เมือวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่นได้รับเกียรติจากอดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสาคร ประไพพงศ์ ได้มาเยี่ยมเยียนในฐานะที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ท่านได้เล่าแนวทางปฏิบัติของระบบส่งเสริมการเกษตรที่กำลังปรับปรุงใหม่ คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนเมษายน 2551 นี้ เลยขอถือโอกาลเล่าสรุปสาระให้ฟังนะคะ
สาเหตุที่ต้องปรับปรุงระบบ คือ ปัจจุบันและอนาคตจะมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเกษียรอายุเป็นจำนวนมาก ทำให้อัตรกำลังลดลง ประกอบกับงบประมาณในการทำงานจะถูกถ่ายโอนไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่น ทำให้กรมฯต้องปรับตัว...ปรับปรุง..เน้นหนักการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ได้งบประมาณมาพัฒนาการเกษตรในระดับตำบล พัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างการเรียนรู้ร่วมกันผ่านศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ระดับตำบลจัดการเรียนรู้และถ่ายทอดไปยังชุมชนร่วมกับอาสาสมัครเกษตร คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯในรูปแบบการทำงานเป็นทีม และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
แนวทางการทำงาน
1. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีฯต้องจัดทำข้อมูลที่จำเป็นในการทำแผน เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร เจ้าหน้าที่และองค์กรเกษตรกร
2. สร้างเป้าหมายในการทำงานทุกระดับ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว (แผนประจำปี/แผน 3-5 ปี) โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมทุกคนมีส่วนร่วมทำงานในลักษณะบูรณาการร่วมกัน
3. ใช้ความรู้เป็นฐานในการปฏิบัติงาน
4. เพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้สูงขึ้น สามารถทำงานกับชุมชนได้ มี 2 ระบบ คือระบบทำงานในพื้นที่ และระบบสนับสนุนการทำงาน
ระบบการทำงานในพื้นที่
ใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง โดยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่กระตุ้น ประสาน อำนวยความสะดวก เพื่อนำศูนย์บริการฯให้สามารถทำงานได้
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรสามารถใช้เทคนิคการทำงานที่หลากหลาย ยืดหยุ่น มุ่งเน้นที่ความสำเร็จของงานเป็นหลัก
จัดทำคลินิกเกษตรในระดับตำบล เป็นจุดบริการเล็กๆ
ระบบสนับสนุนการทำงาน
โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและจังหวัด เน้นการใช้ IT และพัฒนาบุคคลากร ประสานสนับสนุนงบประมาณ ติดตามและนิเทศงาน
เป็นไงคะ รับรู้แล้ว บางเรื่องก็รู้ๆอยู่..ทำไม่ได้ซักที..เฮ่อ!