เรื่องเล่า Holistic Doctor Programme (2)

เรื่องเล่าเรื่องที่ 2

บางครั้งเราก็ได้พบเจอปัญหา "ที่ไม่ได้พบบ่อย" ในการดูคนไข้ palliative care ด้วยความถี่ที่ทีมเราเองก็เริ่มไม่มั่นใจว่า "อย่างไหนคือปัญหาพบบ่อย" กันแน่ แสดงให้เห็นว่าวิชาหรือศาสตร์ทางด้านนี้ ยังเป็นศาสตร์แห่งศิลป์อยู่อย่างเยอะมาก

คราวนี้เราได้พบกับป้าสาย ผู้ซึ่งเก็บ "ความลับ" ว่าแกเป็นมะเร็ง ไม่บอกญาติๆคนไหนเลย จนกระทั่งมะเร็งเกิดลุกลามเป็นครั้งที่สอง

ป้าสายเป็นนักสู้ที่แท้จริงคนหนึ่ง มีลูกชายคนเดียว เป็นนายตำรวจอยู่ กทม. ป้าสายถูกวินิจฉัยเป็นมะเร็งรังไข่มา 2 ปีแล้ว รับการรักษาโดยการผ่าตัดและฉายแสงและเคมีบำบัด ปรากฏว่าในการรักษาครั้งแรก ป้าสายไม่เคยบอกญาติๆเลยว่าตนเองเป็นมะเร็ง ป้าสายเดินทางมาเองและดูแลตนเองโดยลำพัง เพราะอุปนิสัยป้าสายไม่ชอบพึ่งพาใคร และเป็นแต่เป็นห่วงคนอื่น ดูแลคนอื่น ไม่ยอมให้ตนเองต้องพึ่งพา หรือเป็นภาระแก่ใครๆ

ปัญหาก็คือ เมื่อมะเร็งกำเริบอีกครั้งหนึ่ง ป้าสายมีไตวายเพราะมะเร็งลงไปอุดตัน หมอต้องช่วยระบายปัสสาวะโดยต่อท่อตรงจากไตออกมาทางผิวหนัง เพราะกระเพาะปัสสาวะข้างล่างตันหมดแล้ว ถึงตอนนี้ญาติก็ได้รับฟังความจริง และหมอเองก็พึ่งทราบว่าป้าสายไม่ได้บอกใครก่อนหน้านี้เลย

ตอนนี้ปัญหาก็คือ ป้าสายนอนติดเตียง แขนขาบวม และพูดไม่ค่อยได้แล้ว ลูกชายลางานมาอยู่กับป้าสายตลอด แต่ป้าสายก็เริ่มรู้สึกว่าลูกลางานมานานแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้ลูกไปไหน ความรู้สึก conflict นี้ยิ่งมากเพราะทั้งสองคนแม่ลูก เป็นประเภทรับความทุกข์คนอื่น แต่ไม่บอกความทุกข์ตนเองให้ใคร ไม่ได้เป็นคนที่จะแสดงอารมณ์อะไรออกมาง่ายๆ

พวกเราไปเยี่ยมป้าสายที่ห้องพิเศษ เข้าไปก็เจอลูกชายที่เป็นตำรวจนอนเอกเขนกเฝ้าอยู่ข้างๆ ป้าสายนอนตะแคงบนเตียง ข้างๆกายมีน้องสะใภ้นั่งอยู่  พอพวกเราเข้าไปลูกชายก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับ เป็นหนุ่มใหญ่ตัวเบ่อเริ่ม ท่าทางเคยจัดการเรื่องราวอะไรต่อมีอะไรมากมายมาแล้วในชีวิต แต่คราวนี้ก็แฝงแววอับจนปัญญา ต่อความท้าทายที่ไม่เหมือนอะไรที่เคยจัดการมาก่อนเลย แกหยุดยืนรอห่างๆอยู่แถวๆหน้าโซฟา ปล่อยให้ทีมแพทย์ค่อยๆล้อมเตียงป้าสาย

ป้าสายกับพวกเราเคยพบกันมาแล้วตั้งแต่ admit ครั้งแรก มาถึงจึงไหว้สวัสดีกันถ้วนหน้า มาครั้งนี้นักสู้ของเราดูนิ่งและนอนมากกว่าครั้งก่อนๆ เหมือนกับจะทราบว่าครั้งนี้เวทีนี้ เธอจะไม่ได้เป็นคนกำหนดวิธีและผลการต่อสู้ได้เหมือนทุกที ระยะนี้ป้าสายจะเพลียค่อนข้างมาก  เราเลยตั้งใจจะรบกวนป้าแกให้น้อยที่สุด เราเชิญลูกชายให้มายืนใกล้ๆ แต่หนุ่มก็ยังสมัครใจยืนอยู่ห่างๆ ฟังพวกเราคุยกับคุณแม่นักสู้

"สวัสดีค่ะ ป้าสาย"

ป้าสายยกมือที่มีสายน้ำเกลือขึ้น เหมือนกับจะโบกมือ ปากขยับเบาๆรับรู้

"เป็นยังไงบ้าง คราวนี้" อ.ลิลลี่ถามเบาๆ ผมเอื้อมมือไปกุมมือซ้ายป้าสายที่มีสายนำ้เกลือปักอยู่ มือแกเบาบอบบาง แทบไม่มีน้ำหนัก

"หนักหน่อยนะ คราวนี้"

ป้าสายพยักหน้ารับรองความจริง

"หมอเผอิญรู้มาว่า ลูกชายต้องลามาเฝ้าใช่ไหมคะ แล้วป้าก็ไม่สบายใจ" เราเริ่ม probe จากข้อมูลที่มี

"ป้ากลัวนายเขาจะว่า ลามานานๆ" ป้าสายเริ่มพูดกับเรา

"อ๋อ ป้ากลัวว่าเดี๋ยวนายจะตำหนิ หรือจะทำโทษหรือจ๊ะป้า"

ป้าพยักหน้า

"แต่ป้าก็อยากอยู่กับลูกชายนี่ ใช่ไหมล่ะ"

ป้าสายพยักหน้าอีกที ประกายน้ำตาเริ่มจับ อ.ลิลลี่สังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว ส่งสัญญานส่งให้ นศพ. คว้าเอากระดาษทิชชูส่งให้ป้าสาย ป้าสายรับมา แล้วก็ซับหัวตาทั้งสองข้าง

"อืม.. น่าเห็นใจนะ แล้วลูกชายขา นี่คราวนี้ลามากี่วันแล้วล่ะ?" เราหันไปถามลูกชาย

"หลายวันแล้วครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมบอกนายแล้ว เขาเข้าใจครับ" ลูกชายตอบ

"เข้าใจคือ จะยอมให้ลามา ไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหมจ๊ะ"

"ครับผม แต่ก็อยากจะกลับไปเป็นช่วงๆเหมือนกันครับ" ลูกชายเริ่มขยับเข้ามาใกล้อีกนิด เพราะเนื้อหาที่คุย เป็นอะไรที่อยู่ในใจ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสพูด

"หมอเข้าใจ ลูกชายอยากจะอยู่เฝ้าใช่ไหมล่ะ แต่ก็ห่วงงาน" หันไปหาป้าสาย "ป้าสาย เขาลามาได้ และอยากอยู่ที่นี่ ถ้าป้าให้แกรีบกลับไปทำงาน เดี๋ยวแกจะไม่เสียใจเหรอ หมอว่าคนเราอยากจะทำหน้าที่ลูกบ้างนะ นายเขาก็เข้าใจอยู่"

ป้าสายพยักหน้า

"ถ้ายังงั้นก็ให้เขาอยู่ต่อนะ ถ้าไม่มีอะไร หมอก็จะบอกลูกชายให้กลับไปทำงานเป็นช่วงๆ แต่ถ้าคิดว่าป้าต้องการเขาอยู่ใกล้ๆ ก็จะติดต่อเขามาอีกทีดีไหมล่ะ"

ป้าสายพยักหน้าอีก

"ป้าต้องการให้เป็นอย่างไร ต่อจากนี้ ป้าบอกพวกเราได้ไหม"

"ป้าไม่อยากให้ใครเป็นทุกข์" ป้าสายพูดเบาๆออกมา

"ป้าหมายถึง คนมาเยี่ยมไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องเศร้าเหรอ" 

ป้าพยักหน้า "ให้เขายิ้มแย้ม คุยกัน ป้าไม่อยากเป็นคนทำให้ใครเสียใจ หรือเป็นทุกข์"

"แล้วป้าสายวางแผนระยะต่อไปยังไง ลองบอกหมอได้ไหม"

"สุดท้ายป้าอยากอยู่ที่ รพ. มีหมอ พยาบาลคอยช่วย และอยากให้ลูกชายอยู่ด้วย" ป้าบอก

"ตกลงจ้ะ เราจะพยายามทำให้ได้ตามที่ป้าต้องการ"

"ที่นี้นะ....." อ.ลิลลี่พูดต่อ "เราตกลงกันว่า ถ้าลูกชายต้องกลับไปทำงานบ้าง และเราจะตามมาเมื่อถึงเวลาจำเป็น บางทีถ้าเขาไม่อยู่อย่างที่ป้าหวังไว้ จะเป็นไรไหม?"

ป้าสายนิ่งไปหน่อยนึง

"ป้าสายว่า ลูกนี่เหมือนใครนี่?"

ป้าสายดูเหมือนจะยิ้มขึ้นมานิดนึง

"หมอว่า ลูกชายนี่เหมือนป้าเลยนะ เป็นตำรวจ ทำงานเพื่อคนอื่น ไม่เรียกรอ้ง ไม่ขออะไรให้ตัวเองเลย" ป้าสายพยักหน้า ฟังอย่างตั้งใจ "จริงๆแล้วหมอว่า ลูกนี่เหมือนมีป้าสายในตัวอยู่ครึ่งนึงเลยนะ"

"ดังนั้นหมอคิดว่า เราก็อยากจะให้ลูกชายมาอยู่กับป้าตอนที่จำเป็น แต่ถ้าหากเกิดเหตุอะไรก็ตาม แกมาไม่ทัน ที่จริงป้าก็อยู่กับลูกตลอดเวลานะ ไม่ได้ไปไหนห่างกันเลย ลูกไปที่ไหน ก็มีเงาของป้า เงาของนักสู้ของหมอคนนี้ ตามไปทุกที่เลย เหมือนกับเราเป็นอมตะเลยนะ"

"ตกลงหมอจะทำตามนี้นะ บอกให้ทุกคนทราบว่าป้าสายไม่อยากให้คนทำหน้าเศร้า ป้าสายอยากให้คนอื่นมีความสุข ที่ป้าห่วงเวลาคนมาเยี่ยม ป้าสายก็ต้องให้โอกาสเขาทำหน้าที่ลูก ทำหน้าที่ญาติบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะเสียใจ ตอนนี้เราทราบแล้วว่า ป้าสายอยากได้อะไร กลัวอะไรบ้าง เราจะช่วยกันทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะ"

ป้าสายพยักหน้า บีบมือหมอเบาๆ เหมือนกับจะยิ้มให้ น้องสะใภ้ที่นั่งข้างๆพูดขอบคุณหมอ และลูกชายยืนมองอย่างเงียบสงบอยู่ข้างๆ

===============================================================

บางทีเราก็ไม่มี reference หรือวิธีอะไรที่เราทราบก่อนว่ามันจะ work และแล้วก็ต้องเล่นไปตามบริบท ตามเหตุการณ์นั้นๆ options ทีดีที่สุด ดูจะผุดบังเกิดมาทุกครั้งที่ข้างเตียงนั้นเอง ไม่ใช่จากการวางแผนในห้อง conference หรือตามทฤษฎีใดๆ ไม่มี prepared wording หรือ dialogue และทุกอย่างเป็นความสดและความเป็นปัจจบุันที่คนที่สำคัญที่สุด อยู่กันพร้อมหน้า และให้เกียรติรับฟังวาระของทุกฝ่ายอย่างเข้าใจ

ภาระกิจแบบนี้ สิ่งมี่ได้จะเกิดขึ้น ณ ขณะเวลานั้นเอง ไม่ได้เกิดขึ้นภายหลัง และความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ outcomes outputs สุดท้ายด้วยซ้ำไป แต่เป็น ณ ขณะนั้น ที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับคนไข้ กับญาติ กับลูก ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง อาชีพ มีแต่มนุษย์และความเมตตากรุณาเท่านั้น