สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทุกท่าน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสจัดหลักสูตร “ HR for Non HR” ให้แก่ข้าราชการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หลักสูตรนี้เน้นให้ทุกท่านเข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ การพัฒนาผู้นำในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง และกรณีศึกษาของการทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ เน้นการทำงานยุคใหม่ที่มุ่งประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการทำงานในองค์กรยุคใหม่ และขอถือโอกาสใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ที่เราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแลกเปลี่ยนกัน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียนท่านศ.ดร.จีระ
หลังจากที่ดิฉันได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร HR for Non HR 1 วัน ก็มีความเข้าใจว่าทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญอย่างไร แท้จริงแล้วองค์กรต้องขับเคลื่อนไปด้วยคน ต้องขอขอบคุณท่านอ.จีระและผู้บริหารที่ทำให้มีหลักสูตรดีๆอย่างนี้ และดิฉันหวังว่าดิฉันคงได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรในส่วนที่เหลือในเวลาอันใกล้นี้ค่ะ
ถึงเพื่อน ๆ ชาว New HR ดีใจมากเลยที่พวกเราได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เราหวังว่าทุกคนคงได้อะไรเหมือนเรานะ คือ
1. ตระหนักว่าคนเราทุกคนต้องมีการเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะไม่ใช่เพื่อใครแต่เพราะต้วเราเอง เพราะหากเรารักที่จะเรียนรู้อะไรก็ย่อมทำให้คนที่อยุ่ใกลัตัวเรารอบรู้ตามเราไปด้วย
2. การที่คนเราจะเป็นผู้นำที่ดีได้นั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้าง ลองนึกดูตอ่ไปเองนะ ถ้าเราเป็นผู้นำเราอยากเป็นผู้นำอย่างไร
ขอแค่สองข้อก่อนนะ เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร ลอง post เข้ามานะ ตอนนี้หมดเวลาแล้ว และจะเข้ามาใหม่ หวัดดีนะ
หลักจากที่ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้แล้ว สิ่งที่ได้รับคือ ได้รับรู้เรื่องการจัดการทรัพยากรมนุษย์ซึ่งมีหลายประการซ่งตัวเองไม่เคยได้คำนึงถึงและบางประการสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรได้ และสัญญาว่าจะต้องทำให้องค์กรเป็นเลิศให้ดีที่สุด
1. คาดหวังว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะทำให้สำนักงาน มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มากยิ่งขึ้น และสามารถดึงศักยภาพของทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. จะสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการสร้างแรงจูงใจในการให้ทรัพยากรบุคคลต้องการที่จะพัฒนาตนเองเพื่อความเจริญอย่างยั่งยืนขององค์กรต่อไป
คาดหวังอะไรจากโครงการ HR for Non HR และจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้สำนักงานฯอย่างไร
คาดหวังว่าจะมีการปรับเปลี่ยนมุมมองในการบริหารการจัดการอย่างมีระบบแบบแผนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้สำนักงานโดยการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้พัฒนาไปพร้อมกับองค์กรอย่างมีเป้าหมายอย่างไม่หยุดนิ่ง
โดยส่วนตัวผมรู้จักและแวะมาอ่านบทความใน gotoknow นี้นานๆ ครั้งอยู่แล้ว รู้สึกดีมากครับที่ได้พบอาจารย์ และได้รับแนวความคิดและวิธีในการสื่อสาร เพื่อที่ปรับความคิดและพฤติกรรม ก็ปรับตนเองตลอดมาและปัจจุบันก็ยังปรับปรุงอยู่ แต่ไม่ทราบวิธีสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ ได้พบกลยุทธ์ที่อาจารย์ใช้ก็รู้สึกดีมากๆ แต่ปัญหาที่ยังขบคิดไม่ออก คือแล้วจะสื่อสารให้คนที่ยังไม่เข้าใจ เข้าใจได้อย่างไร บรรยากาศที่หลังจากถูกจุดประกาย พอกลับมาก็ถูกดับเพราะคนที่ไม่เข้าใจ ก็ยังพยายามทำให้เป็นตัวอย่างและให้กำลังใจตนเองตลอดมาว่ากำลังเดินทางมาในทางที่ถูก แต่หลายๆ ครั้งก็รู้สึกหมดและท้อเป็นบางครั้งแล้วก็ต้องเสียเวลาย้อนกลับเรียกกำลังใจให้ตนเองอีกครั้ง
เสียดายที่ผู้รับรู้ มีแค่เท่าที่อาจารย์พบ ซึ่งอาจจะยังไม่พอที่จะเปลี่ยนบรรยากาศ ยังมีผู้ไม่รู้อีกมากที่ ยัง work hard และคิดว่านั้นคือสิ่งที่องค์กรต้องการ ยังไม่ยอมเรียนรู้ที่จะ work smart และก็เป็นกำลังสำคัญที่ทำลายขวัญกำลังใจ
แต่ก็ขอขอบคุณมากครับที่ได้ให้ความรู้ และทำให้เห็นโอกาสและทางเลือกมากขึ้นในการปรับปรุงการทำงานต่อไป
เรียน ท่าน ศ.ดร.วีระ
หลังจากที่ได้เรียนหลักสูตรนี้มีความรู้สึกว่า บุคคลากรทุกคนนั้นมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่ราชการเท่ากันทุกคน เพียงแต่ว่าใครจะพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ มีประสิทธิภาพในการที่จะนำความรู้ที่ได้พัฒนามาแล้วนั้น นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็หาวิธีการหลาย ๆแบบ เพื่อจะพัฒนาตนเองครั้งแล้วครั้งเล่าจนบางคร้งต้องมานั่งนึกคิดภายหลังว่ากำลังทำอะไรอยู่ จำทำต่อไปดีไหม และในที่สุดก็ต้องพยายามให้กำลังใจตนเองอยู่เรื่อย ๆ
จนกระทั่งได้มาพบท่านอาจารย์ในวันอบรม จึงไดเกิดแนวคิด การแสวงหาความรู้ในสังคนแห่งการเรียนรู้, ภาวะผู้นำ และการมองโลกในทัศน์ที่ดี และเป็นบวกเสมอ เพื่อที่จะจุดประกายความคิดการพัฒนาและแสวงหาความรู้ แต่ก็น่าเสียดายว่าจำนวนผู้ที่เข้าอบรม มีเพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด
เรียน ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการที่ได้เข้ารับการอบรมครั้งนี้ มีความคิดว่าถึงแม้เราจะเป็นเพียงแค่มดงานตัวเล็กๆ แต่ถ้าองค์กรขาดมดงานเหล่านี้ก็ขาดกำลังเดินไปไม่ได้เช่นกัน จึงได้หันมามองตัวเองใหม่ว่าเราก็มีความสำคัญมากเช่นกัน
แต่มีความคิดว่าน่าจะให้หัวหน้างานในหน่วยงานได้เข้ามาร่วมอบรมร่วมกับพนักงานระดับปฏิบัติงานแบบนี้บ้าง จะได้มองเห็นถึงปัญหาในหลายๆ มุมมอง ค่ะ
ความรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนกับความคิดที่ไม่หยุดยั้ง อย่าให้ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง
หลังจากได้เรียนหลักสูตรนี้ไป 2 วัน ทำให้แนวความคิดในการใช้ชีวิตในการทำงานเปลี่ยนไป เริ่มมองดูตัวเองว่า เราควรปรับปรุงตัวเองอย่างไรบ้าง และได้รู้ว่า ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง ...
เรียน ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
หลังจากที่ได้รับการอบรมทำให้รู้สึกมีไฟอยากที่จะเรียนรู้ให้ลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก โดยหวังว่าอาจารย์จะช่วยชี้แนะให้พนักงานทุกระดับได้ปรับแนวความคิดให้ทันต่อกระแสโลกที่เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ตาม คำที่อาจารย์บอกว่า "เราต้องเปลี่ยนตัวเองก่อนที่จะถูกคนอื่นเค้ามาเปลี่ยน" เพราะ ณ ปัจจุบันนี้องค์กรยังเหมือนเดิมเมื่อ 68 ปี อย่างเสมอต้นและเสมอปลาย ทำให้นึกถึงรูปไดโนเสาร์ของอาจารย์ที่ในสุดก็รอคอยวันที่จะสูญพันธุ์ไปอย่างเงียบ ๆ ๆ
ดังนั้น เพื่อไม่ให้มีจุดจบอย่างไดโนเสาร์ พนักงานทุกระดับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง (ผู้บริหาร) ควรจะได้รับรู้และเรียนรู้ถึงแนวทางปฏิบัติในการปรับตัวดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสำนักงานสูงสุดต่อไป
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
จากการอบรม 2 วันที่ผ่านมา ได้ปรัชญาที่มาใช้ในชีวิตประจำวัน ข้อคิดต่างๆ มากมาย
และอีก 3 วันที่จะได้อบรมก็คาดหวังว่าจะได้รับอีกมาก สิ่งที่คาดหวังและอยากเรียนรู้เป็นอย่างมากคือ การรับฟังประสบการณ์ของวิทยากร เพื่อจะได้นำมาปรับใช้กับตัวเอง และอยากทราบวิธีการบริหารอย่างไรให้คนอยากทำงานค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
องค์กรนี้ต้องการมืออาชีพ เข้ามาให้คำแนะนำ
หาทางให้เดินและเป็นทางที่ดี
แต่เน้นๆที่ motivation มากๆ หน่อย
ให้เหมือนกับบริษัท 3 m ได้จะดีมาก
องค์กรนี้จะได้มีนักคิดเพิ่มขึ้น
และน่าจะนำเอาหลักการบริหารบางส่วน
ของแจ๊ค เวลซ์ มาใช้ในส่วนที่ประยุกต์เข้ากับ
สำนักงานฯได้
หวังว่าท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์และทีมงาน
น่าจะมีโอกาสให้คำแนะนำหรือเป็นผู้จุดประกาย
กระตุ้นให้พนักงานในองค์กรก้าวไปสู้ความเป็นองค์กรแนวหน้าต่อไป
หลังจากการอบรมครั้งนี้แล้ว มีกำลังใจทำงานขึ้นอีกมากๆๆๆๆๆเลย และมีความคิดว่ายังมีอีกหลายๆคนที่เป็นเหมือนเรา มีความคิดเหมือนเรา ที่ผ่านๆมาเคยคิดว่าเบื่อมากๆ ต่อไปนี้จะตั้งใจทำงานเพื่อองค์กรให้เต็มความสามารถ ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงานที่นำคำแนะนำดีๆมาสู่พวกเราชาวสสร. ขอบคุณค่ะ
เรียน ศ.ดร.จีระ และทีมงาน HR for Non HR
จากการเข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้ อยากคาดหวังว่า ในองค์กรนี้ จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านบุคคลไปในทางทีดี (กว่าเมื่อวานนี้แน่นอน) อาทิ จากที่เคยทำงานไปวันๆ งานหนักไม่เอา ไม่มีเป้าหมายในการทำงาน ไม่คิดที่จะพัฒนาและเรียนรู้ด้วยตัวเองในด้านข่าวสารและ IT จนทำให้องค์กรเกิดความเสียหายในภาพรวม แต่จากนี้ไป ทุกอย่างต้องดีขึ้นกว่าเดิม เพราะอย่างน้อยหลายคนที่เข้ารับการอบรมก็ยังคิดที่จะเริ่มใหม่ ทำใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยมีการเปลี่ยนแปลงความคิดและการกระทำที่ดี ดังนั้น เมื่อหลายท่านเริ่มเปลี่ยนแปลงความคิดและค่านิยมได้แล้ว ก็จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสำนักงานฯ ได้ อย่างดียิ่ง ทั้งนี้ การเปลียนแปลงในตัวบุคคลดังกล่าว จะส่งผลให้สำนักงานประสบความสำเร็จในเป้าหมายหลัก นำพาองค์กรที่เป็นเลิศ สามารถอยู่ในโลกแห่ง IT ได้อย่างมั่นคงในอนาคต และผลตอบแทนที่จะกลับมาสู่พนักงานในองค์กร ก็คือ เงินเดือนค่าจ้าง สวัสดิการที่ดี
ขอขอบคุณสำนักงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และวิทยาการพร้อมทีมงาน ที่ได้จัดการอบรมหลักสูตรนี้ และอย่าลืม เราต้องเปลี่ยนตัวเราก่อนที่จะให้เขามาบังคับให้เราเปลี่ยน และหากฝนตกลงมาใหม่อีกครั้ง น้ำก็คงไม่ไหลเป็นทาง อีกนะ (สัญญา)
2วันหนึ่งคืนที่เข้าอบรมในครั้งนี้ ทำให้เราได้รับความรู้และเริ่มค้นพบตัวเราเองมากขึ้น อาจารย์ให้ความรู้และแนวคิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานได้มากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีค่าสำหรับองค์กรเพียงแต่ว่าไม่เคยได้นำออกมาใช้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีก3ครั้งที่เราจะต้องได้เจอกับคณะอีกครั้ง ความรู้ก็คงจะเพิ่มขึ้นอีก และมั่นใจว่าองค์กรของเราจะต้องขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ก็ขอบคุณอาจารย์ทั้ง 2 ท่านและคณะอีกครั้ง
ได้ความรู้แล้วได้ความรู้สึกกานขนาดนี้เลย ดีจัง
สวัสดีครับสมาชิกชาว HR ทุกท่านหลังจากที่ได้อ่านความคิดเห็นของสมาชิกทุกท่านแล้ว รู้สึกดีใจที่การอบรมที่ผ่านมาได้จุดประกายเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในตัวของท่านก็อาจมีหลายท่านที่เคยท้อแท้กับองค์กรที่ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวัง ก็อย่าเพิ่งไปหมดหวังเพราะจากประสบการณ์ที่ผมได้เคยไปอบรมสัมมนากับองค์กรอื่นๆซึ่งเป็นทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ ด้วยความเป็นคนขี้สงสัยว่าองค์กรเราจัดอยู่ในกลุ่มไหนเมื่อเทียบกับชาวบ้านเขา ก็พยายามถามเพื่อนๆ องค์กรอื่นทั้งภาครัฐ เอกชน (ชั้นนำ) ว่า”มีปัญหาอย่างเราบ้างไหม?"คำตอบก็คือ”ไม่มีความแตกต่าง" เหตุผลคือ1. เพราะ...ในโลกแห่งความเป็นจริง ทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีคนไม่ดี คนเก่งมาก คนเก่งน้อยรวมทั้งมีความยุติธรรมและความอยุติธรรม ปะปนกันไป เราจึงมีหน้าที่ทำให้ความยุติธรรมมีมากกว่า2. เพราะ...บางองค์กรปัญหาออกจะหนักหนาสาหัสกว่าเราด้วยซ้ำไป แต่เราเห็นเพียงแค่เหรียญด้านเดียว ซึ่งเป็นด้านที่สวยหรูดูดี ส่วนอีกด้านก็ .... (ละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ) ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้เราสบายใจว่า”เราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่หว่า" <p style="margin-left: 0.5in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .5in">3. เพราะ...มีผู้รู้เคยบอกว่า เราต้องหาวิธีสร้างกำลังใจให้ตนเอง ไม่ให้ท้อแท้ หมดหวัง เห็นองค์กรอื่นดีกว่าเราซะทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดไม่พัฒนาต่อไป เพราะอะไรที่องค์กรอื่นเขามีดี เป้าหมายของเราก็ต้องพยายามพัฒนาให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่า </p><p style="text-indent: 0.25in">ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อ เราจึงไม่ต้องรู้สึกอนาตหนอชีวิต หากต้องร่วมใจกันพัฒนาองค์กรของเรา โดยยังไม่ต้องมองไกล เรามือเล็ก แรงเล็ก เอาแค่หน่วยงานของเราหรืองานที่เรารับผิดชอบก่อน เอาไว้มีกำลังแรงก็ค่อยสืบสานประกายความคิดของเรา อย่างน้อยก็ในกลุ่ม HR FOR NON HR ของเราหากได้เป็นเครือข่ายหนึ่งที่จะประสาน ช่วยเหลือกันและกัน ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร...มิใช่น้อย</p><p style="text-indent: 0.25in">(สำหรับทุกท่านที่มีปัญหา ข้อสงสัย เกี่ยวกับงาน HR หรือมีประสบการณ์ ความรู้ อื่นๆ BLOG นี้ก็น่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสื่อสารกันได้ นอกเหนือจาก [email protected] และตู้แดงรับเรื่องสงสัย ทางผมและท่านอื่นที่สำนักบริหารงานบุคคล ยินดีตอบทุกคำถามเหมือนเดิมครับ...)</p>
สวัสดีครับ
ผมประทับใจมากที่มีคนคลิกเข้ามาดู blog นี้เกือบ 300 คนแล้ว ขอให้ทุกคนใช้ blog นี้แสดงความคิดเห็นในการเรียนรู้ต่อไป โดยมี inspiration ในการใฝ่รู้