เช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 เช้าแห่งวันแห่งความรัก นิสิต ชั้นปีที่ 2 เอกคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร นัดรวมตัวกันตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 23.00 น. ที่คณะศึกษาศาสตร์

            ผมนัดรถคุณบุญพาว่าจะออกเดินทาง เวลา 00.30 น.


            พวกเรา เหล่านิสิต เอาฤกษ์ เอาชัยด้วยการ แวะที่ลานสมด็จ พระนเรศวร เพื่อกราบขอพร ให้การเดินทาง ปลอดภัย

 สักการะเอาฤกษ์เอาชัย


           ผมนั่งฟังนิสิตร้องเพลง กล่อมจนเผลอหลับๆ ตื่นๆ จนถึงตีสามกว่าจึงหลับจริงๆ แต่มาสะดุ้งตื่นอีกครั้ง จากที่รถสะเทือนอย่างแรง เพราะวิ่งผ่านทางรถไฟ ที่พาดผ่านทาง ขวางถนน รถวิ่งต่อมาอีกสักพัก ราว ตีห้า ก็มีอันต้องสะดุด<p>
             ว้อด...ว้อด...เสียงเครื่องยนต์ไม่ทำงาน </p><p>                คุณบุญพาเปิดประตูข้างคนขับรถไปข้างรถ ผมหันไปดูนิสิตที่ทุกคนหลับ มีเพียงบางคนที่ โชงกหน้าดู แล้วก็หลับต่อ
             ผมมองออกไปข้างนอก ความมืดยับครอบคลุม มองไม่เห็นแสงตะวัน หลังจากหายไปสักพักคุณบุญพาก็มาแจ้งว่า น้ำมันไม่เข้าเครื่องยนตร์ </p><p>                  "ผมปั้มจนเจ็บมือไปหมดแล้ว"</p><p></p><table border="0" cellspacing="3" cellpadding="3" align="center"><tbody><tr><td>  </td></tr></tbody></table><p>            ผมโดดลงรถ แล้วออกเดิน แวะถามร้านคุณลุงท่าทางใจดี เจ้าของร้านเครื่องยนตร์การเกษตรที่เพิ่งเปิดร้านยามเช้า ว่า "แถวนี้มีร้านซ่อมรถใหญ่บ้างไหมครับ" คุณลุงชี้ไปร้านตรงข้าม</p><p>           ตอนนี้เริ่มมีแสงอาทิตย์ลางๆ แล้ว ผมกับคุณบุญพา วิ่งข้ามถนน สี่เลนไปฝั่งตรงข้าม เคาะประตูสังกะสี เพื่อเรียกช่างที่อยู่ในร้าน ผมดูเวลา หกโมง ช่างจะตื่นไหมหนอ</p><p>          สักพักหน้าต่างเล็กๆ ข้างร้านก็เปิดออกมา ช่างหน้าตาเด็กๆ โผล่หน้าออกมา ด้วยหน้าตายู่ยี่เหมือนเพิ่งตื่นนอน พอเราเจรจาว่าจะให้ไปซ่อมเครื่องยนตร์รถใหญ่ที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ช่างหนุ่มก็ส่ายหน้า พร้อมกับบอกว่า พี่ลองเดินไปตามตรงโค้ง ด้านฝั่งตรงข้ามมีร้านซ่อมรถใหญ่อยู่
           
             หลังจากคุณบุญพาหายไปสักพักตามคำบอก ก็กลับมาพร้อมกับส่ายหน้า แจ้งว่า ช่างไปขับรถหมด เหลือแต่คนแก่ ความหวังเริ่มดับวูบ เวลาบอก เจ็ดโมงเช้า</p><p>
            ผมเริ่มให้นิสิตผู้ชาย เดินสำรวจหาห้องน้ำ ร้านข้าว เพื่อเตรียมแผนสำรอง</p><p>             โทรศัพท์มือถือเริ่มทำงาน โทรหาคนที่ติดต่อหาได้ เริ่มด้วย อ.แอน อ.ภาสกร ดร.อนิรุท ตอนแรกผมคิดว่าไปแค่สองวัน โทรศัพท์มือถือแบตชาร์จเต็ม อยู่ได้สองวันสบายมาก ไม่ต้องเอาที่ชาร์จมาก็ได้ หนักกระเป๋า แต่ผมคิดผิดถนัด หากมีเหตุฉุกเฉินอย่างนี้ หลังจากโทรกระหน่ำ ขีดแบตเตอรี่ลดเหลือ สองขีด           </p><p>              มีรถบิคอัพมาจ่อท้าย คนขับเปิดหน้าต่างลง ผมมองไปในรถ ใครกันนะใจดี แวะถามเรา หรือว่าเค้าเห็นว่ารถเราเสีย มาดีหรือมาร้ายนะ เรามีนิสิตอยู่ด้วยหลายคน พอโชงกหน้าไปดู
              อ้าว ! คุณลุงร้านเครื่องยนตร์เกษตร นั่งเอง ขับรถปิคอัพมาบอกว่า เอ้า ขึ้นมา หนุ่ม เดี๋ยวไปส่งที่ร้าน ซ่อมรถ
             ผมโดดขึ้นนั่งด้านข้างอย่างไม่รีรอ คุณลุง ขับพาวนบนถนนไปตามทางที่ผมไม่คุ้นเคน ใช้เวลาสัก สิบนาทีก็เห็นร้านซ่อมรถบรรทุกจอดเรียงรายหน้าร้าน
            ผมเดินเข้าไปในร้านที่เงียบเชียบยามเช้า แม่บ้านหน้าตาเหมือนคนพม่า มาคุยด้วยผมถามหาช่าง เธอพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟังพอได้ควมว่า ช่างจะมาตอน เจ็ดโมงครึ่ง ผมรีบโทรไปบอกคุณบุญพา คุณบุญพาบอกรถติดแล้วอาจารย์
             ผมดีใจที่จะได้ไปต่อซะที อาจารย์ภาสกรตามมาทัน เราลงความเห็นกันว่า ต้องหาข้าวทานก่อน
           เราแวะทานข้าวกัน หลังจากรถวิ่งต่อมาได้อีกครึ่งชั่วโมง จากกำแพงแสนถึงนครปฐม</p><p></p><table border="0" cellspacing="3" cellpadding="3" align="center"><tbody><tr><td> รถเสีย </td></tr></tbody></table><p>            ผมกะว่าจะขอนอนอีกสักงีบ แต่ก็นึกเป็นห่วงคุณบุญพาเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เที่ยงคืน </p><p>
           หลังจากออกรถ หลุดโค้งมาได้แว๊บหนึ่ง รถก็เกิดอการเดิมอีก อาจารย์ภาสกรตามมาทัน ผมก็เลยปรึกษาว่า เราคงต้องให้ช่างมาดูปัญหาที่แท้จริงแล้ว มิเช่นนั้นไปเครื่องดับกลางทางยุ่งอีกแน่
           ผมโทรแจ้งสถานที่ศึกษาดูงานว่าเราจะไปช้ากว่ากำหนด
           เราสามารถพารถมาถึงอู่ที่อาจารย์ภาสกรมาหาไว้ รถเข้าซ่อม ช่างมาวิเคราะห์หาสาเหตุ และประเมินระยะเวลาซ่อมว่าอาจจะต้องใช้เวลา หนึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง </p><p>          ผมและอาจารย์ภาสกรจึงตัดสินใจให้นิสิต ไปล้างหน้าล้างตาที่ปั้มคาลเท๊กซ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างไปสักครึ่งกิโล ส่วนนิสิตหญิง ที่ไม่ไป ก็ให้ใช้วิธีปิดม่านรถ เปลี่ยนเสื้อผ้าบนถ ให้นิสิตผู้ชายลง ซึ่งวิธีนี้เราใช้มาหลายครั้งจากประสบการณ์พานิสิตไปดูงาน</p><p>         ผมเองก็หอบเครื่องล้างหน้า เสื้อผ้ามุ่งไปปั๊มน้ำมัน แต่ไปได้นิดเดียวก็พบว่ามีมินิโลตัสอยู่ตรงข้ามปั๊มน้ำมัน(เพิ่งเห็นประโยชน์ของมินิโลตัสวันนี้เอง)  เราเลยเปลี่ยนใจเข้าโลตัสล้างหน้าแปรงฟันกันที่นั่น จนพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำแซวนิสิตชายว่า "ไม่ได้ล้างหน้ามาจากบ้านหรือน้อง"</p><p>
            ผมกลับมาที่อู่ ช่างซ่อมรถเสร็จโดยเปลี่ยนสายน้ำมันใหม่ ใช้เวลา เพียง สี่สิบห้านาทีเร็วกว่าที่กำหนดไว้ โดยเจ้าของร้านแจ้งว่า สายน้ำมันที่คุณบุญพาเปลี่ยนมาใส่ไม่แน่น และปั้มน้ำมันไม่ทำงาน รวมเบ็ดเสร็จ หมดไปพันห้าร้อยบาท พร้อมรับรองล้านเปอร์เซ็นต์ว่าหายแน่นนอน แต่ก็ยังไม่ลืมบอกเอานามบัตรไป ถ้าเสียให้โทรมา</p><p>           เราต้องรีบโทรไปแจ้งนิสิตที่อยู่ในโลตัส ว่าให้ประกาศว่านิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรให้กลับมาที่รถด่วน รถซ่อมเสร็จแลว กว่าจะรวมตัวกันได้ใช้เวลาชั่วโมงกว่า</p><p>           คราวนี้ นิสิตพร้อม แต่งตัวพร้อม รถพร้อม เราจะได้ไปดูงานที่ กองการบินพลเรือน ที่ประจวบเสียที
 
            รถวิ่งไปกลัยยูเทิน ผ่านหน้าร้านซ่อม ผ่านไฟแดงมาได้ สองร้อยเมตร เจ้าเครื่องนยตร์ก็ไม่ยอมทำงานอีกแล้ว รถเสียกลางถนนจอแจ กลางแยกไฟแดง และมุมยูเทิน ผมรีบโทรไปตามช่าง และรีบให้นิสิตที่นั่งด้านท้ายขยับมานั่งด้านหน้า เพราะรถสิบล้อ และสิบแปดล้อ ห้อตะบึงออกจากไฟแดงตามๆ กันมา ผมกลัวจะมาทิ่มรูดรถเราเข้า อ.ภาสกร เอารถแวะข้างทางเดินเข้ามาดู ช่างขับรถตามมาซ่อม ผมกับนิสิต ไปโบกรถที่มาข้างท้าย เพื่อให้หลบรถเรา</p><p>          สาวๆ ที่อยู่บนรถมายืมร่มกันแดด เพื่อไปหาซื้อพวงมาลัยเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนรถ แต่ก็ยังหาซื้อไม่ได้</p><p>            ช่างทำให้รถสตาร์ทติดขึ้นมาได้ ผมเดินขึ้นรถเห็นนิสิตทั้งรถร่วมมือร่วมใจกัน พนมมือและสวดมนต์ อธิฐานขอพรพระให้สะดวกราบลื่นจงบังเกิด ช่างซ่อมรถแจ้งให้คุณบุญพาลองอัดเครื่องยนตร์ดูว่ามีปัญหาอีกไหม โดยมีรถช่างขับตามมาด้วยความห่วงใย
 
          ผมดูเข็มไมล์รถวิ่ง แปดเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง อาการรถเสียไม่มีให้เห็น รถช่างแยกออกไป ยูเทิร์นกลับ สงสัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ช่างโทรมาถามอาการ ผมบอกว่าวิ่งดีนิ่งไม่มีปัญหา</p><p>          เราวิ่งมาได้เกือบ 30 กิโล </p><p>                      ฟ็อด....ฟ็อด.....อาการเดิมๆ ของเครื่องยนตร์มาอีกแล้ว คุณบุญพาเอารถจอดข้างทาง เครื่องยนตร์ตัวหน้าดับ แต่เครื่องยนตร์แอร์ยังทำงาน ผมหันไปทางนิสิต แต่ละคนทำหน้าเซ็ง ผมก็เซ็ง อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซากวุ้ย……</p><p>          หลังจากโทรตามช่าง อีกรอบ ผมก็งัดกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายแก้เซ็ง นิสิตก็เอากีต้า เอากลองขึ้นมาร้องเพลง สร้างบรรยากาศ แก้เซ็ง</p><p></p><table border="0" cellspacing="3" cellpadding="3" align="center"><tbody><tr><td>  </td></tr></tbody></table><p>            แต่ความเซ็งยังไม่ทันหาย คุณบุญพาก็ขึ้นมาแจ้งว่าต้องดับเครื่องยนตร์แอร์ เพราะต้องถอดถังน้ำมันออกเอาไปซ่อมที่ร้าน พวกเราต้องลงจากรถ เอาเสื่อ มาปูกันนั่งข้างทาง
           นาฬิกาบอกเวลา บ่ายโมงครึ่ง ผมขอร้องให้อาจารย์ภาสกร พานิสิตไปซื้อข้าวห่อมาทานกัน ระหว่างรวมเงินเพื่อจะไปซื้อข้าว ก็มีเสียเฮ ขึ้นว่ารถซ่อมเสร็จแล้ว ผมจ่ายค่าเสียเวลา ค่าน้ำมันเพิ่มเติมให้กับช่าง ที่มอมแมมไปทั้งเนื้อตัวจากน้ำมัน</p><p>
        แต่ผมก็ชักไม่แน่ใจซะแล้วว่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ อาจารย์ภาสกรก็ดีมาก เป็นห่วงและไม่ทิ้งพวกเรา ขับรถตามไปตลอด ทั้งๆ ที่รับปากกับอาจารย์สุภาณีไว้แล้วว่าจะส่งการประเมินหลักสูตรกลับไปให้ที่ภาควิชา</p><p>
            หลังจากที่ประเมินระยะเวลา แล้วว่าคงไม่ถึงที่ดูงานแน่ ผมก็เลยต้องโทรไปขอโทษที่ศึกษาดูงาน ว่าเราคงเข้าไปไม่ทันแน่นอน และขอยกเลิก และตัดสินใจเข้าที่พัก</p><p>           คุณบุญพา บอกว่าช่าง ส่องไฟดูในถังน้ำมัน มีแผ่นยางแผ่นหนึ่งอยู่ในถัง และเวลาที่เครื่องยนตร์ดูดน้ำมัน เจ้าแผ่นดังกล่าวก็คอยจะไปอุดไม่ให้น้ำมันไหลได้สะดวก ทำให้เครื่องยนตร์ดับ </p><p></p><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2" align="center"><tbody><tr><td> ชายหาดชะอำ </td></tr></tbody></table><p>           ต้องบอกว่า วันนี้เป็นวันแห่งความรักที่ แย่ และน่าเซ็งที่สุดตั้งแต่ที่เคยเจอมา รถเสียตั้งแต่ตีห้า ยันบ่ายสองโมง  แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่าประทับใจ แฝงไว้ด้วยเรื่องดีๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือร่วมใจของนิสิต การปลุกเร้า สร้างความสดชื่น ความสุขของทีมงาน ที่ปลุกเราอารมณ์สร้างความสุขจากความเซ็งของเพื่อน การร่วมใจกันอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่พึ่งทางใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนการสร้างความสามัคคี รวมถึงการเปิดใจ ที่เราล้อมวงคุยกัน ณ ชายหาด</p><p></p><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2" align="center"><tbody><tr><td> AAR </td></tr></tbody></table>