ตกมาปีสองปีนี้แม่ใหญ่(คุณยาย) ของลูก ๆ ผม  เจ็บออด ๆ แอด ๆ เกี่ยวกับกระดูก  ต้องได้ใส่เฝือกกระดูกรอบ ๆ ลำตัว  จะมานั่งเสื่อกับพื้นกินข้าวในพาข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ ก็ไม่ได้  ต้องนั่งเก้าอี้กินข้าวบนโต๊ะ(บางท่านนั่งทานข้าวบนโต๊ะเป็นเรื่องปกติ  แต่คนชนบทอีสานจริง ๆ ถ้านั่งบนโต๊ะท่านก็ว่ากินข้าวไม่แซบอร่อย) 

ถ้านับวัยแม่ใหญ่อายุ 80 ปี  หลายคุณตาคุณยายท่านก็คงไปมาได้สะดวก  แต่บรรดาแม่ใหญ่ชาวบ้านอีสานหลาย ๆ คน  ต้องเป็นคนหลังขดหลังงอเสียตั้งแต่วัย  70  ต้น ๆ ผมไม่มีความรู้ด้านแพทย์หมอแต่อย่างใด  ได้แต่มองย้อนหลังภาพต่าง ๆ ที่บรรดาแม่ ๆ ชาวอีสานทั้งหลายเป็นมาตลอดชีวิตของท่าน  ก็คือการหาบคอนน้ำหนักลงบ่าทั้งสองข้าง  จนระบบอวัยวะที่เกี่ยวข้องในร่างกายสึกหรอสะสมมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีความลำบากในการลุกเดินยืนนั่งในวัย 70-80 ปีในที่สุด  จะว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนปูนนี้ก็ใช่  แต่ก็สังเกตุได้ว่าคนแก่ที่ไม่ได้มีอาชีพทำนาไร่หาบคอน  จะไม่ค่อยมีโรคลักษณะอย่างนี้ในวัยเดียวกันนี้

การหาบสิ่งของเป็นกิจวัตรของฝ่ายผู้หญิงชาวอีสานมานานนม  การหาบที่สำคัญ ๆ เช่น

หาบน้ำกินน้ำใช้ทุกประเภทจากแหล่งน้ำขึ้นครัวเรือน  หาบสัมภาระข้าวปลาไปนาไปไร่  หาบมัดกล้ายามปักดำ  หาบมัดฟ่อนข้าวขึ้นลานนวดยามเก็บเกี่ยว  หาบฝุ่น(ปุ๋ยคอก)ไปนา  หาบข้าวเปลือกจากนาขึ้นเล้า(ยุ้ง)  การหาบของไปหาข้าว (หาบสิ่งที่หาได้ไปแลกข้าวยามปีแล้ง หรือน้ำท่วม  ซึ่งเป็นสุดยอดของการหาบที่แสนหนักเหนื่อยของแม่ ๆ) ฯลฯ หาบสาระพัดหาบซึ่งถือว่าเป็นบทบาทของฝ่ายหญิงของชาวนาภาคอีสาน

                 

    หญิงชาวนาอีสานหาบครุน้ำ  หาบสัมภาระ (ภาพจาก  บันทึกอีสานผ่านเลนส์  โดย  วิโรฒ  ศรีสุโร 2547  น. 18,24)

เด็กสาวชาวนาสมัยปู่ย่าตายายแต่งงานตั้งแต่อายุ 15 - 19 ปี อายุเท่านี้ก็มีลูกแล้ว 2-3 คนก็เป็นเรื่องปกติในยุคที่ไม่มีคำว่าการวางแผนครอบครัว  งานหาบคอนพวกนางก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง  ในขณะที่บทบาททางเพศแม่สืบลูกหลาน  การปรนนิบัติพัดวีสามี  ก็ไม่ให้ขาดตกบกพ่อง  เข้าตำรา นอนดึกลุกเช้า  เชื่อหรือไม่ครับสมัยก่อน ก่อนเข้านอนเห็นแม่ยังเข็นฝ้าย (ปั่นฝ้าย) เข็นไหม  เกีย/เกือม้อน (ให้ใบหม่อนตัวใหม) ทำอะไรต่ออะไรจนเราหลับไปก่อนไม่รู้ตัว  แต่รุ่งเช้า  ก็แม่อีกนั่นแหละตื่นแต่ตี 4 ตี 5 พาพี่ ๆ ตำข้าวครกมอง(ครกกระเดื่อง) ตักน้ำจากส่าง(บ่อน้ำลึก) ไกลออกไป  มาให้เราได้อาบ  ได้กิน

จากนั้นแม่จะทำกับข้าวเตรียมให้เราได้กินพร้อมแบ่งขึ้นตะกร้า  เตรียมนำไปส่งพ่อซึ่งจูงควายไปนาแล้วตั้งแต่แม่ตำข้าว  กับข้าวหลักก็คือตำแจ่วปลาร้า  ลวกผัก  ปิ้งปลา ก็ถือว่าครบสมบูรณ์เมนูอาหารแล้ว  ภาพเจนตาที่เราชาวอีสานพบก็คือภาพแม่ ๆ หาบตะกร้าข้างหนึ่งใส่อาหาร  อีกข้างใส่ลูกคนเล็กไปนา 

                                            

                                  ภาพจาก http://www.learningthai.com/thailand/02b.jpg
พอถึงนา  หาข้าวปลาอาหารให้พ่อและผูกอู่ผ้าให้น้องหล่า(น้องสดท้อง)นอนแล้ว  แม่จึงได้ลงลุยแปลงนาเคียงข้างพ่อ  แต่เมื่องานหาบคอนมาถึงก็เป็นหน้าที่ของแม่อยู่แล้ว  เช่น  หาบกล้าจากแปลงลงกล้ามาแปลงปักดำ  ส่วนฝ่ายพ่องานหลักก็คือการไถคราดเตรียมดิน  การดูแลควายเทียมไถเทียมคราด...  พอตอนปักดำนั่นแหละจึงจะได้เคียงคู่ก้ม ๆ เงิย ๆ คู่ผัวเมียกันไป

บนบ่าของหญิงชาวนามีความเหมือนกันคือกร้านกรำไม่นิ่มนวล  เพราะแบกรับภาระน้ำหนักที่กำหนดมาตามธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวนาชาวบ้าน  มานานนับร้อยนับพันปี.