จาก "สิ่งเร้าภายนอกกะโหลก" เข้าไปเป็น "การรู้สึกสัมผัส"(Sensation)ในสมอง  ซึ่งขณะนั้นยัง"ไม่รู้ความหมาย" คือยังไม่เกิด "การรับรู้"(Perception)  ขั้นตอนต่อไปจะเป็นขั้น "การเกิดการรับรู้" โดยจะใช้ภาพข้างล่างนี้ประกอบการอธิบาย

How sensation becomes perception.

คำต่างๆที่ปรากฏในภาพนี้  ก็เหมือนหรือคล้ายๆกับภาพที่เคยอธิบายมาแล้วในหลายบันทึกก่อนหน้านี้ 

สมมุติว่า  เด็กอายุสองขวบ ไม่เคยเห็นอักษร  ก  มาก่อนเลย  เราต้องการสอนให้เขาเรียนรู้  ก  นี้  แต่ก่อนหน้านี้  เด็กเคยเห็นตัวไก่จริงๆมาแล้วหลายตัว  และเคยได้ยินเสียงคนข้างเคียงพูดคำว่า "ไก่" มาแล้วด้วย  แต่ไม่เคยเห็นตัว  ก

ขั้นแรก  เรา เสนอบัตรคำ "ก"  ให้เด็กดู  ภาพนั้นจะไปปรากฏในขั้นสุดท้ายที่ "แดนการเห็น" (Visual Area)บริเวณ Cortexด้านท้ายทอย  และทันใดนั้นก็เกิด "การรู้สึกสัมผัสเห็น" (Sensation)ตัว  ก1  จากนั้น เสียงพูดของเราที่ว่า  " ก  ไก่" ก็ทำให้เกิด วงจรนิวโรน " ไก่1" และทำให้เกิด "จินตภาพ ไก่1"ขึ้นเป็น STM ด้วย  ในขณะเดียวกัน  ก1 ก็มาเป็น  ก2  เพราะว่าเวลาผ่านมาช่วงหนึ่งจึงต้องเป็น  STM และ "โยงสัมพันธ์" กันกับ "ไก่1" ใน  STM  ทำให้  ก2  ได้รับ"ความหมาย" คือ "จินตภาพ ไก่1"

และในทันใดนั้น  ก็เกิด "การรับรู้" หรือ  Perception ขึ้นทันที

ในขณะเดียวกัน  ก็ได้เกิด "การเรียนรู้" ขึ้นด้วย  ความรู้ใหม่ที่ได้คือ " ก - ไก่"  หรือ "การโยงสัมพันธ์  ก - ไก่ "

ถ้าต้องการให้ "จำ" ได้นานๆ  ก็ทำได้โดย ให้เขาเห็น และได้ยิน "ซ้ำๆ"

ถ้าจะทดสอบ  ก็ทำได้โดย  เอาตัว  ก  ปะปนกับตัว  ข  ค  ง  จ  ...  แล้วให้เด็กชี้  ถ้าชี้ถูก ก็ "จำได้"  ถ้าผิด  ก็ "ลืม"

หลังจากนัน สองวัน  ให้เขาชี้ใหม่  ถ้าชี้ถูก  ก็แสดงว่า "เขาจำได้"  หรือ "มีความรู้"  และความรู้นี้ "เก็บอยู่ใน LTM "

ความรู้เรื่องนี้มีความจำเป็นสำหรับครูมาก  จึงเห็นว่า  ที่ว่า "ใครๆก็เป็นครูได้"นั้น  ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่แล้วครับ