เมื่อเช้า (๑๙ ก.พ.) ตื่นตั้งแต่ตีสองนิดๆ ขึ้นมาเช็คอีเมล์ของคนที่จะมารับที่ดีซี แล้วก็อาบน้ำอย่างรวดเร็ว น้องชายกับพ่อกับแม่ก็ช่วยมาส่งที่สุวรรณภูมิ เช้ามากเลย เกรงใจ  ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่เช็คอินเคาท์เตอร์

Suwan


ประสบการณ์ที่เช็คอินเคาท์เตอร์ของนอร์ทเวสท์


ไปถึงก็เข้าคิวก่อน เพื่อตรวจเอกสาร โดยมีเอกสารแจ้งเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ห้ามนำของเหลว เจล ฯลฯ ขึ้นเครื่อง (อ้าว เราซื้อครีมทาหน้าไว้ก่อนที่คิงพาวเวอร์ รางน้ำ แล้วจะทำไงดีเนี่ย)  ก็ไม่เป็นไร... ถ้าเอาไปไม่ได้ ก็ทิ้งสิคะ อิอิ

  

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ตรวจเอกสารพาสปอร์ต ตั๋ว (e-ticket พิมพ์เอง) ถามเราว่าจัดกระเป๋าเองรึเปล่า มีเครื่องใช้ไฟฟ้าในกระเป๋าไหม มีของเหลวติดตัวในกระเป๋าที่จะถือขึ้นเครื่องไหม เราก็ตอบว่ามีไดร์เป่าผม แล้วก็มีลิปมันติดตัวเท่านั้น


เสร็จจากเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารคนแรก เขาก็พาไปที่ self-check-in kiosk แต่มีเจ้าหน้าที่หนุ่มที่น่ารักมากช่วยป้อนข้อมูลให้ ถามว่าที่อยู่ที่อเมริกาอยู่ที่ไหน ดีว่าจำที่อยู่ได้คร่าวๆ คราวนี้ก็เลยถามหนุ่มคนนี้ว่าครีมที่เราจะ pick up ที่สนามบินนี้จะเอาขึ้นเครื่องได้ไหม เขาบอกว่า "พี่จะซื้ออะไรล่ะ เดี๋ยว"เธอ" (พลางชี้ไปที่ตัวหนุ่มเอง) จะแนะนำให้"  บริการดีจริงแฮะ  ^ ^    เราก็เล่าปัญหาว่าซื้อมาแล้ว ต้องมา pick up แล้วเอาติดตัวไปด้วย แต่ทางนอร์ทเวสท์แจ้งว่าไม่ให้เอาขึ้นเครื่อง จะทำไงดี  คุณ"เธอ"ก็เลยบอกว่าข้างในมีที่ฝาก ให้มาเอาขากลับได้  เราก็บอกว่า ๔ เดือนนะน้อง  เธอก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วพลางยิ้มว่า "ไม่เป็นไร หรอกพี่ ของมันไม่เสีย"  ^ ^


หลังจากนั้น"เธอ"คนนี้ก็จัดการพิมพ์ boarding pass ให้ดิฉันเสร็จสรรพ ทั้ง ๓ ใบตลอดการเดินทางจากกรุงเทพไปดีซี ดิฉันก็ถามเขาว่าต้องไปรับกระเป๋าที่ดีทรอยท์เพื่อตรวจศุลกากรใช่ไหม น้องเขาก็อธิบายว่าให้ไปรับกระเป๋า พอตรวจเสร็จก็ให้ไปหย่อนกระเป๋าคืนที่ carrousel กลาง ไม่ต้องเช็คอินอีก เพราะกระเป๋าเช็คทรู (through) ไปถึงดีซีให้หมดแล้ว


หลังจากนั้นก็มาร่ำลาพ่อกับแม่และน้องชายที่มาส่ง แล้วก็เข้าไปตรวจพาสปอร์ตด้านใน  เดินไปถึงเคาท์เตอร์ปรากฎว่าต้องกรอกใบ ตม ๖ หรือใบขาออก กรอกชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด ชื่อ flight ที่จะเดินทาง ลงลายมือชื่อตามในพาสปอร์ต ถูกถ่ายรูปโดยกล้องบนเคาท์เตอร์ เป็นอันเสร็จผ่านกระบวนการออกนอกประเทศอย่างเป็นทางการ


หลังจากนั้นก็รีบเดินไปประตู G5 ซึ่งเป็นประตูที่ไกลที่สุด (เท่าที่"เธอ"บอกมา) ระหว่างทางก็ไปรับของที่ซื้อเอาไว้ ด้วยความหวังว่าจะฝากเขาไว้มารับอีก ๔ เดือน เขาบอกว่าไม่ได้ ของที่ฝากได้คือของที่ซื่อที่สนามบินเท่านั้น อ้าว แล้วเอาไงเนี่ย เลยรีบเอาสำเนาประกาศของนอร์ทเวสท์ให้เจ้าหน้าที่ดูว่าทางสายการบินห้าม  เจ้าหน้าที่เลยโทรไปถามเจ้าหน้าที่ที่ gate G5 ให้ เพื่อดูว่าพกติดตัวขึ้นเครื่องได้ไหม  ทางโน้นแจ้งว่าได้ แต่เราก็ไม่แน่ใจ เขาเลยให้เราคุยกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์เองเลย  สรุปแล้วก็คือถ้าพกขนาดไม่เกิน ๑๐๐ ml สามารถเอาขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ตัวเองไปเช็คกับ TSA มาก่อนว่าเขาใช้กฎ ๓-๑-๑ คือ ๓ oz.  ๑ qrt size bag และ ๑ bag หรือเอาของเหลวติดตัวได้ แต่ห้ามน้ำหนักเกิน ๓ oz. และทั้งหมดต้องบรรจุในถุงใสซิปล๊อคขนาด ๑ quart. ทั้งหมด ๑ ถุงเท่านั้น  สรุปแล้วก็คือเอาติดตัวมาได้ค่ะ เพราะตัวเองซื้อครีมขนาด ๕๐ ml. ๒ กระปุก  ตอนนี้ก็เอามาด้วยโดยอยู่ที่ gate 23 ของสนามบินนาริตะแล้ว


เล่าต่อที่สุวรรณภูมิค่ะ พอรับของเสร็จก็รีบเดินไปที่เกท  ต้องผ่านการ x-ray กระเป๋าแครี่ออน ถือแลปท๊อปไปด้วย ก็ต้องหยิบออกมา x-ray ต่างหากรวมๆ กับของเหลวในถุงพลาสติกใส  หลังจากนั้นก็เดินผ่านประตู scan มีเสียงบี๊ป ก็เลยโดนเรียกไปใช้ไม้ตรวจจับโลหะตรวจตามตัวอีก  หลังจากนั้นผ่านไปเรียบร้อยก็เดินไปที่เกท แต่ก็ยังไม่เปิดเลย รออีก ๕ นาทีถึงจะให้คนเข้าเกทได้ (เครื่องออกเวลา ๖.๐๐ น. และเกทเปิดเวลา ๔.๑๕ น. โดยจะเริ่มให้คนขึ้นเครื่องเวลาประมาณตี ๕)  ก่อนเข้าเกทก็มีการตรวจเอกสารกับตรวจกระเป๋าสัมภาระอีกครั้ง โดยให้ถอดรองเท้าด้วยเที่ยวนี้


เดี๋ยวจะต้องไปขึ้นเครื่องที่จะไปดีทรอยท์แล้ว เขาเรียกบอร์ดดิ้งแล้วค่ะ


เขียนที่นาริตะ ๑๔.๔๕ น. เวลาท้องถิ่น ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑