วิธีการช่วยเหลือของท่านไม่ใช่ช่วยแบบ “สังคมสงเคราะห์” แต่ท่านจะช่วยแบบ “ให้เบ็ดไปตกปลาเอง” แล้วจะติดตามดูแลให้กำลังใจและให้คำปรึกษาจนงานสำเร็จ

          เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ม.ค.  ผมได้รับเชิญจาก คุณประไพ  รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์  ซึ่งเป็นกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชินูปถัมภ์ ด้วยกัน ในงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านท่าน
          บ้านคุณประไพอยู่ริมถนนปฏิพัทธิ์ คั่นกลางระหว่างโรงแรมกานต์มณี และโรงแรมอลิซาเบธ เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่หลายหลัง  เนื้อที่น่าจะไม่น้อยกว่า 50 ไร่ ภายในเป็นเสมือนรีสอร์ทที่ร่มรื่น  ซึ่ง คนทั่วไปในย่านสะพานควายจะรู้จักในนาม
เสรีคอร์ท ที่มีคอกเลี้ยงม้าอยู่ในอาณาบริเวณด้วย
        
นั่นเป็นเพียงบริบทภายนอกทางฐานะความเป็นอยู่ที่เห็นขณะนั้นของผู้หญิงวัย 80 เศษ ที่อยู่กับลูก 4 คน พร้อมหลานๆ อย่างมีความสุข 
         ที่จริงคุณประไพ จะคุ้นเคยกับผม ท่านชอบโทรศัพท์มาคุยกับผม  เราจะคุยกันนาน  ส่วนใหญ่ท่านจะถามจะปรึกษาผมเรื่องเกี่ยวกับวงการศึกษา แล้วก็แลกเปลี่ยนความเห็นกัน  ท่านพูดเสมอว่า ผมทำให้ท่านเกิดความมั่นใจในการหาวิธีไปช่วยเหลือโรงเรียนได้มากขึ้น
         คุณประไพเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนสายปัญญาฯ ท่านช่วยเหลือโรงเรียนนี้มาตลอด  จึงถือเป็นแม่ยกรายใหญ่ให้โรงเรียน  แต่วิธีการช่วยเหลือของท่านไม่ใช่ช่วยแบบ
สังคมสงเคราะห์ แต่ท่านจะช่วยแบบ ให้เบ็ดไปตกปลาเอง  แล้วจะติดตามดูแลให้กำลังใจและให้คำปรึกษาจนงานสำเร็จ  วิธีการนี้อยู่บนพื้นฐานของการสอนให้คนคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น  มีเหตุมีผล มุ่งมั่น สู้ชีวิต ฝ่าฟันกับความยากลำบาก  ท่านจึงเป็นคนแก่ที่ไม่แก่ตามอายุ  เป็นคนที่ผมทึ่งและศรัทธาอย่างมากคนหนึ่ง
          ในงานนี้ผมได้รับแจกหนังสือที่ท่านเขียนเองทั้งเล่มชื่อ
พลังจิต  กำไรแห่งชีวิต โดยเขียนเป็นเรื่องเล่า จากประสบการณ์ที่สั่งสมในช่วงชีวิตต่างๆของท่าน  และวาดภาพประกอบด้วยตนเอง  ซึ่งให้ข้อคิดเชิงปรัชญาชีวิต ในทุกแง่ทุกมุม  จึงเป็นหนังสือที่น่าอ่านมากทีเดียว 
          เริ่มจากการ
เล่าเรื่องชีวิตในครอบครัวของท่าน ที่มีความรักความผูกพัน อยู่ร่วมกันด้วยความอบอุ่นเข้าใจต่อกัน  ปรึกษาหารือกันด้วยเหตุด้วยผล  ไม่ฟุ่มเฟือย  อบรมสั่งสอนลูกๆให้รู้จักคิด  รู้จักแก้ปัญหา รู้เหตุรู้ผล  ฝึกให้มีระเบียบวินัย  รู้จักรับผิดชอบ ลูกๆจึงประสบความสำเร็จในชีวิตการงานและครอบครัวกันอย่างดีทุกคน
         คุณประไพเป็นบุคคลที่ข้ามรุ่น  ร่วมรุ่น  และร่วมสมัย  รักการอ่าน  เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวในหลายๆเรื่องตั้งแต่เด็ก  และลงมือปฏิบัติจริง  เช่น ศิลปะ วาดภาพสีน้ำมัน ลายเส้น   เปียโน  เรียนภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาจีน  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  ญี่ปุ่น ฯลฯ  ท่านบอกว่าทุกวิชาเป็นฐานความรู้และประสบการณ์ให้มีความสำเร็จในชีวิต ซึ่งท่านต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และที่สำคัญ  คือการปฏิบัติธรรม  ทำให้ท่านรู้เท่าทันอารมณ์  มีปัญญา มีสติ มีใจสงบ  ไม่ยึดติด  ไม่เข้าข้างตนเอง  ทำใจให้เป็นกลาง
         
คุณประไพมีข้อคิดอีกว่า  เราต้องตั้งหลัก  มีสติ  ยอมรับความเห็นของผู้อื่น  ดูคนให้ลึก  ไม่นึกดูหมิ่นคน อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แต่ต้องมีข้อมูล เข้าใจเรื่องนั้นอย่างชัดเจนก่อน  ทำการสิ่งใดก็คิดประมาณตน  ทั้งกำลังกาย  กำลังใจ  กำลังทรัพย์  ไม่หวังน้ำบ่อหน้า เมื่อพลาดพลั้งครั้งหนึ่ง จะไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก  เมื่ออ่านใจออก  จะบอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าได้ชัดเจน  เราก็จะรู้เท่าทันอารมณ์ของเรา
         นี่คือปรัชญาชีวิต เพียงส่วนหนึ่ง ของผู้หญิงวัย 80 กว่า ที่ชื่อ
ประไพ  รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์