ชี้การกระตุ้นศก.ไม่ใช่ง่าย ๆ แค่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ ชี้ การให้สัมภาษณ์ว่าส่งออกมีปัญหา พูดโดยไม่เข้าใจโครงสร้างระบบศก. ทำลายภาพลักษณ์ชองประเทศป่นปี้ แนะหากเป็นประเด็นอ่อนไหว ไม่ควรปลากพล่อย "พิเชษฐ์" จี้เปิดเผยข้อมูลคลัง-แบงก์ชาติหวั่นปกปิดความเสียหายทะลุ 3 แสนล. จากนโยบายปกป้องค่าเงินที่ผิดพลาด
วานนี้ (18 ก.พ.) นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเงา กล่าวถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยการใช้เงินอัดฉีดในระบบนั้น ถือเป็นแนวคิดที่ผิดทาง เพราะการบริการเศรษฐกิจมีปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ทั้งเรื่องอัตราเงินเฟ้อ, ดอกเบี้ย, อัตราแลกเปลี่ยน, การลงทุน, และการนำเข้า-การส่งออกโดยเฉพาะเรื่องส่งออกเป็นเรื่องที่สำคัญต้องพัฒนาสินค้าเพื่อยกระดับการแข่งขัน
ทั้งนี้ นายสรรเสริญ มองว่าการที่ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง โดยระบุว่า ขณะนี้การส่งออกมีปัญหาต้องใช้วิธีการส่งเสริมการใช้เงิน ซึ่งในฐานะผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจไม่ควรพูดเช่นนี้เพราะการส่งออกถือเป็นรายได้เข้าประเทศสูงสุด คนพูดคงไม่เข้าใจโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ รมช.คลังเงา ยังวิงวอนขอให้ น.พ.สุรพงษ์ อย่าพูดเช่นนี้อีก นอกจากนี้ยังเห็นว่า แนวคิดของรัฐบาลรับมือเพียงอย่างเดียวในเรื่องของค่าเงินบาท แต่รัฐบาลไม่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการนำเงินไหลเข้ามาสู่การลงทุน โดยอยากให้รัฐบาลเป็นฝ่ายรุกมากขึ้น อยากให้มีการตั้งกองทุนส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศ และมีเครือข่ายในต่างประเทศแบบครบวงจร
นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กล่าวอภิปรายนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยระบุว่า นโยบายในการแก้ไขปัญหาการเงิน สภาแห่งนี้ควรได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง โดยเฉพาะมาตรการกันสำรอง 30% ที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า ภาครัฐจะทำอย่างไรต่อไป เพราะนักลงทุนจะตัดสินใจในการเดินหน้า ก็ต้องรอสัญญาณจากภาครัฐ ดังนั้น จึงขอร้องให้ รมว.คลัง เปิดเผยผลหารือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมแสดงความกังวลว่า ธปท.อาจเสียหายหนักจากผลขาดทุนกรณีเข้าปกป้องค่าเงิน "น.พ.สุรพงษ์ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า มาตรการสำรอง 30% จะทำอย่างไรต่อไป สภาแห่งนี้ ควรได้รับทราบข้อมูลจริง ๆ ที่รัฐมนตรีคลังคุยกับแบงก์ชาติ คืออะไร ความจำเป็นของมาตรการนี้ หากยกเลิก ใครจะได้ ใครจะเสียอย่างไรบ้าง"
นายพิเชษฐ กล่าวอีกว่า มีการประเมินเงินบาทว่าจะตกต่ำและแข็งขึ้นไปเท่าไร โดยพูดกันว่า หากเงินบาทแข็งค่าไปเรื่อย ๆ ธปท.ต้องขาดทุนไม่น้อยกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่า ธปท.และรัฐบาล กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องค่าเงินดอลลาร์และจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ นอกจากนี้ นายพิเชษฐ์ ยังเรียกร้องให้ ธปท.เปิดเผยเงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศที่มีจำนวน 105,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงินสดหรือทองคำเท่าไร ขณะที่ตามข้อมูลของ ธปท.ที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ ระบุว่า ไทยมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของไทย ณ วันนี่ 8 ก.พ 51 อยู่ที่ระดับ 9.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผู้จัดการ 19 ก.พ. 51
สวัสดีครับ
มาขออนุญาติตัดนำบทความบางตอนไปรวมครับ ขอบคุณมากครับ
http://gotoknow.org/blog/mrschuai/117622