แต่วันนี้จะไม่เล่าเรื่องปฏิบัติธรรม ขอเล่าเรื่องสนุกที่ไปพบตอนไปกราบพระอาจารย์สุริยา ในงานอาจาริยบูชา ๑๒ ปี วัดป่าโสมพนัส ที่ลูกศิษย์จากทั่วสารทิศมาร่วมกันจัดขึ้น เอาแค่หน้าวัด ไม่เข้าไปในวัดค่ะ

ตั้งใจจะนำเรื่องนี้มาเล่านานแล้วเพราะเกิดมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว เพิ่งจะได้ฤกษ์ค่ะ

เมื่อปลายปีที่แล้วได้มีโอกาสกลับไปที่วัดป่าโสมพนัส จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นวัดที่ผู้เขียนได้เข้าศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยมี พระอาจารย์สุริยา มหาปัญฺโญ เป็นพระวิปัสนาจารย์ ซึ่งที่วัดนี้ท่านเน้นหลักของ มหาสติปัฏฐานสูตรว่าด้วยอิริยาบถบรรพและสัมปชัญญะบรรพ ด้วยการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

เป็นวิธีการที่ผู้เขียนรู้สึกว่าตรงจริตของตนเอง ที่ชอบเคลื่อนไหว ไม่ชอบนั่งหลับตา และพระอาจารย์สุริยาท่านก็สอนเก่งและมีเมตตาสูงมาก นับเป็นบุญของผู้เขียนที่พบของแท้ในครั้งแรก ไม่ต้องไปลองผิดลองถูก(กับจริตตน)จากหลายๆสำนัก
วัดป่าโสมพนัสนี้อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติภูพาน และใกล้กับภูเพ็ก ซึ่งมีพระธาตุภูเพ็ก และอ่างเก็บน้ำภูเพ็กอยู่ไม่ห่างวัดนัก สมัยที่ผู้เขียนไปปฏิบัติธรรมครั้งแรกเมื่อห้าหกปีก่อน ที่วัดแม้จะร่มรื่น ต้นไม้มากมาย  กว้างขวาง เงียบสงบ ก็ยังไม่ได้มีความสะดวกสบายเช่นในปัจจุบันนี้ในเรื่องของที่พัก ตอนนี้สะดวกสบายอย่างยิ่ง
ใครสนใจไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้สามารถติดต่อดูรายละเอียดได้ที่ www.watsomphanas.com
แต่วันนี้จะไม่เล่าเรื่องปฏิบัติธรรม ขอเล่าเรื่องสนุกที่ไปพบตอนไปกราบพระอาจารย์สุริยา ในงานอาจาริยบูชา ๑๒ ปี วัดป่าโสมพนัส ที่ลูกศิษย์จากทั่วสารทิศมาร่วมกันจัดขึ้น เอาแค่หน้าวัด ไม่เข้าไปในวัดค่ะ
เนื่องจากคุณประไพพันธ์ แดงใจ หรือ จิ๋ว (แห่งผ้าย้อมครามแม่ฑีตา)และพี่แขก สามีก็เป็นผู้หนึ่งที่ลงแรง ตั้งใจช่วยงาน โดยรวมกลุ่มชาวบ้านมาช่วยกันทำ "ตลาดลานบุญ" เพื่อบริการคนมากมายที่มาวัดและหารายได้เข้าวัด

รายการน่าสนใจทั้งนั้น ได้ชม ชิม และซื้อบางอย่าง อุดหนุนกันและได้ร่วมทำบุญด้วย แสนเบิกบานใจ

เริ่มด้วยน้ำสมุนไพร"คอนควาย" เครื่องปรุง ๓ ชนิด มีอย่างในภาพ จากซ้ายมาขวา คือ
ฝาง ทีเห็นเป็นท่อนสีส้มๆ ฝางอย่างเดียวต้มน้ำจะแดง อย่างน้ำยาอุทัยนั้นก็มีส่วนผสมของฝางนะคะ เขาบอกว่าบำรุงเลือด
รากคอนควาย  อยู่ตรงกลาง เป็นที่มาของชื่อน้ำสมุนไพรนี้
อ้อยดำ เป็นท่อนสีดำๆ เป็นอ้อยที่ผอมๆ เปลือกสีม่วงเข้มเกือบดำ พี่คนต้มน้ำสมุนไพรเขาบอกว่าอ้อยชนิดนี้เขาเอาไว้ใช้เข้าเครื่องยา
สรรพคุณของน้ำสมุนไพร"คอนควาย" นี้ก็คือ ดื่มแล้วเจริญอาหาร บำรุงกำลัง ทำให้มีเรี่ยวแรงขนาด "คอน" หรือแบกควายทั้งตัวได้เลยล่ะ
ทดลองดื่มไปไม่ถึงครึ่งแก้วดี ไม่ถึงกับไปแบกควาย แต่เดินชมตลาดแบบชมไปชิมไปบ้าง เข้าไปในวัดบ้าง ไม่ได้หยุด สงสัยเพราะฤทธิ์น้ำสมุนไพรนี้
ได้เห็นพืชท้องถิ่นแปลกๆ อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพมาฝากกัน
ช่อลูกเดือยจิ๋วเขาเก็บมาจากบ้านยายเฉย และหัวมันทีห้อยอยู่เคียงกัน คนที่นี่เขาเรียก "มันห้านาที" เขาบอกว่า เอาไปต้ม เอาไปเผา แค่ห้านาทีจะสุกกำลังกินอร่อย คล้ายๆมันสำปะหลังนะคะ
กล้วยหน้าตาแปลกๆ คือ "กล้วยแผ่พะโล" ไม่ใช่พะโล้นะคะ จิ๋วบอกว่าต้นมันมีใบที่แผ่ออกอย่างมากเกินปกติ ดูตลกๆ เว่อร์ๆ คำอีสานว่าอะไรที่มันดูมากมาย ล้นๆ เว่อร์ๆ เขาใช้คำว่า "พะโล"
ในกระจาดคือ "มันตีนช้าง" หัวเบ้อเริ่ม เขาบอกว่าพอรู้ว่ามันแก่ก็ต้องขุดขึ้นมา ไม่อย่างนั้น มันจะค่อยๆฝ่อไป เพิ่งเคยเห็น เขาเห็นเราตื่นเต้น เลยจะยกให้ แต่หากได้มาก็ไม่ทราบจะทำกินอย่างไร เลยให้เขาตั้งโชว์ไว้ดีกว่า

จิ๋วนำผ้าฝ้ายย้อมครามและย้อมสีธรรมชาติของกลุ่มมาขายด้วย หนุ่มสาวเสื้อแดง เสื้อเขียวในรูปมาจากกรุงเทพ ไปที่บ้านแม่ฑีตาเพื่อจะซื้อผ้าย้อมคราม แม่ฑีตาบอกว่าให้ตามไปหาจิ๋วที่วัด เขาก็ตามมาจนพบและซื้อผ้าไปหลายชิ้น(จิ๋วคือคนใส่เสื้อขาว มัดผม ยืนหันหลัง) ผ้าถุงที่จิ๋วใส่ เป็นผ้าทอแบบขิตย้อมคราม เป็นผ้าเก่าอายุราวแปดสิบปีแล้วแต่ยังสวยงามมาก
ผู้เขียนได้ไปกราบสวัสดีแม่ฑีตาด้วย ท่านสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงไม่ได้ไปที่วัด หลานสาวเด็กน้อยที่นั่งหน้าแม่เขาเอาผ้าฝ้ายย้อมครามตัดกระโปรงให้ลูกนุ่ง น่ารักจริงๆ มันต้องอย่างนี้สิ ชาวบ้านแทบทุกคนที่พบเขาก็ใช้ผ้าย้อมครามในชีวิตประจำวัน ทำเอง ใช้เอง และทำไว้ขายตามสมควร

ตอนต่อไปจะเล่าถึง"ยายเฉย" ที่ไม่เฉย ไม่ธรรมดา แต่น่ารัก และน่าทึ่งที่สุดค่ะ