บันทึกนี้เขียนขึ้นมาเพื่อบอกให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงมิตรไมตรีที่บล๊อกเกอร์ของ gotoknow มีต่อชาวบล๊อกเกอร์ด้วยกัน เพื่อขอบคุณเขาเหล่านั้น เพื่อบันทึกความทรงจำที่ดีเอาไว้ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการต้อนรับเพื่อนชาวบล๊อกทั้งหลาย
ผมมีเหตุต้องไปส่งลูกสาวไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงถือโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือสักสองสามวัน แต่เนื่องจากไม่ได้รู้จักบล๊อกเกอร์ตัวเป็นๆแม้สักครั้งเดียวก็เลยไม่รู้จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร อย่างไร แต่แล้วเหตุบังเอิญก็เกิดขึ้นเมื่อโทรศัพท์ของคุณแป๊ด รัตติยา เขียวแป้น ดังขึ้นที่เครื่องผมแล้วไม่มีคนพูดสาย ผมกดวางสายแล้วโทร.ไปใหม่จึงรู้ว่าเป็นคุณแป๊ด ผมนึกว่าคุณแป๊ดจะไปภูเก็ตถามไปถามมามือคงไปโดนปุ่มแล้วเครื่องก็โทร.ออก....พอรู้ว่าผมกำลังจะขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ คำถามที่คุณแป๊ดถามผมคือ น้าอึ่งรู้หรือยัง ผมก็ตอบว่าไม่ทราบเหมือนกัน นึกในใจว่าเดี๋ยวคุณแป๊ดคงโทร.บอกเองแหละน่า แล้วก็เป็นจริง เมื่อน้าอึ่งอ๊อบก็โทร.เข้าเครื่องผม ทักทายกันตามธรรมเนียม ความรู้สึกแรกที่ได้รับโทรศัพท์คือ ดีใจ ที่แม้จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาตัวเป็นๆของน้าอึ่งอ๊อบ ก็มีใจโทร.มา ก็เลยนัดทานข้าวกันแต่วันแรกผมก็มีแขก น้าอึ่งก็ไม่สะดวกเลยนัดกันเมื่อผมกลับจากปาย
วันรุ่งขึ้นเราออกเดินทางประมาณ ๙ โมงเช้า ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปใกล้จะถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมดีใจเป็นครั้งที่สองเพราะเสียงบอกว่า “สวัสดีครับ ผมเอก จตุพรครับ” ผมร้องโอ้โฮ บล๊อกเกอร์ชาวเหนือเขาต้อนรับกันดีอย่างนี้เชียวเหรอ และก็เป็นดังคาดเป็นฝีมือน่าอึ่งอ๊อบที่โทร.บอกน้องเอก ก็เลยนัดหมายเจอกันเมื่อผมเข้าที่พักเสร็จแล้ว ผมขอเข้าไปเที่ยวห้วยน้ำดังก่อน...
ผมบอกน้องเอกว่าโกไข่น้องชายผมมาเที่ยวแล้วบอกว่าอย่าลืมไปชิมขาหมูที่สันติชล สุดยอดมาก ไอ้เราก็รู้สึกว่าถ้าจะกินขาหมูควรจะเป็นมื้อเที่ยงมากกว่ามื้อเย็น เพราะตั้งแต่ถึงกทม.เพื่อนพาไปเลี้ยงเสียพุงกางทุกมื้อชักจะไม่ไหว สงสัยต้องกลับไปว่ายน้ำที่ภูเก็ตวันละ ๑๕๐ เที่ยวแหงๆ แต่เมื่อคุยกับน้องเอก เขาบอกว่าผมว่าควรจะเป็นมื้อเย็นดีกว่า มื้อเที่ยงควรหาอะไรทานที่ในเมืองปาย ผมก็โอเค
แฟนผมเขาเตรียมที่เที่ยวที่กินมาแล้วบอกว่าในหนังสือบอกว่าส้มตำหน้าอำเภอปายนี่แหละสุดยอด ก็เลยไปจอดรถทานส้มตำกันไม่ผิดหวังรสแซ่บ สักพักน้องเอกโทร.มาถามว่าทานอาหารกันหรือยังอากาศอย่างนี้น่าทานอาหารประเภทส้มตำ ผมหัวเราะก๊าก เพราะกำลังจัดการส้มตำกันอย่างเมามัน และชื่นชมความน่ารักของลูกสาวเจ้าของร้าน ที่แม่ตำส้มตำ พ่อจัดการเรื่องยำในครัวลูกสาวรับออร์เดอร์ และส่งอาหารตามโต๊ะ อายุก็ไม่มากสัก ๖-๗ ขวบเห็นจะได้ ดูเธอสนุกสนานมาก เสียดายลืมเก็บภาพของเธอไว้ดู
น้องเอกนัดจะพาไปเที่ยววัดหลวง เมื่อรู้ว่าเราอยู่ที่ร้านส้มตำก็เลยมาเจอกันที่ร้านส้มตำ ดีใจมากที่น้องเอกว่างและรับอาสาเป็นไกด์นำเที่ยว ทำให้เราได้รับความรู้มากมาย พาไปดูวัดหลวง พาไปเที่ยวสวนกระท้อนของคุณหมอรอน (ผมไม่เพิ่มภาพในบันทึกนี้เพราะภาพเหมือนของน้องเอก)ได้ทานกล้วยหอมซึ่งหอมอร่อยจริงๆ มะละกอแขกดำก็อร่อย นั่งคุยกันอย่างถูกคอ เสียดายไม่ได้พบกับคุณหมอสุพัฒน์เพราะท่านกำลังยุ่งอยู่กับงาน แล้วเราไปเที่ยววัดน้ำฮู ที่ซึ่งมีสถูปของพระนางสุพรรณกัลยา พี่สาวของพระนเรศ และไกด์เอกก็เล่าให้ฟังถึงประวัติที่มีสถูปอยู่ที่นี่
จากนั้นเราก็ไปเที่ยวกาดแลง น้องเอกพาไปเดินชมผักต่างๆซึ่งเป็นผักพื้นเมือง และว่า ชาวบ้านแถวนั้นปลูกผักปลอดสารพิษ แม้บางเจ้าจะฉีดสารเคมีบ้างแต่ก็เก็บผักเมื่อปลอดภัยไม่เหมือนที่อื่น ผักแต่ละประเภทน่าทานมาก
ที่น่าชื่นชมเมืองปายตรงที่บรรดาแม่ค้าอารมณ์ดีไม่หน้ามุ่ยกับลูกค้าเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ซื้อก็ไม่ว่า เราแซวเล่นแม่ค้าก็แซวตอบ แม่ค้าขายมันกันยา ถุงถัดไปเราก็แซวว่าเป็นมันตุลา เราถามว่าถุงต่อไปนี่อะไร แม่ค้าตอบว่ามันพฤศจิกา หัวเราะกันสนุกสนานทั้งคนขายคนซื้อ เอิ้กๆแล้วเราก็ไปเที่ยวสันติชล นั่งจิบชากันหลายกาผมชอบมาก ได้บรรยากาศพูดคุยกันไปจิบชากันไป ผมขอลองชาโสม ขอลองชาขม น้องเอกบอกว่าชอบชาโสม ส่วนชาขมไม่ค่อยชอบ ภรรยาผมก็เลยบอกว่าอีก ๒๐ ปีน้องเอกก็จะชอบ ได้หัวเราะกันพอหอมปากหอมคอ...อิอิ... พอได้ที่ก็ไปเดินถ่ายภาพ ไปชมบ้านพักที่ทำด้วยดิน
ผมกับภรรยานึกเสียดายที่เราไม่มีข้อมูลนี้ก่อนจะได้ลองนอนบ้านดินกัน และแล้วเวลาสำราญก็มาถึงเราดื่มวิสกี้กันเล็กน้อยเพียงคืนนั้นจบกันที่แค่ครึ่งขวด น้องเอกแนะนำขาหมู ผัดถั่วไส้หมู(อย่าตกใจ ชื่อของถั่วเรียกว่าถั่วไส้หมู ไม่ใช่ผัดถั่วกับไส้หมู)ยำน้องสาวหรืออะไรสักอย่างผมลืมไปแล้วแต่เข้ากันได้กับขาหมูเพราะเมื่อทานขาหมูแล้วมาทานยำที่ว่าจะไม่รู้สึกเลี่ยนแต่อย่างใด อาหารที่แนะนำอีกอย่างคือถั่วบดแล้วเอามาทอดเรียกเสี่ยวเฟิ่งหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ น้องเอกบอกว่าเป็นเฟรนซ์ฟรายด์ของสันติชล ก็อร่อยมันดี เราทานอาหารกันเกลี้ยงทุกจาน นี่ไงขาหมูของอร่อย เอื้อก....
น้องเอกบอกให้เราฟังว่าตรงสันติชลเป็นที่ซึ่งน้องเอกมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาช่วยชุมชนแห่งนี้แก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ชาวบ้านได้มีงานทำ มีการทำงานเป็นระบบชุมชน มีผลประโยชน์เข้าสู่ชุมชน ผมดูวิธีการจัดการก็รู้สึกทึ่งที่ชุมชนได้ผลประโยชน์ตรงๆ น้องเอกยังบอกว่ามีปัญหาของฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นปัญหาของลีซอ ที่ผู้หญิงลีซอได้สามีฝรั่ง สบายไม่ต้องทำงาน ผู้หญิงในหมู่บ้านก็ทิ้งลูกทิ้งสามีไปมีสามีฝรั่ง สามีเสียใจก็ดื่มเหล้าจนปริมาณการดื่มเหล้าของชายลีซอเพิ่มสูงขึ้นมาก ลูกๆก็ไม่มีใครสนใจดูแลซึ่งจะเกิดปัญหาสังคมแน่นอน ซึ่งก็คงต้องช่วยกันแก้ปัญหา
จากนั้นน้องเอกพาเราไปถนนคนเดิน พาไปเดินสะพานไม้ไผ่เพื่อให้ได้อารมณ์คนปายเวลาเดินข้ามคลอง จะได้ยินเสียงออดแอดของสะพานไม้ไผ่ เราได้ยินเสียงดนตรีวัยรุ่นเล่นกันข้างถนนดังมาก นึกอยู่ในใจว่าวิถีชีวิตคนปายจะรับได้หรือ เพราะดูเป็นเมืองสงบแต่คยรุ่นใหม่เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น แล้วอีกหน่อยปายจะเป็นอย่างไร ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับน้องเอกในเรื่องนี้ น้องเอกก็รู้สึกเป็นกังวลเพราะน้องเอกก็ไม่ได้มีอำนาจไปจัดการกับเรื่องเหล่านี้โดยตรงเหมือนกัน
เราเดินซื้อของกันภรรยาผมเห็นเสื้อพิมพ์คำว่า “ปาย..เที่ยว ปาย...ชิม...ปายช๊อบ....ปายด้วยกันไหมจ๊ะ...”.ชอบมากเลยซื้อเสื้อมาตัวนึง เสียดายสีขาวมีตัวเดียวผมเลยอด ผมเห็นขนมที่มีคนพื้นเมืองดูท่าทางจะเป็นชาวเขากำลังปิ้งอยู่น่าสนใจเพราะอากาศเย็นๆ เขาเรียกข้าวปุกงาดำ เป็นการเอาข้าวเหนียวมานึ่งแล้วตำกับงาดำ แต่จะมีอะไรเป็นส่วนผสมอีกไม่ได้ถามรายละเอียด แล้วเอามาย่างไฟ โรยด้วยน้ำตาลอ้อยคลุกงาดำแถมราดนมข้น ผมขอแบบไม่ใส่นมข้น กินอร่อยดี อุ่นๆด้วย เราแยกย้ายกับน้องเอกเมื่อสี่ทุ่มเศษ ร่ำลากันกอดกันด้วยความรู้สึกว่านี่ถ้าไม่ได้เข้ามาใน G2K แล้วผมจะมีน้องชายเพิ่มมาจากไหน.....
ผมกลับที่พัก อากาศเริ่มเย็น แล้วอาบน้ำนอนเลย ตกดึกฝนตกอากาศยิ่งเย็นชัดลงไปอีก ได้ความรู้สึกสะใจ ให้ดูภาพมุมหนึ่งของที่พัก ที่นี่เป็นที่พักของartist จึงมีมุมสวยๆถ่ายภาพ
เสียดายที่ฝนตกจึงถ่ายได้ไม่กี่ภาพ.....(ยังมีต่อ)



ตามมาเที่ยวทาง blog ด้วยคนหนึ่งครับ เมื่อเดือน พ.ย. เพื่อเป็น ผอ.โรงพยาบาลหลังสวน ชุมพรก็ขับรถพาภรรยามาเที่ยวปาย เขาไม่ได้บอกผม เที่ยวจบแล้วจึงบอก จึงเล่าให้ฟัง ไม่งั้น น้องเอกมีแขกอีก เขาก็ชอบ แม้จะบอกว่า รถเยอะกว่าที่คิด ฝรั่งมากกว่าที่นึก แต่ธรรมชาติและคนท้องถิ่นยังน่ารักอยู่มาก
อ่านท่านอัยการพาเที่ยวแล้วสนุกตามไปด้วยครับ ต้องอยู่หลายๆวัน แล้วขึ้นเขาไปเที่ยวอีกหลายแห่งจะไม่ยอมกลับทะเลเลย อิอิ คราวนี้ต้องวิ่ง แล้วไม่ได้ว่ายน้ำลดพุงแล้ว.... อิอิ
พี่บู๊ทขา
ขอน้ำหน่อยค่ะ อิจฉาตาร้อน อิอิ
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
หายไปเสียหลายวันสาคิดถึงนึกว่าท่านงานยุ่ง ที่ไหนได้ไปเที่ยวถึงไหน ๆ ไม่มีใครรู้เลยนิแอบมากรุงเทพ แถมเลยไปปาย ท่าทางแลมีความสุขจัง วันหลังท่าต้องไปมั่ง...ผมเคยขับรถไปปายเมื่อสิบปีที่แล้ว...สวยมากครับ...ตอนนี้คงจะสวยเดิม...ตามเที่ยวกับท่านแล้วสาเพลินเหมือนได้ไปกันครับ...ยิ่งได้เห็นน้ำใจชาว G2K แล้วปลื้มครับ...
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
รู้สึกดีจังกับมิตรภาพที่แสนดี อยากไปมากเลยเมืองปาย สักครั้งก็ยังดี ขอใช้บริการน้องเอกบ้างได้ไหม แล้วจะพาเที่ยวทะเลแทนนะ ถ้าคุณอัยการผ่านชลบุรี ต้องแวะนะคะ อยากรู้จัก อยากต้อนรับค่ะ
สวัสดีคะ ท่านอัยการชาวเกาะ
ตามมาเที่ยวปายคะ ทั้งจากบันทึกของไกด์ชาวดอยและของนักท่องเที่ยวชาวเกาะ สองบันทึหอมกลิ่นมิตรภาพฟุ้งเชียวคะ
---^.^---
สวัสดีค่ะ ท่านพี่อัยการ
อยากปายค่ะ อยากปาย... ^ ^
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
มาเก็บเกี่ยวบรรยากาศครอบครัวที่น่ารัก กับรับน้ำใจน้องเอกผ่านบันทึกนี้ค่ะ
ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังนะคะ
สวัสดีครับพี่บางทราย
ผมอบอุ่นมากๆที่ปายและที่เชียงใหม่ และคุยกับภรรยาว่าคราวหน้าจะขับรถไปเองท่าจะดีกว่า แล้วจะแวะเยี่ยมกันไปเรื่อยๆ จะได้ตลกบริโภค อิอิ
สวัสดีครับ
คนชอบวิ่ง
พิษณุโลก เป็นเมืองที่ตั้งใจไปเที่ยวอีกครั้งหลังจากไปกราบหลวงปู่เกตุที่วัดเกาะหลัก ที่จ.ประจวบฯ แล้วพาแม่ไปกราบพระพุทธชินราช หลวงปู่เกตุท่านบอกว่าไปเที่ยวครั้งนี้จะได้ลาภ พอถึงวัดผมกับแม่ลงไปหาซื้อลอตเตอรี่อายุหลวงปู่เกตุ ๖๗ พรรษา ผมได้ ๗๖๗ มา ๑ ใบ แม่หา ๖๗ ไม่ได้ เลยหาซื้อ ๖๑๗ หวยออกมาสามตัวล่าง ๗๖๗ สองตัว ๑๗ ไม่รู้ว่าไปคราวหน้าจะถูกอีกไหมเพราะหลวงปู่สิ้นบุญไปแล้ว
เห็นความพร้อมของบล๊อกเกอร์ชาวพิดโลกแล้ว ต้องไปคารวะสักครั้ง อาจจะหลังเมษา ครับ เพราะอาจได้ตำแหน่งใหม่ที่งานน้อยลง อิอิ
สวัสดีครับน้องหนิง
ไม่ต้องตาร้อนเลยนะ เพราะผมยังเสียดายที่ใช้เวลาน้อยไป อาศัยเพื่อนขับรถให้ นี่ถ้ามีเวลาผมจะอยู่เที่ยวต่ออีกนะเนี่ย...ว่าแต่ว่าจะไปภูเก็ตให้คนอื่นเขาอิจฉามั่งไหมล่ะ
หวัดดีพี่บ่าวนายช่างใหญ่
ฮาย...มีความสุขมากๆครับ นี่ถ้าตนไปกันคงได้โม้กันหนุกแหละ นี่ผมว่าจะหาเรื่องขับรถไปปายเองสักที สงสัยคงอี้มัน
หายไปไม่กี่วัน ใช่น้องสุขสมหรือเปล่า เปลี่ยนลุ๊คใหม่ซะเท่ห์เลย
อืมมม์ ขาหมู หม่านโถว....สุดยอด แต่ต้องตักน้ำมันทิ้งไปหนึ่งถ้วย แฮ่ะๆๆ
สวัสดีครับคุณหมอรุ่ง
ชลบุรีกับภูเก็ตก็ลูกน้ำเค็มเหมือนกัน ถ้าไปชลบุรีเมื่อไหร่จะไม่ลืมแวะไปขอข้าวกินแน่ อิอิ ว่าแต่ว่าหมอรุ่งจะไปเที่ยวภูเก็ตบ้างไหมครับ ยินดีต้อนรับเต็มที่เลยครับ
สวัสดีครับน้องพิมพ์ดีด
มิตรภาพที่ดี เกิดจากจิตใจที่ดี ของดีๆมันก็ต้องหอมเป็นธรรมดา จะลองมารับมิตรภาพที่ภูเก็ตบ้างไหมละครับ