เราจะเดินไปด้วยกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันรับ ผิด และ รับชอบ อย่างสมดุลย์และเที่ยงธรรม ถึงแม้ว่า เรารู้อยู่กับใจว่า..งานนี้ เป็นงานนอกเหนือจากการสอน เป็นงานที่มอบหมายให้ทำ และเราก็เต็มใจทำ เพื่อ องค์กรคือโรงเรียนของเรา...ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง..เท่านั้น
การประชุมในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ในโรงเรียนที่ครูอ้อยสอน กำลังครุกรุ่นกับหลายเรื่อง ที่มีเวลา เป็นตัวแปร ให้คณะครูทุกท่านวุ่นวาย สับสน
ในนามที่ครูอ้อยเป็นหัวหน้ากลุ่มดังกล่าว จึงต้องประสาน ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ เพื่อเดินทางไปสู่การทำงาน อันมีความสำเร็จ.....รอเราอยู่ข้างหน้า
เราจะเดินไปด้วยกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันรับ ผิด และ รับชอบ อย่างสมดุลย์และเที่ยงธรรม ถึงแม้ว่า เรารู้อยู่กับใจว่า..งานนี้ เป็นงานนอกเหนือจากการสอน เป็นงานที่มอบหมายให้ทำ และเราก็เต็มใจทำ เพื่อ องค์กรคือโรงเรียนของเรา...ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง..เท่านั้น
เราจะใช้วิกฤติการณ์ครั้งนี้ เป็นโอกาสของพวกเราทุกคน ในการเดินทางไปสู่ ครูเชี่ยวชาญ ครูชำนาญการพิเศษ งานวิจัยในชั้นเรียน ในลำดับต่อมา...นี่คือ...กำลังใจ และขวัญของพวกเรา..
ครูอ้อยเคยเขียนไว้ในบันทึก เรื่อง การเล่าเร้าพลัง : วิจัยในชั้นเรียน และ...การเล่าเร้าพลัง : KM กับวิจัยในชั้นเรียน (2) และ..การเล่าเร้าพลัง : KM กับวิจัยในชั้นเรียน (3)
จากนั้นมา จนกระทั่ง บัดนี้ งานนี้เราก็นิ่ง เพราะงานประจำของเราทุกท่าน ก็มากมายกันแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ประชุม ที่ปรึกษางานวิจัยในโรงเรียน ที่ท่านได้แต่งตั้งไว้ในเฉพาะกิจ การทำ K.M. กับงานวิจัยในชั้นเรียน
ซึ่งท่านกล่าวในที่ประชุมว่า...ท่านผู้รับผิดชอบ โครงการนี้ จะมาเยี่ยมเราในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ เราทุกคนจึงต้องรีบดำเนินการให้เห็นว่า...ได้ทำ ในระดับ ปานกลาง ครูอ้อยได้พาเพื่อนทำ K.M. กับงานวิจัยในชั้นเรียน แล้ว..ดังนี้...
ครูอ้อยประชุมครู แจ้งให้ทราบ ว่า...เรากำลังทำอะไร และกำลังจะทำอะไรต่อไป ขอความร่วมมือ จากนั้น ครูอ้อยก็มาเตรียมเอกสาร หั่นงานวิจัยในชั้นเรียนออกเป็น 6 ขั้นตอน ก็คือ สภาพปัญหา ศึกษาทฤษฎี มีนวัตกรรม จัดทำเครื่องมือ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุปอภิปรายผล
ครูอ้อยมีแนวการดำเนินการ ที่อาจจะไม่เหมือนกัน เพราะครูอ้อย ได้สำรวจ ความพร้อม ความต้องการ ความสนใจ ความรู้ ของคณะครูในกลุ่ม เรื่องงานวิจัยในชั้นเรียน และเรื่อง K.M. แล้ว พบว่า....ครูของเราทำงานกันมาก หนักหนา ทั้งเป็นครูพิเศษที่ไม่มีเวลาได้มาพบกัน กลางวันก็ต้องไปเป็นครูเวร ไม่อยู่เวร ท่านผู้อำนวยการก็เชิญออกอากาศ ตอนเย็น ทุกคนก็ต้องอยูเวรตามวันต่างๆที่กำหนด ไม่มีเวลาได้ประชุมเลย บางวันกำหนดว่าจะประชุม...ท่านผู้อำนวยการ ท่านรอง หรือผู้ช่วยที่ท่านผู้อำนวยการแต่งตั้ง เชิญประชุมตัดหน้า..เราก็แห้ว..ประจำ...
ดังนั้น ครูอ้อยจึงตัดสินใจ ใช้เอกสารเป็นตัวนำเรื่อง การเล่าเรื่องในการจัดการความรู้ ในกลุ่มของเรา...อาจจะไม่เหมือนใคร ที่จะต้องมานั่งเล่าทีละคน ในกลุ่มนี้ จะมีเอกสาร ที่ออกจากความคิด งานของครูอ้อยเป็นหลัก ...
อาจจะไม่ถูกต้อง อาจจะไม่เข้าท่า อาจจะไม่ถูกใจ..ใครบางคน
แต่ขอบอกเป็นครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายเลยว่า....เราเต็มใจทำ ทำได้เพียงเท่านี้ ดีกว่า...ไม่ได้ทำ

เป็นกำลังใจให้ครูอ้อยนะครับ เพราะว่าผมจะอยู่ในสภาพเดียวกับครูอ้อยนะครับ คือ ต้องเป็นครูผู้นำในการรับผิดชอบงานวิจัยของครูทั้งโรงเรียน ปัญหาเกิดเหมือน ๆ กัน ครับ ที่โรงเรียนในการประชุมเราจะมีทั้งการประชุมแบบเป็นทางการ และการประชุมแบบไม่เป็นทางการ งานเลี้ยงสังสรรค์ งานรื่นเริง วงรับประทานอาหารได้หมดเลยนะครับ ที่โรงเรียนผมก็ทำแบบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้าทีมงานพร้อมลุย มันก็คงไม่หนักหนานะครับ การประชุมบางครั้งก็หาไม่ได้ เมื่อหาได้บรรยากาศก็เคร่งเครียด คนเรามีหลายประเภทครับ บางคนชอบอ่าน บางคนชอบฟัง บางคนชอบให้เรารุก หรือแม้ก็ทั่งบางคนไม่ชอบให้เราติดตาม เขาจะทำเอง ลองใช้หลาย ๆ วิธีนะครับ มันจะเป็นการบริหารงานแบบยืดหยุ่น แต่ที่สำคัญขึ้นอยู่ที่ว่าอย่าให้สิ่งที่เป็นอุปสรรคเหล่านั้นบั่นทอนความตั้งใจดีของเราให้น้อยลงไปนะครับ เคยมีคนบอกว่า ในฐานะที่เราจะต้องนำคนแล้ว (ครูผู้นำ) สิ่งประการสำคัญคือเราต้องรู้นิสัยของคนด้วยนะครับ เราก็ต้องปรับบุคลิกของเรา เป็น พ่อแม่บ้างในบางคน บางโอกาส เป็นเพื่อนบ้างในบางคนบางโอกาส และเป็นเด็กบ้างในบางคนบางโอกาส เขียนยาวหน่อยนะครับ เผื่อจะเป็นกำลังใจให้พี่บ้าง
สวัสดีค่น้องชาย ครูเจิด....ครูบรรเจิด
ยิ้ม รู้ รับ นำทาง......สู่เส้นชัยของความสำเร็จค่ะ