เมื่อดิฉันเริ่มทำงานมีรายได้ใหม่ๆ  จำได้ว่าพี่ๆ ที่อยู่ในแผนกเดียวกัน ก็มาชวนเล่นแชร์   ก่อนที่มือใหม่จะหัดขับ ดิฉันได้พยายามถามผู้รู้ให้แน่ใจเสียก่อนว่าแชร์นี่มันเล่นยังไง ซึ่งก็ไม่ยากเย็นอะไร คล้ายการเก็บเงิน  ที่สำคัญมีเพียงว่า ต้องแน่ใจว่าท้าวแชร์เครดิตดี

ดิฉันตั้งเป้าทันที ประสาเด็กเพิ่งทำงานหาเงินได้ว่า ดีจัง เป็นวิธีเก็บสตังค์ที่ได้ดอก (เบี้ย) เยอะดี ประสบการณ์ครั้งนั้นไม่เลวร้ายอะไรมากนัก(คือได้ดอกเบี้ยแค่คุ้มกับคนที่เบี้ยวไม่จ่าย) แต่ดิฉันก็ไม่คิดจะเล่นอีกเลย เพราะมันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานทรกรรมเสียเหลือเกิน ที่ต้องผจญกับความทุกข์ของคนอยากได้กับกลัวเสียอยู่ตลอดเวลา

ครั้นถึงคราวที่ดิฉันต้องเป็นท้าวแชร์ตั้งวง Office KM บ้าง ดิฉันจำเป็นที่ต้องสร้างความมั่นใจกับลูกวงทั้งหลายว่า ท้าวแชร์คนนี้เครดิตดีนะ ไม่เบี้ยวหรอก ทุกคนจะได้ดอกดี  รับรองว่าคุ้มกับทุนที่ลงไปแน่

ที่จริงแนวคิด ก็ง่ายๆ เหมือนเล่นแชร์ เพียงเปลี่ยนจากการร่วมลงขันเงิน เป็นลงขันแชร์ความรู้ที่ท่านสะสมมา ดังนั้น ตอนตั้งวงครั้งแรก  ดิฉันจึงถามลูกวงแต่ละท่านว่า ท่านจะเล่นแชร์ (ทำ KM) กันเพื่ออะไร  บางท่านก็บอกว่าจะเอาไปผ่อนรถ  บางท่านก็จะเอาไปผ่อนบ้าน  บางท่านจะเอาไปใช้หนี้  ต่างๆกันออกไป  แต่ที่เหมือนกัน ก็คือทุกคนต้องการเงิน อย่าเพิ่งงงนะค่ะ ดิฉันอุปมา อุปมัย ว่า ตอนนั้น เหตุการณ์ก็คล้ายกัน คือ บางท่านอยากจะได้หลักการไปเขียน SAR ของสำนักงาน  บางท่านอยากมาเรียนเรื่อง KM บางท่านมาแสวงหาแนวปฏิบัติที่ดีในการทำงาน  แต่ที่เหมือนกัน ก็คือทุกคนต้องการทำงานให้มีคุณภาพ

หลังจากนั้น ดิฉันก็ชวนให้ลูกวง จัดหมวดหมู่ของภารกิจที่ต้องทำให้มีคุณภาพ ออกเป็นหมวดใหญ่ๆ  โชคดี ที่เราเป็นครอบครัวที่มีวัฒนธรรมแบบเดียวกัน  คือเป็นสำนักงานเหมือนๆกัน  ลักษณะงานคล้ายๆ กัน  การจัดหมวดหมู่จึงไม่ยาก  จากวันนั้น ก็มีกิจกรรมต่อเนื่องอีกหลายครา จนถึงวันนี้ วง Office ของเราก็ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากมาย  (อย่าลืมนัดครั้งต่อไป ที่คณะศึกษาศาสตร์  ในเดือน ส.ค. นะค่ะ) 

จนแล้วจนรอด  ดิฉันก็ยังไม่มี  นิยามของ KM ให้ท่าน  หลายท่านอาจรู้สึกผิดหวังว่า มาร่วมวง KM แต่ไม่เห็นได้ความรู้เรื่อง KM เลย  ท้าวแชร์ก็ได้แต่บอกว่า ความรู้ มีสองอย่าง คือ  ความรู้ฝังลึกในตัวคน (Tacit knowledge) ต่างจากความรู้ในตำรา (Explicit Knowledge) อย่างไร  เพื่อเน้นให้เห็นความสำคัญของการปฏิบัติ  และความหมายของข้อมูล (Data)  สารสนเทศ (Information) และความรู้ (Knowledge) เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการสารสนเทศ  นอกจากนี้ ก็เน้นเรื่องความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม (Community of Practice: CoP) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  แล้วก็จัดแจงให้คุยกัน คุยกัน  แล้วก็คุยกัน....

ป่านนี้  ท่านจะรู้หรือยังค่ะว่า  KM  คืออะไร?