผึ้งทาปาก ที่กวนเองโดยใช้ขี้ผึ้งแท้ๆจากรังผึ้งและใส่สมุนไพรและดอกอะไรไม่ทราบ โดยที่ไม่ได้นำก้านและดอกสมุนไพรนั้นออก เรียกว่าทำแบบไม่ได้สวยงามแต่ขี้ผึ้งหอมและเนื้อเบา ทาปากแล้วนุ่มเนียนเบาริมฝีปากมาก แกใส่มาอยู่แค่ก้นๆกระปุก ขายแค่ ๒๕ บาท อีกอันใส่มาในขวดยาหม่อง ก็ซื้อมาใช้ ติดใจต้องโทรศัพท์ไปหาจิ๋วให้ช่วยสั่งแกกวนกระปุกใหญ่ๆ เอาไว้ใช้และแบ่งแจกเพื่อนฝูง ใครอยากได้จะแบ่งให้ลองใช้ของจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของเราค่ะ
จิ๋วเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่ง มีการประชุมของนักวิทยศาสตร์ นักพัฒนา และชาวบ้าน ก็มีการพูดจาประสาวิชาการกันฟุ้งไปหมด จนยายเฉยฟังมานาน ทนอยู่เฉยไม่ได้ ถามออกมาว่า "แม่นไผๆก็เว้าแต่ เทคโนโลยี ดีจังซั่น ดีจังซี่ อยากได้แนวมันไปปลูกมั่ง มีเม็ดมันขายอยู่บ่" ทำเอานักวิชาการนิ่งอึ้ง หัวเราะแทบไม่ออก
ยายเฉยนั้นเป็นคนมีภูมิปัญญาอยู่เต็มตัว เป็นคนแก่ที่อารมณ์ดี มีความเป็นตัวของตัวเอง ได้พบกันทำให้รู้สึกว่าตนเองโชคดีจังเลยที่มีโอกาสสัมผัสกับคนรุ่นนี้ซึ่งเป็นคลังปัญญา อีกหน่อยคนรุ่นนี้ก็จะไม่ได้อยู่ให้เราได้เรียนรู้ภูมิปัญญาอันมีค่าแล้ว
เราจะช่วยกันสืบทอดความรู้มากมายที่อยู่ในตัวผู้คนเหล่านี้ได้อย่างไรหนอ ลำพังแค่การไปคุยเอาความรู้ออกมาทำระบบจัดเก็บมันไม่เพียงพอต่อการคงอยู่อย่างมีชีวิตของภูมิปัญญาหรอก เราต้องทำมากกว่านั้น ดึงความรู้ในตัวคนออกมาแล้ว ต้องนำความรู้นั้นมาใช้ มาบูรณาการกับความรู้และชีวิตประจำวันของเราแต่ละคนให้ได้ เพื่อช่วยกันสร้างความเป็นไทย ที่มีรูปร่างหน้าตา กลิ่นอายที่เป็นไทยจริงๆ

สวัสดีค่ะพี่นุช
เห็นพี่ได้พบยายเฉยแล้ว น้องรู้สึกสบายใจ เพราะ ภูมิปัญญาเหล่านี้ แน่ใจว่าพี่นุช มีวิธีการจัดการ ไม่ให้สูญหายได้เป็นแน่
เอาภาพพระอาทิตยืตกดิน มาเทียบกับสีผ้า ยายเฉยค่ะ ใกล้เคียงกันไหมคะ
สวัสดีค่ะ อ.พี่นุช
ยายชื่อแนวมากเลยค่ะ ยายเฉย ชื่อเก๋ไม่เหมือนใคร โห...เวลาให้โจทย์ทอผ้านี่บอกกันนามธรรมแบบนี้เลยหรือคะ ยากนะนั่น เห็นรูปที่พี่หมอบุญรุ่งเอามาลงแล้วใช่เลย น่าจะสีประมาณนี้ค่ะ ขำยายเรื่องเทคโนโลยี่จัง มีอารมณ์ขันอย่างแรง ทำให้นึกถึงเพลง "ต้นขับขี่" ของพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ที่ชาวเขาโดนตำรวจเรียกดูใบขับขี่แต่เขาบอกว่าต้นมันเป็นยังไงล่ะ จะเด็ดใบมาฝาก ^ ^
สวัสดีค่ะพี่นุช
หายากมากๆ แล้วนะคะ คนอย่างยายเฉย น่ะค่ะ มีภูมิปัญญาอยู่ในตัวมากจริงๆ ของที่คุณยายทำขายนี้ ถ้าำนำไปขายเป็นสินค้าไฮเอ็น รับรองว่าราคาสูงมากๆ เพราะหาของทำมือชิ้นเดียว หรือของที่มีคุณค่าความเป็นไทยหรือคุณค่าทางวัฒนธรรมสูงแบบนี้ไม่ค่อยได้แล้ว
อยากได้กลิ่นหอมดอกมกมากเหมือนกัน จินตนาการเอาค่ะ แล้วก็ตอนนี้ถ้าได้ขี้ผื้งทาปากละก็ยอดไปเลยค่ะ อยู่ที่นี่ปากแห้งและแตกทุกวัน ต้องทาลิปมันตลอดค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะพี่นุช
ตามมาหายายเฉย ชอบยายเฉยจัง แกน่ารักดี เก่งจังทอผ้าจากจินตนาการของตัวเอง ชื่อเท่นะคะ
"ผ้าทอสีผืนป่ายามตะวันกำล้งลับฟ้า"
ไม่ทราบว่าเวลาพี่นุชอธิบายถึงชุดผ้านี้ให้คนต่างชาติที่ไปประชุม ถามได้บอกที่มาของสีนี้หรือเปล่าคะ ที่ออกมาได้สวยงาม ไม่เหมือนใคร
แถมยังทำดอกไม้หอมอบแห้งกับสีผึ้งอีกต่างหาก..เก่งจริงๆ
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆค่ะ
สวัสดีคะคุณนุช
"แม่นไผๆก็เว้าแต่ เทคโนโลยี ดีจังซั่น ดีจังซี่ อยากได้แนวมันไปปลูกมั่ง มีเม็ดมันขายอยู่บ่"
ยายเฉยน่ารักมาก
ไม่รู้จัก "ดอกมก" แต่เชื่อว่าผ้าของยายเฉยนั้นต้องสวยงามเป็นแน่แท้
ยายเฉยเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่เท่ห์นะคะ ^^
มาเยี่ยม
ยายเฉยนี่ไม่เฉยเลยนะครับ ที่ว่า... "แม่นไผๆก็เว้าแต่ เทคโนโลยี ดีจังซั่น ดีจังซี่ อยากได้แนวมันไปปลูกมั่ง มีเม็ดมันขายอยู่บ่"
ฮา ๆ เอิก ๆ
สวัสดีค่ะพี่นุช
เข้ามายกมือสนับสนุนว่าการสกัดภูมิปัญญามาเก็บไว้นั้น " ไม่พอ " ..ต้องลงมือทำด้วยค่ะ เพราะของหลายๆอย่างมีเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่ได้บอกเล่ามา แต่เกิดจากความชำนาญและการสังเกตแบบที่คุณยายเฉยได้ทำให้เราดูนี่แหละค่ะ..การบอกเล่าสีแล้วสามารถทอออกมาได้แบบนี้ไม่ธรรมดาเลยนะคะ เพราะนักวิชาการที่ว่าแน่ๆเวลาชาวบ้านบอกยังไม่สามารถ " ทำได้ " ก็มี..เพราะไม่เคย " เห็น " ในมุมของธรรมชาติ มีแต่การ " มอง " แต่ไม่เคย "่ เห็น "และ " เข้าใจ "..เลยซักที
สีผึ้งทาปากของคุณยายเฉยทำให้เบิร์ดนึกถึงการกวนของคุณยายจังค่ะ แต่ของคุณยายรู้สึกจะเป็นน้ำมันมะพร้าวแบบคนมอญ เดี๋ยวเบิร์ดค้นสูตรก่อนนะคะแล้วจะเอามาฝากพี่นุชค่ะ
สวัสดีค่ะทุกท่าน
ว่าแต่นุชส่งพัสดุเล็กๆไปให้พี่บางทรายนานแล้วนะ ส่งไปที่สำนักงานปฏิรูปฯ หวังว่าคงมีคนเก็บไว้ให้ คิดว่าพี่คงไม่ทราบ ช่วยถามหาหน่อยนะคะ อยากให้ได้ใช้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่ไปหารูปนี้มาให้ได้ชม
แกมีชีวิตที่ในสายตาของคนเมือง และมาตรฐานของคนเมืองต้องบอกว่า จนและลำบาก และแกก็จนและลำบากจริงๆ แต่แกไม่ได้ทำให้ความลำบากนั้นเป็นความทุกข์ สุดยอดของผู้รู้จักใช้ธรรมะในการเข้าใจและดำรงชีวิตอีกคนหนึ่งทีเดียวค่ะ
หากคุณแดงและและทุกท่านสนใจช่วยกันศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในละแวกบ้าน และสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้จริงๆ เช่นที่สกลนครนั้นชาวบ้านทุกอายุ ใช้ผ้าคราม และและนักเรียนทั้งจังหวัดแต่งผ้าครามอาทิตย์ละครั้ง ทั้งมีการบรรจุการทำผ้าย้อมครามเป็นหลักสูตรในโรงเรียนด้วย ช่วยกันหลายๆทาง ให้ความรู้อันเป็นภูมิปัญญาไทยของเรา เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้จริงๆ พี่ว่าเป็นการช่วยสร้างชาติที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นคนไทย ไม่ใช่พัฒนาเพื่อควมเป็นสมัยใหม่แล้วทุกคนคิด กินอยู่ แต่งกายเป็นตะวันตกไปหมด ฝรั่งหัวเราะชอบใจตายนะคะ
อเมริกาและแคนาดาก็เป็นตลาดผ้าย้อมครามของไทยเช่นเดียวกับยุโรป และคงเป็นตลาดเฉพาะแบบ niche market ฝรั่งที่สนใจหัตถกรรมเอเชียมีไม่น้อยค่ะ
ชุดจากผ้าทอของยายเฉยนี้แม้พี่จะไม่ได้ใช้อีกแล้ว พี่ก็ยังเก็บไว้ ด้วยประทับใจ เห็นคุณค่าของความพิเศษนี้ค่ะ
...เพราะนักวิชาการที่ว่าแน่ๆเวลาชาวบ้านบอกยังไม่สามารถ " ทำได้ " ก็มี..เพราะไม่เคย " เห็น " ในมุมของธรรมชาติ มีแต่การ " มอง " แต่ไม่เคย "่ เห็น "และ " เข้าใจ "..เลยซักที...
ไหนๆคุณเบิร์ดก็เปิดประเด็นนี้ พี่เลยขอคุยต่ออีกนิดแม้ไม่ตรงกับเรื่องที่เรากำลังคุยกันเท่าไรนัก แต่พี่คิดว่าเกี่ยวข้องและสำคัญ ในการที่นักวิชาการจะทำงานร่วมกับชาวบ้านได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ
ในสายวิชาการที่พี่จบมาคือ"การสื่อสารวิทยาศาสตร์" เขาก็เห็นจุดอ่อนของนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ ที่มักไม่ค่อยเข้าใจกลุ่มคนที่เขาต้องเกี่ยวข้อง ทำงานด้วย นักวิชาการมักสำคัญว่าตัวเองมีความรู้มากกว่าชาวบ้าน มากกว่าประชาชนทั่วไป ต้องการให้คนอื่น(ที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์) เข้าใจ ยอมรับวิทยาศาสตร์ แต่ตัวเองไม่เคยสนใจที่จะเรียนรู้ว่าชุมชนเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างไรดำรงอยู่ด้วยวิธีและวิถีชีวิตเช่นไร ชอบกล่าวแต่ว่าต้องการให้เกิดPublic Understanding of Science ตอนนี้นักวิชาการในสายการสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงมองกลับว่าที่จริงต้องมี Science(-entists) Understanding of Public สังคมจึงจะพัฒนาไปด้วยกันได้
กำลังว่าจะเขียนหนังสือในสายวิชาการที่ตัวเองเรียนมานี้อยู่ จดๆจ้องๆ จะพยายามให้เสร็จในปีนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะน้องแจ๋วแหวว
ค่ะพบคนเฒ่าคนแก่ที่มีคุณค่า ทรงภูมิปัญญาแต่เป็นคนแสนธรรมดาเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นบุญ เป็นโชคที่มีโอกาสได้พบ
ส่งที่อยู่มาให้พี่ซีคะจะแบ่งสีผึ้งไปให้ช่วยกันใช้บ้าง พี่มีกระปุกเบ้อเริ่ม จะได้ไม่ต้องใช้ลิปมัน ใช้ของภูมิปัญญาไทยเรานี่มีความสุขและได้ช่วยให้ความรู้นี้ยังคงอยู่ ยายเฉยก็มีความสุข มีรายได้จากการพึ่งปัญญาความสามารถของตนเองด้วย ความสุขนั้นหลายชั้นค่ะ
พี่คุณนายด็อกเตอร์คะ
ดีใจที่คุณแณณ
ก็เป็นผู้ที่สนใจภูมิปัญญาไทย-ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเรา คนที่ทำงานในระดับสูง ในระดับนโยบย หากสนใจและเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะช่วยการฟื้นฟูภูมิปัญญาได้อย่างยั่งยืนโดยเคารพในตัวคนที่สร้างและใช้ภูมิปัญญาด้วย
ทราบว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังร่างพระราชบัญญัติ การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น กันอยู่นะคะ
นานกว่าห้าปีพี่เคยเห็นกรมทรัพย์สินทางปัญญาทำโครงการเกี่ยวกับการสร้างคนในท้องถิ่นให้มีบทบาทในการสืบเสาะและเก็บรวบรวมภูมิปัญญาในท้องถิ่นคน โดยกล่าวว่าจะปั้นคนรุนหนุ่มสาวให้สนใจมาทำสิ่งนี้ ตอนอ่านพบโครงการก็คิดว่าเข้าท่า แต่จนบัดนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะ พี่คิดว่าเราต้องเอาจริงเรื่องนี้และเร่งมือ หวังว่าพรบ.ดังกล่าวคงจะเป็นจริงค่ะ
สีผึ้งยายเฉยนั้นพี่ก็นึกแค่ทำตลับดินเผาหรือเซรามิคและออกแบบใบแนบเล่าเรื่องราวเพื่อทำไว้แจกญาติมิตรปีใหม่ค่ะ คนข้างกายพี่เขาก็บอกให้พี่ไปเรียนวิชาจากยายเฉยค่ะตั้งแต่รู้เรื่องเลยค่ะ ความคิดตรงกับคุณแณณ
เรียน ท่านคุณนาย Dr. ผ้าสีสวยครับ JJ มีเพื่อน จบ ID จุฬา เคยย้อมผ้าอย่างนี้บ่อยๆ ตอนนี้ท่านละทางดลกไปบวชเรียน ที่วัดป่าสุขโตแล้วครับ
สวัสดีค่ะน้องอ้อยควั้น ยายเฉยนี่เป็นคนของประชาชนมากเลยค่ะ เก่งสารพัด จิตใจดี โอบอ้อมอารี มีธรรมะประจำหัวใจ
พี่สบายดีค่ะ น้องอ้อยควั้นก็คงเช่นกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์เจเจ
เพราะว่าผ้าสีสวยๆอย่างนี้ล่ะค่ะ ทำให้ยังไม่อยากละทางโลกเท่าไหร่ แต่ก็เกือบๆแล้วค่ะ อยู่บ้านที่เป็นบ้านนอกอย่างที่อยู่ทำให้เหมือนปลีกวิเวกเลยค่ะ