อยู่อย่างไรไม่ให้ทุกข์
หนังสือที่ชอบ คือ เรื่อง อยู่อย่างไรไม่ให้ทุกข์
สาเหตุที่ชอบหนังสือเรื่องนี้ คือ หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิด และเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านอย่างมาก คือ พออ่านแล้วทำให้สงบและรู้สึกว่าธรรมะ คือชีวิตและทำให้รู้สึกประจักษ์ชัดอยู่ในใจและเมื่อประจักษ์ในความสงบรำงับของชีวิตที่กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมมะจึงบังเกิดความปรารถนาอย่างจริงใจที่แบ่งปันธรรมะที่ได้สัมผัสและเรียนรู้เพื่อนมนุษย์ เพื่อความมีชีวิตที่ร่มเย็นเป็นสุข
หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้รู้สึกเลยว่าธรรมะนั้นอยู่ไม่ไกลจากตัวเรา ธรรมะไม่ได้อยู่ที่วัด ธรรมะไม่ได้อยู่ในหนังสือ ตำรา ธรรมะไม่ได้อยู่กับครูบาอาจารย์แต่แท้ที่จริงแล้วธรรมะอยู่รอบตัวมนุษย์หรืออีกนัยหนึ่งก็คืออยู่ในตัวของมนุษย์นั่นเอง เพียงแต่ขอให้เราเสียสละเวลาเพียงวันละนิด ลองขุดคุ้ยเข้าไปในจิตใจลองติดตามความคิด ความรู้สึกที่ปรากฏวนเวียนอยู่ในจิตใจ ลองทบทวนชีวิตที่ผ่านมาก็จะสามารถสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าธรรมะได้อย่างไม่ยาก ซึ่งเมื่อใดที่บังเกิดความรู้สึกมีธรรมะอยู่เป็นเพื่อน มีธรรมะเป็นชีวิต เมื่อนั่นความรู้สึกก็จะมั่นคง อาจหาญเป็นสุขสงบย่อมบังเกิดขึ้นอย่างเป็นประจักษ์พยานในตนเอง
สาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ จะพูดถึงธรรมะที่เกี่ยวกับความสงบรำงับจากอะไรบ้างซึ่งความสงบนั้นก็จะรำงับจากกิเลศ ความโกรธ ความหลงที่มารุมใจ ซึ่งลักษณะของจิตแบบนี้คือภาวะของจิตไม่ปกติ ผู้ที่เป็นเจ้าของ จิตจะเหน็ดเหนื่อย ไม่มีแรงมองดูรอบๆตัวจะมืดสลัวไปหมด ดังนั้นจึงต้องรู้วิธีสงบว่ารำงับจากอะไร ซึ่งก็จะทำโดยการการดับเย็นสนิท เย็นสนิทนั้นต้องเริ่มจากจิตที่ได้รับการพัฒนาจนสงบรำงับได้ในลำดับหนึ่งก่อน จนในที่สุดก็ถึงความดับเย็นสนิท ไม่มีความร้อนหลงเหลืออยู่ จิตปราศจากความระส่ำระส่าย ไม่ว่าจะมีสิ่งใดมายั่วยวนให้อยากได้ มันก็เท่านั้นและยังทราบถึง สังขาร คือสังขารของคนเราไม่เที่ยงไม่ว่าจะเป็นรูปธรรม หรือนามธรรม คือจะเป็นรูป วัตถุหรือเป็นความรู้สึก อารมณ์ก็ตาม ซึ่งจะไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรคงที่ ไม่ยั่งยืน และเป็นสิ่งที่เราจะต้องศึกษา ต้องรู้ ต้องเข้าใจ และต้องเข้าถึง การเข้าถึงนั้นจะสำคัญมาก คือถ้าเราเข้าไม่ถึงก็คือจะมีความรู้ไม่ครบถ้วน และหนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงลักษณะของไตรลักษณ์ คือไตรลักษณ์คือลักษณะอันเป็นธรรมดา 3 ประการ ซึ่งก็เป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่สุดที่เกิดขึ้นทุกขณะของชีวิต ไตรลักษณ์นั้นเป็น อนิจจัง คือความไม่เที่ยง ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็จะมีคำกล่าวอยู่คำหนึ่งว่า
“มีดีในเสีย มีเสียในดี” ความหมายก็เหมือนกับว่าเป็นการเตือนใจเราไม่ให้ประมาท คือไม่ว่าเราจะได้อะไรมากมายขนาดไหนก็อย่าเพิ่งดีใจ อย่าเพิ่งไปยึดมั่นว่าจะได้แบบนี้ตลอดไป เพราะมันมีดีในเสีย มีเสียในดี มันเปลี่ยนแปลงได้ ได้มาแล้วก็เสียไปได้ ไม่ว่าจะได้คน ได้ข้าวหรือได้ของได้อำนาจ ได้ยศ ทรัพย์สิน เงินทองเราผ่านชีวิตมาก็เห็นอยู่แล้วว่าชีวิตนั้นไม่มีอะไรคงที่ มันเปลี่ยนได้ เมื่อไม่ประมาท มีสติมีความปกติอยู่ตลอดเวลา กิเลศก็ไม่สามารถเข้ามารบกวนในจิตได้ และลักษณ์ที่ 2 ของไตรลักษณ์ก็คือ ทุกขัง คือ ความทนอยู่ไม่ได้ มันจะทนอยู่ในสภาพนั้นตลอดไปในเมื่อมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจะให้มันคงทนอยู่อย่างนั้นได้อย่างไร ไตรลักษณ์สุดท้ายคือ อนัตตา ซึ่งหมายถึงความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เพราะถ้าเป็นตัวตนจริงๆมันย่อมจะไม่เปลี่ยนแปลง เราย่อมจะควบคุมมันได้
จากหนังสือเล่มนี้ทำให้เรียนรู้ถึง เวลาเราจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่งนั้นเราจะต้อง ไม่ประมาทและต้องรู้จักตัวของตัวเอง และต้องรู้ว่าเรานั้นมีความรู้หรือประสบการณ์พอไหมซึ่งเมื่อเรารู้ว่า รามีความสามารถไม่พอเราก็ควรที่จะศึกษาเพิ่มเติม หรือสอบถามผู้รู้ ประสบการณ์ไม่พอเราก็ควรที่จะฝึกฝนได้ ไม่ควรอยู่กับที่ ไม่ละเลยสิ่งไหนที่ควรแก้ไขก็ควรแก้ไข สิ่งไหนที่ควรส่งเสริมก็ควรส่งเสริม ธรรมะไม่ใช่สิ่งสูง ธรรมะไม่ใช่สิ่งไกลตัว ธรรมะไม่ใช่เรื่องคร่ำครึ แท้จริงแล้วธรรมะนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในชีวิตต่างหาก