แณณได้ทราบจากคนไทยเมื่อคราวไปช่วยสามีปฏิบัติราชการที่เมืองจิตตะกองว่า มีวัดพุทธ อยู่ในเมืองๆ หนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลนัก พระสงฆ์ ขาดแคลน ชุดผ้าไตร จีวร สำหรับใช้นุ่งห่ม จึงเกิดความคิดอยากจะนำชุดผ้าไตร จีวร มาถวาย คาดว่าคงจะมีผู้สนใจอยากร่วมทำบุญด้วยจำนวนหนึ่ง  

เป็นไปตามคาดการณ์ ท่านที่เคารพกันซึ่งอยู่ในชุมชนแห่งความรู้นี้ 2 ท่าน แสดงความประสงค์อยากร่วมเจตนาบุญในครั้งนี้ด้วย

แณณจึงพยายามหารายละเอียดเพิ่มเติม จากเพื่อนชาวบังกลาเทศที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งสัญญาว่าเจอกันครั้งหน้าจะนำรายละเอียดเพิ่มเติมมาให้

แณณใจร้อน เลยพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต ได้พบประวัติพระพุทธศาสนาในบังกลาเทศ จึงขอนำมาฝากทุกท่านเพื่อปูพื้นไว้ก่อนค่ะ 

Map

    บังกลาเทศ เดิมเรียกว่า “เบงกอล” เป็นที่ราบลุ่มของแม่น้ำสองสายคือ คงคา และ พรหมบุตร (รูปที่1) ทางตอนเหนือของอินเดีย บังกลาเทศเคยเป็นอู่แห่งพระพุทธศาสนา มีหลักฐานว่า พระพุทธองค์เสด็จมาประกาศพระพุทธศาสนา และเทศน์โปรดพระสาวกในดินแดนนี้ด้วยพระองค์เอง และยังพบหลักฐานเกี่ยวกับวัด,พระพุทธรูป,พระบรมสารีริกธาตุ จารึกบนศิลา และแผ่นทองแดง ตามพื้นที่ต่างๆในดินแดนนี้ด้วย
    ราวพุทธศตวรรษที่2 ยุคพระเจ้าอโศกมหาราช พระพุทธศาสนายังคงรุ่งเรืองสืบต่อมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ในดินแดนแถบนี้ และมีบันทึกจากหลวงจีนอีก 3ยุค คือ (หลวงจีนฟาเหียน พุทธศตวรรษที่10 พระถังซำจั๋ง กลางพุทธศตวรรษที่12 และหลวงจีนอี้จิง ปลายพุทธศตวรรษที่12ที่กล่าวไว้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาเทศน์โปรดพระสาวกที่ เมืองปุนดรา บาร์ดัน (Pundra-Bardhan) เมืองสมทัตตะ  (Samatatta) และอีกหลายแห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตบังกลาเทศ
นอกจากนั้นหลวงจีนฟาเหียนได้บันทึกด้วยว่า ที่เมืองหลวง มีพระภิกษุ 2,000 รูปมีวัด 30 วัด และที่ เมืองทัมราลิพตะ มีวัด 22 วัด ส่วนบันทึกของพระถังซำจั๋งกล่าวว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่ บาซู วิหาร ซึ่งอยู่ชานเมือง ปุนดรา บาร์ดัน  

ซัลบานา วิหาร

    ปลายพุทธศตวรรษที่12 มีหลวงจีนได้เดินทางมาที่ เมืองสมทัตตะ และบันทึกว่า มีพระสงฆ์ 4,000 รูป จำพรรษาในเมืองนี้ มีกษัตริย์ทรงพระนามว่า ราชาราชภัตตะ บูชาพระรัตนตรัยและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา มีวัดสำคัญเป็นสถานที่ศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา เช่น ซัลบานา บานาคา สตูปา วิหาร (รูปที่2) และ บัณฑิตวิหาร ที่ เมืองจิตตะกอง โดยบัณฑิตวิหารนั้น นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการค้นคว้าทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นวัดที่มีพระและพระภิกษุต่างชาติพำนักอยู่จำนวนมาก โดยหลังจากมหาวิทยาลัยนาลันทา ถูกทำลายลงแล้ว สถาบันแห่งนี้ก็เจริญรุ่งเรืองอยู่ 300 ปี  ซึ่งปัจจุบันเชื่อกันว่า ยังคงถูกฝังอยู่ใต้เทือกเขาที่เมืองจิตตะกอง บางแหล่งก็สันนิษฐานว่าอยู่ระหว่าง ภูเขารังมหล กับ มัสยิด จุมมา นอกจากบันทึกของนักบวชแล้ว ก็ยังมีบันทึกชาวจีนโบราณ ที่เดินทางมาในดินแดนแถบนี้ บอกว่าพบเห็นวัดวาอารามนับ 100 แห่ง

3

    พุทธศตวรรษที่11 และ 15 มีการค้นพบจารึกบนทองแดง และแผ่นหิน ที่มีอายุในช่วงนั้น อยู่ในหลายๆเมืองเช่น เมืองพาฮาพูร (อ่านว่า พา-ฮา-พู-ระ) และ มาฮัสตันกอล(รูปที่3) โดยกล่าวถึงเรื่องราวการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของกษัตริย์ราชวงศ์ปาละ และ คุปตะ    
    พุทธศตวรรษที่ 15-18 พบจารึก ตำนาน และบทกวี ที่ เมืองซาลิมพูร (อ่านว่า ซา-ลิม-พู-ระ) และ บาเราทัน ในจิตตะกอง กล่าวว่าพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากในดินแดนบังกลาเทศโบราณ และ เผยแผ่ไปยังทิเบตด้วย
4
    พุทธสถานที่เป็นหลักฐานสำคัญ แสดงถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนานับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่12 จนถึงพุทธศตวรรษที่17 คือ สมพูร (อ่านว่า สะ-มะ-พู-ระ) มหาวิหาร (รูปที่4) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบังกลาเทศ มีเนื้อที่ทั้งหมด 27 เอเคอร์ เป็นพุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดทางใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2528    
5
  ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 มีข่าวการค้นพบวัดพุทธมีอายุย้อนหลังไปถึง 1,700 ปี ที่ วิหาร แดพ (รูปที่5) ทางตอนเหนือของบังคลาเทศ หากวัดระยะของสถานที่ที่ขุดพบจากตะวันออกไปตะวันตก จะได้ 250 เมตร วัดระยะจากเหนือลงใต้ จะได้ 220 เมตร มีความสูง 2 เมตร 
6
บทความนี้คัดลอกมาจาก
http://www.dmc.tv/pages/world_meditation/Bangladesh_Buddhism_Part_1.html
เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2551 02:30
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2551 http://www.dmc.tv