เมื่อวานทั้งวัน ผมคลุกอยู่หน้าจอคอมฯ จนกระทั่งพากลับไปทำต่อที่บ้านจนถึงตีสอง ก่อนกลับบ้านมีคำถามประเด็นหนึ่งเกิดขึ้นในการเขียนบทความวิชาการของผม เพราะผมต้องการอ้างอิงหะดีษ (วัจนะของท่านศาสนฑูต) บทหนึ่ง ผมจำเค้าโครงเรื่องของหะดีษบทนี้ได้ แต่จำรายละเอียดสำคัญหลายข้อ (ซึ่งจะเป็นคำตอบในการเขียนบทความของผม) ไม่ได้ สุดท้ายอัลฮัมดุลลิลลาฮฺ (ขอบคุณอัลลอฮ์) ได้เจอกับท่านรองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ ช่วยให้คำตอบเกี่ยวกับหะดีษบทนั้นให้ผมฟัง สรุปง่ายๆ ว่า ผมจำเนื้อหาผิดหะดีษ แต่เมื่อคืน ผมพบว่า เนื้อหาที่ผมจำอย่างลางๆ นั้นไม่ใช่เป็นหะดีษ แต่เป็นอัลกุรอาน (ก็เป็นความบังเอิญเปิดอ่านเจอ นี่แหละครับ สิ่งที่อัลลอฮ์กำหนดไว้แล้ว) หลักฐานที่ผมกำลังค้นหา คือ กระบวนการสานเสวนาระหว่างวัฒนธรรม และตอนนี้หาเจอตัวบทอ้างอิงแล้วครับ
แต่แล้วก่อนจะถึงตีสองของเมื่อคืน ก็เกิดคำถามใหม่ขึ้นมา ว่า ผมจำได้ว่า เคยได้ยินการบรรยายครั้งหนึ่งว่า มีโองการๆ หนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงตำหนิการกระทำของท่านศาสนฑูต เนื่องจากท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนตาบอดที่มาขอคำปรึกษา แต่ท่านกลับให้ความสำคัญกับตัวแทนเผ่าที่ต้องการทราบเรื่องราวอิสลาม นึกไม่ออกครับว่า เป็นบทไหน โองการไหน ระหว่างที่นั่งค้นหา ก็เจออีกหลายโองการที่สามารถเอาไปประกอบแนวคิดในบทความได้ครับ แต่แล้วเมื่อคืนหาไม่เจอในสิ่งที่จะหาจริง
เช้านี้มาทำงานก็สอบถามหลายท่านในที่ทำงาน บางคนก็บอกว่า เหมือนคุ้นๆ ว่ามีเรื่องราวนี้อยู่ แต่ไม่รู้ บ้างก็ว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย และแล้วด้วยฮีดายะห์จากอัลลอฮ์ ผมก็เจอจนได้ครับ เป็นโองการแรกของบทอาบาสา เมื่อเขียนเพิ่มเติมไปในบทความแล้ว ก็ได้คุยกับท่านรองคณบดีวิทยาศาสตร์ฯ ได้ข้อคิดว่า เรื่องราวที่เราได้ยินและจดจำ คือเรื่องราวที่เราใส่ใจ และจะจำได้ดีขึ้นเมื่อเรานำมาผูกไว้กับเรื่องที่เราจำได้แล้ว
ผมสนใจเรื่องราวของอัลกุรอานบทนี้เนื่องจาก ผมว่ามันเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนมากครับ เป็นเรื่องของบทบาทครูในการสอน ถ้าท่านผู้อ่านสงสัยว่า ตกลงผมกำลังเขียนบทความเรื่องอะไรอยู่ ก็ขออนุญาตไม่เฉลยก่อนครับ รอให้ถึงงาน Proceeding ก่อนแล้วจะนำมาเผยแพร่ครับ
จริงๆ เมื่อเช้ามีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าประทับใจมากครับ แต่บังเอิญคู่กรณีโทรมาแจ้งว่า "ห้ามอาจารย์เอาไปเขียนในบล็อกนะค่ะ" เอาไงดี ไม่ก็ไม่ครับ ฮาฮาฮา
อีกเรื่องหนึ่งครับสำหรับเมื่อวาน คือ ได้มีโอกาสนั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อะซาน จริงๆ เรื่องนี้ต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้วครับ มีนักศึกษาท่านหนึ่งมาคุยกับผมว่า อยากให้ผมช่วยเขียนบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ซึ่งผมก็ตอบตกลงครับ ต่อมาเขาก็เอานสพ.ฉบับย้อนหลังมาให้ผมศึกษาดู ผมก็อึ่งครับ ที่อึ่ง เพราะคิดไม่ออกว่า ผมจะเขียนประเด็นไหนดี เพื่อเติมเต็มนสพ.ฉบับนี้ ต้องขอชมว่า ทำได้ดีครับ ครบเครื่องดี แต่ผมก็ยังไม่ได้เขียนส่งนะครับ เพราะทางผู้ประสานงานบอกว่า บก.จะคุยกับผมก่อน ซึ่งปรากฏว่า เมื่อวานได้เจอตัวจริงเสียงจริงครับ ทราบว่า มาเป็นวิทยากรอบรมการเขียนข่าวให้กับหลายที่ในนราธิวาส และวันนี้หรือพรุ่งนี้สำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
ผมเจอคำถามแรกเลยครับ อาจารย์ช่วยวิจารณ์หน่อยว่า นสพ.เล่มนี้เป็นอย่างไร? คำถามนี้หนักครับ เพราะผมหยิบมาอ่านเมื่อเดือนที่แล้ว และตอนนี้ผมลืมไปหมดแล้ว ก็เลยต้องคุยๆ กันไป ก็เลยได้ทราบว่า ท่านอาจารย์อานิส เป็นคอลัมนิสต์ให้อยู่แล้ว (นี่ขนาดงานยุ่งนะครับอาจารย์)
ปัญหาคือ ผมควรเขียนด้านไหน อย่างไร บก.ก็ตอบว่า นสพ.นี้เน้นข่าวครับ ดังนั้นงานเขียนของผมความเป็นวิเคราะห์ข่าว ยิ่งยุ่งใหญ่ครับ ก็ผมประเภทชอบอ่านข่าวย้อนหลัง ฮาฮาฮา จริงๆ นะครับ ผมไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับปัจจุบัน แต่ชอบมากถ้าได้อ่านหนังสือพิมพ์ของเมื่อวาน หรือของหลายวันก่อน เนื่องจากถ้าเป็นข่าวปัจจุบัน ผมดูทีวี ฟังวิทยุน่าจะเร็วกว่า ยิ่งสมัยนี้หลายสถานีมีรายการประเภทคอลัมภ์ข่าว วิเคราะห์ข่าวให้ได้รู้ลึกและชั่งน้ำหนักได้
ข้อต่อมาคือ ผมชอบเขียนสไตล์แบบที่ท่านอ่านนี้แหละครับ แนวที่เป็นผู้อ่านคุยกับกระดาษเขียนไม่ค่อยจะเป็น ชอบเขียนประเภทที่ผู้อ่านกำลังคุยกับผมอยู่ (นึกภาพออกมัยครับ)
แต่ยังงัยๆ ก็รับปากไปแล้วครับว่าจะเขียน แต่ขอสำรวจตัวเองอีกนิดหนึ่งนะครับว่า จะนับหนึ่งอย่างไรดี ก็เล่นกำหนดบทบาทให้คนที่ตกข่าวเป็นประจำมาวิเคราะห์ข่าวนี่ครับ
มาเยี่ยม...
ใช่ครับ...ทุกอย่างอยู่ที่ความสนใจ...และใส่ใจ...ทำสิ่งนั้นจะง่าย...
สวัสดีครับอาจารย์
1. umi ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
ถ้าหากคิดจะเดินหน้าซะอย่างด้วยความมุ่งมัน ใส่ใจ ดุอาอฺกับความรู้ใหม่ ความท้าทายใหม่ๆผมเชื่ออาจารย์ทำได้ จะมีปัญหาก็แค่เวลามากกว่าเพราะดูอาจารย์ก็คงจะเข้าใจตัวเองว่ายุ่งแค่ไหน
ขอบคุณครับอาจารย์
<div class="info">3. เสียงเล็กๆ ผมไม่มีปัญหาเรื่องเวลาครับ เพราะผมมีเวลาเท่ากับคนอื่นๆ แต่ที่มีปัญหาจริงๆ คือ การบริหารเวลาครับ ฮาฮาฮ</div>
ขอบคุณครับอาจารย์
<div class="info">3. เสียงเล็กๆ ผมไม่มีปัญหาเรื่องเวลาครับ เพราะผมมีเวลาเท่ากับคนอื่นๆ แต่ที่มีปัญหาจริงๆ คือ การบริหารเวลาครับ ฮาฮาฮ</div>