กลางคืนวันเสาร์ไปเยี่ยมคนป่วยอุบัติเหตุที่โรงพยาบาลนวมินทร์  มีนบุรี  ซึ่งมีฮัจญีอาดัม เจริญสว่าง (บังดำ หรือยีดำ)   มาเฝ้าคนป่วยที่นั่น     ยีดำพี่น้องมุสลิมจากลำแขกที่รู้จักกับครอบครัวของผมกันมายาวนาน  ไปมาหาสู่กันเสมอ  มีงานบุญ งานแต่ง งานตาย  ก็ถึงกันเสมอ  คืนนั้นก็มีโอกาสเจอกัน

เช้าวันอาทิตย์ 17 ก.พ. 51   ป๊ะผมบอกให้ม๊ะแกงส้มปักษ์ใต้  กะว่าจะเอาไปฝากยีดำที่โรงพยาบาลนวมินทร์   เพราะบ่นอยากกินแกงส้มปักษ์ใต้มานานแล้ว   แต่โทรหายีดำไม่ติด   ก่อนเที่ยงโทรเข้าเบอร์บังตรี (พี่ชายบังดำ) พูดทางโทรศัพท์ว่า   "ไปโรงพยาบาลหนองจอก ด่วนเลยนะ!  ยีดำเป็นลม"

บ่ายโมง ญาติอีกคนหนึ่งโทรมาแจ้งข่าวร้ายว่า "ยีดำเสียแล้ว"

ป๊ะ  ม๊ะ และผมเดินทางไปโรงพยาบาลหนองจอก  และเข้าไปในห้องที่มีรถเข็นที่ร่างของยีดำนอนไร้วิญญานอยู่   ญาติทยอยกันเข้ามา   หมอบอกว่าให้รอ 2 ชั่วโมงแล้วค่อยเคลื่อนย้ายศพ   พอบ่ายสามโมงเย็นญาติก็ขับรถปิ๊คอัพมีหลังคามารับร่างของยีดำกลับบ้าน  มีป๊ะ และกาแมน  นั่งเป็นเพื่อนในท้ายปิ๊คอัพพาร่างยีดำกลับบ้าน

กลับถึงบ้าน  ทุกอย่างก็ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ  ข้างในบ้านก็จัดการกับร่างของยีดำ  ผ้าเช็ดตัวทำความสะอาด  แต่งตัวในชุดอิสลาม  และยกให้นอนบนอุปกรณ์ที่คล้ายเตียงนอนและเป็นที่อาบน้ำให้แก่มายาส (ศพ)  แต่งด้วยผ้าลูกไม้  ร่างนอนเหยียดยาวคลุมผ้า    ส่วนนอกผ้าก็จัดการกับการตั้งโรงครัว  และเต๊นท์ โต๊ะเก้าอี้  

ญาติของยีดำ  บอกว่าจะทำพิธีฝังมายาสพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า เพราะว่าไม่สามารถจัดการได้ทันในวันนั้น      เย็นนั้น  ญาติๆ ทั้งใกล้ ไกลทะยอยกันมาเต็มไปหมด

เช้าวันที่ 17 ก.พ. 51    ผมพร้อมด้วย ป๊ะ ม๊ะ ลูกสาว หลานสาว น้องสาว และน้องเขย  เดินทางไปบ้านยีดำ     ไปยืนดูเขาอาบน้ำมายาส  และห่อด้วยผ้าขาวที่บุด้วยสำลี  เครื่องหอม กำยาน   และเปิดหน้าให้ญาติดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย    ญาติทะยอยเข้ามาดู    จากนั้นปิดและห่อด้วยผ้าขาวอย่างแน่นหนา  และเคลื่อนย้ายลงสู่โลงไม้และคลุมด้วยผ้า

และเคลื่อนย้ายโลงออกจากบ้าน  มาขึ้นรถที่จอดรอหน้าบ้าน   ทุกคนก็เดินตาม บ้างก็ขับรถไปที่สุเหร่าลำแขก   

มายาสทีนอนสงบอยู่ในโลงไม้  ถูกนำไปวางด้านหน้าภายในมัสยิด   ญาติและพี่น้องที่มาทะยอยกันอาบน้ำละหมาด    

เวลา 10 โมง   พิธีละหมาดญานาซะอ์ ก็เริ่ม  ผมก็ได้เข้าไปร่วมละหมาดด้วย   จากนั้น  ทุกคนหาที่นั่ง    นั่งลงกับพื้นและร่วมกันอ่านซูเราห์ยาซีน และอื่นๆ  

จากนั้นเคลื่อนย้ายโลงไปยังกุโบร์  ซึ่งอยู่ด้านข้างของมัสยิด     หลุมดินเหนียวขนาดใหญ่  ลึกท่วมหัว เพิ่งขุดเสร็จใหม่ๆ   คนขุดยังยืนรออยู่ในหลุม    จากนั้นก็วางมายาสข้างๆ หลุม และทำพิธีก่อนที่จะค่อยๆ หย่อนโลงพร้อมมายาส  ลงไปยังก้นหลุม   ญาติพี่น้องยืนรอบๆ เหมือนมายืนส่งกันครั้งสุดท้าย  แต่ส่งกันด้วยก้อนดินเล็กๆ ที่ค่อยบรรจงโยนลงหลุมพร้อมกับความอาลัย   จนหลุมถูกถมจนเต็ม  ก็ทะยอยกันกลับมาบ้านของยีดำอีกครั้ง 

เราอยู่ที่นั่น  ได้พบญาติพี่น้องหลายคน  บ้างก็มาจากต่างจังหวัดไกลที่เพิ่งมาถึงตอนเช้า  จนหลังละหมาดดุฮ์ริ (บ่ายโมง)  พอลงสุเหร่าก็ทำบุญที่บ้านยีดำอีกครั้ง   แล้วก็ลาญาติๆ กลับบ้าน

การจากลา  เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ  ทั้งจากเป็น  และจากตาย  ชีวิตก็เท่านั้นเอง

แต่ทุกครั้งที่เจอ  ก็ใจหายเป็นธรรมดา

แต่ความรู้สึกของเราจะถูกย้ำอยู่เสมอ  จากคนรอบข้างว่า  สิ่งเหล่านี้ ถูกกำหนดเอาไว้แล้วโดย เอกองค์อัลเลาะห์ (ซบ.)   ทุกคนได้เจอด้วยตัวเองแน่ๆ ไม่ต้องห่วง  สะสมความดีเอาไว้ให้มากๆ ก็แล้วกัน  สำหรับเป็นเสบียงของการเดินทางในโลกหน้า