การปั่นด้าย ทอผ้าเองเป็นหนทางหนึ่งของการพึ่งพาตนเอง

  <p style="margin: 0in 0in 0pt; line-height: 20pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ประมวลเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของมหาตมา คานธี</p>

 (มหา + อาตมา = ผู้มีจิตใจสูง เป็นสมัญญาที่ชาวอินเดียมอบให้)

<p></p><p> </p>

๑๙๒๕ อดอาหาร๑ สัปดาห์ ก่อตั้งสมาคมปั่นด้ายด้วยมือ

๑๙๒๕    เดินทางทั่วประเทศอินเดียเพื่อส่งเสริมการใช้ผ้าทอมือ

๑๙๒๘ ปฏิบัติการสัตยาเคราะห์ที่เมืองบาระโดลี ลูกชายชื่อ มคันลาล

         ถึงแก่กรรมที่เมืองปัฎนา

๑๙๒๙ พรรคคองเกรสแห่งชาติซึ่งประชุมที่เมืองลาฮอร์ผ่านญัตติให้อินเดีย

         ต่อสู้เพื่อเอกราชโดยสมบูรณ์

๑๙๓๐  ประกาศการต่อสู้เพื่อเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม

          นำขบวนเดินเท้าไปเมืองทัณฑี เพื่อล้มเลิกกฎหมายเกลือ ถูกจับกุมตัว

          เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม

๑๙๓๑  ได้รับการปล่อยตัวจากที่คุมขังเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ลงนามในข้อตกลง

           คานธี-เออร์วิน ร่วมประชุมโต๊ะกลมครั้งที่ ๒ ในประเทศอังกฤษในฐานะ

           ผู้แทนคนเดียวจากประเทศอินเดีย แต่ต้องกลับด้วยความผิดหวังใน

          เดือนธันวาคม

๑๙๓๒  รัฐบาลประกาศให้พรรคคองเกรสแห่งชาติเป็นองค์การผิดกฎหมาย

        ต่อสู้ด้วยสัตยาเคราะห์อีกถูกจับเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ประกาศอดอาหาร

       จนตายตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน เป็นการประท้วงการที่รัฐบาลจะให้สิทธิ

       เลือกตั้งแก่ประชาชนบางกลุ่มโดยแยกไปจากส่วนรวม (Communal Award)

       มีการตกลงกันได้ในวันที่ ๒๔ กันยายน เลิกอดอาหารเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน

๑๙๓๓  อดอาหารเป็นเวลา ๓๑ วัน ตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม เริ่มออกวารสาร หริชน

       ได้รับการปล่อยตัวจากที่คุมขังแล้วถูกจับอีก ถูกตัดสินจำคุกหนึ่งปี ประกาศ

       อดอาหารจนตายตั้งแต่วันที่ ๑๖ สิงหาคม แต่เลิกอดหลังจากนั้น ๑ สัปดาห์

      เพราะตกลงกันได้กับฝ่ายรัฐบาล) ถูกปล่อยตัวจากที่คุมขังเมื่อวันที่ ๒๓

      สิงหาคม  ย้ายจากอาศรมสาพรมตีไปอยู่ที่วรธา เดินทางไปยังภาคต่างๆ

      ของอินเดียเพื่อยกฐานะของชนวรรณะต่ำต้อย (หริชน)

๑๙๓๔ อดอาหารเป็นเวลา ๗ วัน จัดตั้งองค์การส่งเสริมอุตสาหกรรมชนบทเมื่อวันที่

        ๒๖ ตุลาคม ร่วมประชุมพรรคคองเกรสแห่งชาติที่นครบอมเบย์

๑๙๓๕ ร่วมฉลองงานสุวรรณสมโภชของพรรคคองเกรสแห่งชาติ

๑๙๓๖  จัดตั้งอาศรมเสวาคาม

http://www.harvestfields.ca/ebook/02/048/images/gandhi.jpg

๑๙๓๗ รับเป็นสมาชิกพรรคคองเกรสแห่งชาติในเดือนกรกฎาคม เริ่มโครงการ

         การศึกษาใหม่

๑๙๓๙ ประกาศอดอาหารจนตายที่เมืองราชโกฏิ แต่เลิกอดอาหารภายหลัง ๔ วัน

        เพราะอุปราชของอินเดียเข้าไกล่เกลี่ย พรรคคองเกรสแห่งชาติประชุม

        ที่เมืองตริปุระ สงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๓ กันยายน

        รัฐบาลพรรคคองเกรสแห่งชาติในทุกแคว้นลาออก เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน

๑๙๔๐  เริ่มปฏิบัติการสัตยาเคราะห์เพียงลำพังคนเดียวเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม

๑๙๔๑  ประกาศเลิกการเป็นผู้นำพรรคคองเกรสแห่งชาติ จัดตั้งองค์การพิทักษ์วัว

         เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน

๑๙๔๒ ยอมรับเป็นผู้นำของพรรคคองเกรสแห่งชาติอีกวาระหนึ่ง ประกาศให้อังกฤษ

        ถอนตัวออกจากอินเดียเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ผู้นำของพรรคคองเกรสแห่งชาติ

       ถูกจับคุมขังทั่วประเทศ

๑๙๔๓ อดอาหารเป็นเวลา ๒๑ วัน ในวังของอากาข่าน (สถานที่ที่คานธีถูกคุมขัง)

๑๙๔๔ กัสตูร์บาอี (ภรรยาของคานธ๊) ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์

        ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม การเจรจาระหว่างคานธี-จินนาห์

       (ผู้ก่อตั้งประเทศปากีสถาน)

๑๙๔๕ ผู้นำของอินเดียได้รับการปล่อยตัวจากที่คุมขัง เมืองสิมลาเป็นครั้งแรก

๑๙๔๖ อังกฤษส่งคณะรัฐมนตรีมาเจรจาเรื่องให้เอกราชแก่อินเดีย สันนิบาตมุสลิม

         เริ่มปฏิบัติการ “DIRECT ACTION” เพื่อแบ่งแยกอินเดียออกเป็นปากีสถาน

        ชาวฮินดูกับมุสลิมเริ่มประหัตประหารกัน คานธีออกเดินทางด้วยเท้า

        (บาทยาตรา) ไปเมืองโนอาขาลีเพื่อยับยั้งมิให้ฮินดู-มุสลิมประหัตประหารกัน

๑๙๔๗ อินเดียฉลองเอกราชเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม อดอาหาร ๗๓ ชั่วโมงเพื่อ

         เรียกร้องมิให้ฮินดู-มุสลิมฆ่าฟันกันในนครกัลกัตตา

๑๙๔๘ ประกาศอดอาหารจนตายเพื่อวิงวอนให้ฮินดู-มุสลิมหยุดปะทะกันใน

          นครเดลฮี อดอาหารได้ ๕ วัน ชุมชนทั้งสองฝ่ายก็หยุดประหัตประหารกัน

          ถูกยิงตายเมื่อเวลา ๑๗.๐๕ น. ของวันที่ ๓๐ มกราคม

*******************************

“India, indeed the world, will not see the like of him again, perhaps,

for centuries.”

Lord Louis Mountbattan

<p> </p><p> </p>

(กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย แปล ข้าพเจ้าทดลองความจริง อัตชีวประวัติของมหาตมา คานธี (The Story of my Experiments with Truth- written by Mahatma Gandhi) กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง ๒๕๓๘ หน้า ๗๓๘-๗๔๑)

<p> </p><p> </p> <p> </p><p> </p> <p> </p><p> </p></span>