ผมสนใจเครื่องออกกำลังกายที่วางอยู่ใกล้ๆ ห้องอาหาร ทำนองว่า ท่านใดเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้น...มองหาผู้ที่ให้คำตอบก็ไม่พบสักคน...ระหว่างทางกลับไปบ้านพักสะแกกรัง ซึ่งผมพักคนเดียวคืนนี้ (หลายท่านที่พักกันหลายคน อาจจะมีบางคนคิดแอบอิจฉาผมบ้างก็ได้..ใครจะไปรู้)  ผ่านร้าน mini mart...

         ชายหนุ่มในร่างสูง หน้าตายิ้มแย้ม (รับแขก) ออกมาเชื้อเชิญให้เข้าไปดูของด้านใน "ไม่ซื้อ ก็ไม่เป็นไรครับ ขอเพียงให้แวะเข้ามาชม"

         หลังจากได้สนทนาไปได้สักพัก รู้สึกว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีดีมากหน้าตายิ้มแย้มตลอดเวลาแสดงว่าเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจดี "ทานกาแฟสดก็ได้ครับ แต่ผมทำได้อย่างเดียว กำลังฝึกหัดทำอยู่ ผมมาดูแลร้านแทนน้องซึ่งลาวันนี้"

          สังเกตจากคำพูด เข้าใจว่าต้องเป็นผู้บริหารรีสอร์ทท่านหนึ่ง ผมจึงยิงคำถามเชิงรุก (ใช้เทคนิค AI คือ appreciative inquiry) ได้ความว่า "คุณพ่อ คุณแม่ มีลูก 3 คน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ พี่แหม่ม คนกลางคือผม ชื่อหม่อม และคนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อ น้องแม้ว" "ผมเรียนจบ ปวช. ที่เซนต์จอห์น ที่มีอาจารย์ชัยณรงค์ มณเฑียรวิเชียรฉาย เป็นผู้อำนวยการ สาขาช่างโยธา จากนั้นไปต่อที่เกษมบัณฑิต สาขาก่อสร้าง"

           "เครื่องออกกำลังกายที่วางอยู่นอกอาคารนี้ ใครเป็นคนออกแบบครับ และมีจุดประสงค์เพื่ออะไร" ผมถาม

            "ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนนะครับ คือ บ้านพักของเรายึด concept แนว country ชนบท ธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มากนัก เน้นความเป็นธรรมชาติ ทีนี้เครื่องออกกำลังกายเหล่านี้เราก็ไปซื้อหามาจากนครสวรรค์ เป็นคนพื้นเมืองผลิต ราคาย่อมเยา อายุการใช้งานประมาณ 5 ปี  เราเอาตั้งไว้เพื่อเป็นทางเลือกให้คนมาออกกำลังกาย มาสันทนาการยามเช้าหรือช่วงเวลาอื่นๆ"

             "สาขาที่เรียนจบมา นำมาปรับใช้อะไรที่รีสอร์ท" ผมเปลี่ยนเรื่องถาม

             "คือ คุณพ่อของผมท่านจบมาทางด้านเกษตร ท่านก็ดูแลสภาพโดยรวม ส่วนผมจบมาทางก่อสร้าง ก็มาดูแลด้านออกแบบบ้านพัก ควบคุมการก่อสร้าง..ธุรกิจนี้เป็นแบบครอบครัวเราก็ช่วยกันทำ แต่ก่อนผมอยู่กรุงเทพฯ เราก็จ้างผู้จัดการ เราก็เทียวไปมาแทบทุกสัปดาห์ แต่ตอนหลังเรามาคุยกัน คิดว่าเราจะต้องเข้ามาดูแลถาวร โดยผมย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่ ส่วนพี่แหม่มเขามีลูก 2 คน พักที่อุทัยธานี เพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือ วันหยุดถึงจะได้มาช่วยที่นี่" คุณหม่อมพยายามอธิบาย

             ผมถามต่อเรื่องสนนราคาของห้องพัก ก็ได้ความว่า โดยพื้นฐานบ้านพักที่เป็นห้องแอร์จะคิด 950 บาท ต่อท่าน ถ้ามา 2 ท่านก็คูณสอง แต่ถ้ามา 1 ท่าน พักบ้านแบบห้องคู่ ก็จะต้องเสียเพิ่มอีก 200 บาท ราคานี้รวมค่าอาหารมื้อเช้าและเย็นแล้ว โดยมื้อเย็นจะมีกับข้าวให้ 6 อย่าง ถ้ามาคนเดียวก็ให้ 6 อย่างเหมือนกัน...แต่ถ้ามากันหลายท่านก็จะได้ราคาพิเศษ

            "ด้านหลัง ข้ามลำธารไป จะเป็น สำนักปฏิบัติธรรม มีพระกับแม่ชีอยู่ที่นั่น ประมาณ 3 เดือนครั้ง ก็จะมีคณะจากกรุงเทพ ประมาณ 15-50 คน มาปฏิบัติรรม โดยมีพระอาจารย์สุนทร จากสุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุม"  คุณหม่อมกล่าวเสริม พร้อมมอบหนังสือธรรมะมาให้ผม 1 เล่ม เรื่องธรรมะส่องใจ

            นอกจากนั้นคุณหม่อมยังให้ยืมเอกสาร ประวัติความเป็นมาของรีสอร์ทแห่งนี้ ให้ผมได้ศึกษา เพื่อเผยแพร่ต่อไป.....

 

 

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)

 

คำขวัญประจำจังหวัด "อุทัยธานี เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ"