ต้องคิดให้รอบคอบ และไตร่ตรองให้ดีว่าจะใช้เทคนิคนี้เมื่อไร และอย่างไร เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเสมือนดาบสองคม หรือเหรียญที่มีสองด้านอยู่เสมอ

           ในการทำงานทั้งในส่วนของการทำงานในหน่วยงานที่ทำงานอยู่  และการทำงานกับชุมชน  บ่อยครั้งเหมือนกันที่ผมใช้คำถามหรือการนำเสนอประเด็นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการคิด และแลกเปลี่ยนกันในวงกว้าง (เจตนาเพื่อการพัฒนาไม่ได้สร้างความขัดแย้ง)  

            คำถามหรือประเด็นที่ได้โยนเข้าไปในกลุ่มไม่ว่าจะในระดับใดๆ นั้น ผมขอเรียกว่าเป็นคำถามหรือประเด็นของการแหย่รังแตนครับ   ซึ่งหลายท่านอาจเคยอ่านมาแล้วบ้างในบันทึกของ ดร.แสวง  รวยสูงเนิน  

            จากสถานการณ์จริง   ในการที่จะกระตุ้นบุคคล หรือกระตุ้น/กลุ่มนั้น   การจำทำให้เข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะสื่อ  หรือสร้างให้เกิดการเรียนรู้นั้นไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเสมอไป  บางครั้งก็มีอุปสรรค/ปัญหาต่างๆ มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับ  ความคิด-ความเชื่อ   ความรู้เดิม/ประสบการณ์เดิม   แต่เทคนิคที่ผมมักจะใช้  และก็ใช้ได้ผลก็คือ เทคนิคการแหย่รังแตนครับ    สิ่งที่จำนำไปแหย่อาจจะเป็นคำถาม    เรื่องบอกเล่า  ตัวอย่าง    ฯลฯ   เพื่อท้าทายให้บุคคลเป้าหมายที่เราต้องการเกิดกระทำในประเด็นเหล่านี้  ซึ่งก็คือ

  • การฉุกคิด
  • คิดต่อ 
  • กระตุกต่อมคิด
  • หาแนวทางพัฒนา
  • ทบทวนตนเอง
  • ฯลฯ

            แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ต้องคิดให้รอบคอบ และไตร่ตรองให้ดีว่าจะใช้เทคนิคนี้ในเรื่องใด   เมื่อไร และใช้อย่างไร  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเสมือนดาบสองคม  หรือเหรียญที่มีสองด้านอยู่เสมอ   ต้องเข้าใจและยอมรับในความจริงข้อนี้ก่อน  เพราะเจตนาของเราอาจแปรเปลี่ยนไปได้หลากหลายตามสาร -ช่องทาง - เครื่องรับ-แปรความ  ฯลฯ  ตลอดจนความสามารถของเราในการแหย่....    ที่ระบุให้ทำใจยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นนี้ก็เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเตรียมใจรับผลของการแหย่ของเรา   และพัฒนาการเทคนิคการแหย่รังแตนเพื่อไม่ให้แตนต่อยยังไงล่ะครับ    อิอิ......

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  5  กุมภาพันธ์  2551