อุดมการณ์ชาวนาและวิถีเกษตรแห่งจิตวิญญาณ

 สิ่งที่ได้เรียนรู้เมื่อเข้าฟังเวทีเสวนาเรื่อง อุดมการณ์ชาวนาและวิถีเกษตรแห่งจิตวิญญาณ”  ได้รู้ถึงความยากลำบากของชาวนาที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ  และได้ทราบอีกว่าประเทศไทยของเราตั้งแต่อดีตมีการพัฒนาการปลูกข้าวจากการปลูกเพื่อบริโภคมาเป็นผลิตเพื่อขาย  แต่การพัฒนานั้นกลับทำให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น  ราคาข้าวไม่มีความแน่นอน  ชาวนาเดือดร้อน  เกิดหนี้สินมากมาย  และความเดือดร้อนนั้นก็ยังสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  เกษตรชาวนาที่แท้จริงไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเอง  ต้องเช้าที่ของนายทุน   ปัจจุบันชาวนาเหลือแต่กระดูกสันหลังของชาติจริงๆ  ทำนาไปแต่ละครั้งไม่ใช่จะได้กำไร แต่ที่ต้องทำเพราะเพื่อชีวิตรอดแต่หนี้สินยังอยู่เหมือนเดิม  พันธุ์ข้าวปิ่นแก้วที่อดีตเป็นที่1 ต้านทานโรค แมลง  แต่ปัจจุบันกลับสาบสูญ  วัยรุ่นหนุ่มสาวพากันเข้ามาหางานทำในเมือง ละทิ้งอาชีพการทำนา ไม่เลียวแลวิถีเกษตรที่บรรพษุรุษทำมา         ในปัจจุบันเริ่มมีคนที่เห็นความสำคัญ รวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่ม  ปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมี  แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ต้องร่วมมือ ร่วมคิด  ต้องคืนธรรมชาติให้กับดิน  และสิ่งสำคัญที่สุดต้องปลูกฝังลูกลหลานเกษตรกรชาวนารักถิ่นฐานบ้านเกิดกลับบ้านเกิดร่วมกันช่วยพัฒนา