คราวก่อนพูดไปได้ 3 ข้อ จากทั้งหมด 7 ข้อค่ะ
ขั้นที่ 4 สร้างแบบจำลองความคิด (conceptual models) ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก (core activity) และกิจกรรมที่จำเป็นให้เกิดกิจกรรมหลัก และควรเสริมด้วยระบบติดตามกำกับที่จำเป็น
การวัดผลควรพิจารณาอย่างน้อย 3E ได้แก่ efficacy - ได้ผลหรือไม่ ,efficiency - คุ้มค้าหรือไม่,effectiveness-บรรลุเป้าหมายหรือไม่
ตัวอย่าง การทบทวนข้างเตียง ขณะที่มีการทำกิจกรรมดังกล่าว จำเป็นต้องมีการบันทึกการเรียนรู้,ปรับปรุงการดูแลผู้ป่วยรายนั้น,ปรับปรุงระบบ และกิจกรรมทั้ง 3 อย่าง ต้องมีการประเมินผลระบบทบทวน และมีการยกย่องชมเชย รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจ เพื่ออยากทำกิจกรรมทบทวนข้างเตียงอีกครั้ง
หรือ ตรงบันทึกความรู้ ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความเข้าใจร่วม (ในกรณีไม่ได้เข้าร่วม) เพื่อกระตุ้นให้อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมทบทวนข้างเตียง
เราต้องสร้างความเข้าใจกับทีมว่าเป็นแบบจำลองในอุดมคติ
ขั้นที่ 5 เปรียบเทียบแบบจำลองความคิดกับความเป็นจริง (comparing conceptual models with reality) ถึงตอนนี้เรากลับมาโลกแห่งความจริง โดยนำขั้นตอนที่ 4 มาเปรียบเทียบกับโลกเป็นจริงในขั้นที่ 2 เพื่อนำส่วนต่างไปอภิปรายถึงการเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์
การเปรียบเทียบทำได้หลายวิธี
1.ถ้าแบบจำลองความคิดกับโลกแห่งความเป็นจริงมีความแตกต่างกันมากอย่างชัดเจน ก็ใช้แบบจำลองความคิดเป็นฐานสำหรับการตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
2.ทบทวนลำดับเหตุการณ์ในอดีตและเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้านำแบบจำลองไปปฏิบัติจริง จะได้ประโยชน์สำหรับการศึกษาหาสาเหตุของความล้มเหลว
3.การเปรียบเทียบภาพรวมทั่วไป ดูว่าแตกต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใด
4.สร้างแบบจำลองทับซ้อน โดยสร้างแบบจำลอที่สองจากแบบจำลองความคิดที่ปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่แตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อวางซ้อนจะเห็นความแตกต่างที่จะเป็นจุดเริ่มของการพูดคุย
ขั้นที่ 6 กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้และพึงประสงค์
ให้ทบทวนขั้นตอนการวิเคราะห์ที่ได้ทำมาแล้ว ประเมินความเข้าใจที่ได้รับจากแต่ละขั้นตอน ตรวจสอบว่าข้อเสนอของเราจะมีผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร จะเป็นที่ยอมรับเพียงใด การเปลี่ยนแปลงในประเด็นที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกันจะก่อให้เกิดปัญหาอย่างไร
ผลลัพธ์ขั้นตอนนี้ คือการมีข้อตกลงร่วมกันในบางประเด็น เพื่อให้สามารถขยับได้
การเปลี่ยนแปลงมี 3 ลักษณะ คือ
-โครงสร้าง
-วิธีการทำงาน
-เจตคติและพฤติกรรม
จะเห็นว่าแบบสุดท้าย ยากที่สุด ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
ลักษณะสำคัญของ SSM คือการใช้เป้าหมายเป็นตัวขับเคลื่อน โดยเน้นที่ระบบที่พึงประสงค์ และวิธีการทำให้เกิดระบบดังกล่าวขึ้น ระบบที่พึงประสงค์ต้องมาจากความเข้าใจอย่างลึกซื้งที่เกิดจากการเลือก root definition และการสร้างแบบจำลองความคิด และจะต้องมีความเป็นไปได้ ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่
ผมกำลังทำข้อที่ 6 และ 7 สำหรับการเปลี่ยนแปลงตนเองครับอาจารย์
หึ หึ หึ ??
รอชมผลงานอาจารย์นะคะ
ขอบคุณท่านอาจารย์พิสูจน์ค่ะ
- งานนี้คนสาสุข สงสัยยิ้มแก้มปริ แล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
ในการทำงานส่วนใหญ่ ที่ผมประสบมา ปัญหาก็มักจะเกิดจาก
ระบบหรือปัญหาที่คลุมเครือ ไม่ชัดแจ้ง
อย่างที่คุณเพชรน้อยเขียนมานั่นแหละครับ
ถ้าผู้รับผิดชอบ ได้จัดการให้มันชัดเจนเป็นเอกภาพ ทุกคนมองเห็นเป้าหมายของงานเป็นภาพเดียวกัน
กระบวนการทำงานก็คงไม่สะเปะสะปะ
เหมือนปูนาขาเกนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ small man
- ใคร ๆ ก็ไม่อยากเป็นปูนาขาเก กลัวเขาจับใส่ส้มตำปูปลาร้าค่ะ 555
- ระบบที่ว่าเป็นระบบ พูดง่ายแต่ยากในการทำทีเดียวค่ะ
อ่านไปอ่านมา มองเห็นขบวนการ PDCA กับ R2R pattern ในงานนี้เหมือนกันนะคะ ทั้งๆที่ดูจะเป็นงานทางด้านบริหารมากกว่าด้านปฏิบัติการ
ดีใจที่ได้รู้จักคุณเพชรน้อย นะคะ เขียนเรื่องน่าสนใจหลายเรื่องทีเดียว เก็บเข้าแพลนเน็ตให้คนที่ภาควิชาฯได้อ่านด้วยบ้างแล้วค่ะ ตัวเองยังไม่มีเวลาตามอ่านมาก เสียดายที่มาพบกันช่วงนี้ ที่มีเวลาท่องบล็อก GotoKnow น้อยเหลือเกินค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์โอ๋
-ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอร่วม ลปรร.ด้วยค่ะ
แวะมาชื่นชมกระบวนการดำเนินงานที่มีมิมิตการรับส่งที่เป็นระบบ ที่สำคัญคือการปฏิบัติจริงอย่างน่ายกย่อง ซึ่งการปฏิบัติจริงนั้นคือการเริ่มต้นเพื่อนำพาเราไปค้นพบองค์ความรู้ใหม่สืบต่อไปอย่างไม่รู้จบ
เป็นกำลังใจให้...ครับ..
สวัสดีคะอาจารย์พนัส
- ขอบคุณมากค่ะ กำลังใจเต็มเปี่ยม ทำงานต่อค่ะ
สู้ ๆ ๆ
ขอบคุณค่ะ ครูชา เปิงบ้าน
คนเราย่อมมีคุณค่าในตัวเอง ค่ะ
สวัสดีค่ะ
- ยอมรับว่ายุ่งทั้งงานราษฎร์และงานหลวง คิ้วผูกโบว์ได้ค่ะ
ฮิ ฮิ ขอบคุณมากค่ะที่เป็นห่วงค่ะ
สวัสดีครับแวะมาอ่าน เพราะตอนเย็นอยู่ที่หน่วยสือสารเลยเข้ามาอ่าน ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ ท่าน รักชาติ ท. บ. พล ทหาร
-เห็นท่านปฏิบัติภาระกิจด้วยความเข้มแข็ง น่าปลื้มใจค่ะ เป็นกำลังใจให้ท่านบรรดาเหล่าทหารคะ สู้ต่อไปจ้า