หลังจากผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารฯ และได้เลือกลงสถานศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาในการเตรียมมอบงาน และเตรียมตัวเพื่อไปรับงาน ณ สถานศึกษาแห่งใหม่ วันแรกของการมาทำงานหลังจากที่จากเพื่อนร่วมงานไปอบรมเกือบ 2 เดือน สิ่งที่ได้รับรู้เรื่องแรกก่อนลงมือทำงานก็คือ ผู้บริหารศบอ.แห่งหนึ่งมีปัญหากับลูกน้อง ถึงขนาดทำหนังสือส่งตัวลูกน้องให้มาปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ ศนจ. แต่ด้วยความเป็นนักประณีประนอมของผู้บริหารระดับจังหวัดจึงได้บันทึกแนบท้ายเพื่อขอพบบุคคลดังกล่าวก่อน เพื่อน ๆ ที่ทำงานก็บอกว่านี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องไปเตรียมตัวแก้ปัญหาในที่ทำงานแห่งใหม่ จึงมีมุมมองสำหรับตนเองและอยากได้แลกเปลี่ยนความคิดให้หลาย ๆ คนได้รับรู้ว่า คนเราคือเหรียญสองด้านจริง ๆ ไม่มีใครดีอย่างเดียวไม่มีข้อตำหนิเลย ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครเลวอย่างเดียวจนไม่มีความดีเลย ดังนั้น หากเราเลือกมองแต่ในสิ่งที่ดี แนะนำกันด้วยมธุรสวาจาและให้โอกาสในการทำงาน ปัญหาทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้บริหารมีปัญหากับลูกน้องก็มีแต่เสียกับเสีย เจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะต่างคนก็ต่างที่จะนำเรื่องไม่ดีของแต่ละคนมาสาธยายให้คนอื่นได้รับรู้ ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในองค์กร ดังนั้น หากเราได้วิเคราะห์ตนเอง รู้จักนิสัยของตนเองว่าเป็นอย่างไร ยอมรับทั้งในความผิดและความถูกที่เราปฏิบัติเราก็จะลดฐิทิลง ขณะเดียวกันหากเราได้เข้าใจนิสัยของผู้ที่เป็นลูกน้องของเราด้วยก็จะทำให้เราเข้าใจในตัวตนที่แท้จริงของเขา ก็จะทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เหตุที่เราไม่รู้ใจตัวเอง ไม่รู้ใจผู้อื่นนั้น เป็นเพราะว่าแต่ละคนจะมีจริตที่ไม่เหมือนกัน การได้ศึกษาและเรียนรู้เรื่อง จริต 6 ซึ่งประกอบด้วย ราคจริต โทสจริต โมหจริต วิตกจริต สัทธาจริต และพุทธจริต ก็จะทำให้เรารู้ว่าเรามีจริตอะไรอยู่ในตัวเองบ้าง และก็คงจะพอวิเคราะห์คนที่อยู่กับเราได้ว่าคนเหล่านั้นมีสาเหตุของอารมณ์เนื่องจากเขามีจริตอะไรอยู่ในตัว ซึ่งเราไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาเป็นอยู่ได้ แต่ก็ทำให้เราเข้าใจเขามากขึ้น ก็จะทำให้การอยู่ร่วมกันมีความสุข รู้จักที่จะละวาง ให้อภัย ไม่โกรธ หรือถ้าจะโกรธก็จะน้อยลงกว่าเดิม รวมทั้งก็จะสามารถปรับตัวเข้าหากันได้มากขึ้น การทำงานก็จะได้ผลดี ไม่เสียเวลาต่อเรื่องที่ไม่มีสาระ เอาเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดไปตั้งใจทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและองค์กรจะดีมากกว่า
การเรียนรู้ใจคน
ผู้บริหารรุ่นฟ้าหลังฝน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร. หัสชัย สิทธิรักษ์ · 19 ก.พ. 2551
ดร. หัสชัย สิทธิรักษ์ · 19 ก.พ. 2551
ดร. หัสชัย สิทธิรักษ์ · 19 ก.พ. 2551
Ping · 19 ก.พ. 2551
นาย ขัญติภาณ ขัญ ศรีใส · 19 ก.พ. 2551
เป็นแง่คิดที่เป็นประโยชน์มากครับ ผมถือว่า นี่คือขุมความรู้ที่พวกเรา คน กศน.ควรจะได้แลกเปลี่ยนกันอยู่เรื่อย ๆ สิ่งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งด้านพลังปัญญาให้กับพวกเราทุกคน..........ชอบมาก...ขอบคุณครับ.......
หลายคนโชคร้ายมากที่ไม่สามารถฝ่าม่านมายาคติของตนเองออกมาได้ จนจำต้องใช้ชีวิตอยู่ในมุมอับของสังคม...
ผมเองก็พยายามคุยกับลูกน้องให้บ่อยที่สุด ฝึกที่จะอดกลั้นในเรื่องอารมณ์ รวมถึงการให้ "โอกาส" กับลูกน้องในการแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และเมื่อไม่ไหวก็มักกระโจนลงไปทำร่วมกับเขาอย่างสนิทแน่น
ผมยึดหลัก ...ศรัทธาต่อตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมที่จะเชื่อมั่นต่อคนรอบข้าง
....
ขอบคุณครับ