บ่ายอันแสนร้อนของต้นปีวันหนึ่ง ซึ่งฉันได้มาลงพื้นที่อีกครั้งหลังจากที่ต้องหยุดยาวกับเทศการปีใหม่ วันนี้ทำไมลมหนาวเริ่มที่จะเบาบางลงไปแล้วนะ ทั้งๆที่มันยังอยู่ในช่วงของเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่อยู่เลย วันนี้ฉันต้องมาลงพื้นที่ที่ตึกส. 7 B กับฟ้า เพื่อนนักศึกษาฝึกงานร่วมมหาวิทยาลัย เนื่องจากกว่าวันนี้นักศึกษาฝึกงานที่เคยมาลงพื้นที่ที่ตึกส. 7 B ยังไม่กลับมาจากต่างจังหวัดกัน วันนี้ฉันจึงต้องมาร่วมทำกิจกรรมในที่ที่ฉันไม่ค่อยที่จะมีความคุ้นเคยมากนัก และฉันมีคำถามอยู่คำถามหนึ่งนั่นก็คือเทศการปีใหม่จะช่วยทำให้เด็กป่วยที่นี่มีความสุขมากขึ้นหรือเปล่านะ นั่นคือคำถามที่ยังติดค้างอยู่ในใจของฉันหลังจากที่ฉันได้มีความสุขจากการร่วมสังสรรค์ปีใหม่มาแล้ว เด็กป่วยที่นี่เค้าจะได้ร่วมสนุกสนานกับเทศกาลแห่งความรื่นเริงนี่ไหมนะ และการร่วมทำกิจกรรมกับเด็กป่วยของฉันในวันนี้จะสนุกสนานอย่างที่ฉันได้คาดหวังไว้ไหมนะ วันนี้ฉันเดินเข้ามาที่ตึกส. 7 B ด้วยอารมณ์ที่แจ่มใสเบิกบาน ฉันได้แวะมาทักทายน้องเฟิร์น เด็กหญิงผู้น่าสงสารที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคร้ายที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารวัย 4 ขวบเศษ ในช่วงแรกๆที่ฉันได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสร้างสุขในโรงพยาบาล ฉันได้พบเจอกับน้องเฟิร์นและได้รับรู้ถึงอาการเจ็บป่วยที่ได้เกิดขึ้นกับเธอ ซึ่งก็ถือว่าน้องเฟิร์นเป็นเด็กป่วยที่มีอาการหนักที่สุดในตึกนี้ ตลอดระยะเวลาสี่ปีกว่าที่เธอได้เกิดมาบนโลกใบนี้ กว่าครึ่งชีวิตแล้วที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ได้มานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล พูดง่ายๆคือน้องเฟิร์นแทบที่จะเติบโตมาในโรงพยาบาลก็ว่าได้ วันนี้ฉันได้เข้ามาพูดคุยกับน้องเฟิร์นเหมือนอย่างทุกครั้งที่เราได้เจอกัน ขณะที่เรากำลังสนทนากันในหลายเรื่องฉันก็ได้รูว่าน้องเฟิร์นได้อยู่คนเดียวเป็นเวลาหลายวันแล้ว เพราะเนื่องจากป้าใจคนที่ดูแลน้องเฟิร์นนั้นไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้มาเยี่ยมหลานสาวเป็นเวลาหลายวันแล้ว ขณะที่เรากำลังคุยกันนั้นฉันก็ได้เหลือบไปเห็นโทรศัพท์เด็กเล่นสีชมพูราคาไม่กี่บาท แล้วฉันก็ได้พูดคุยกับน้องเฟิร์นว่า พี่โอ๊ต : น้องเฟิร์นมีโทรศัพท์ด้วยหรอคะ ใครซื้อให้เอ่ยน้องเฟิร์น : แม่ใจซื้อให้ค่ะ พี่โอ๊ต : มีโทรศัพท์อย่างนี้ไม่เห็นโทรหาพี่โอ๊ตเลยน้องเฟิร์น : หนูโทรหาพี่โอ๊ตก็ได้ แต่ต้องเป็นตอนเย็นนะคะแล้วทันใดนั้นน้องเฟิร์นก็หยิบโทรศัพท์ของเล่นแล้วกดปุ่มในนั้น หลังจากนั้นก็มีเสียงเพลงดังขึ้นแล้วน้องเฟิร์นก็กล่าวว่า แม่ใจโทรมาหาหนูน้องเฟิร์น : ฮัลโหล แม่ใจหรอคะ ตอนนี้แม่ใจอยู่ไหนพี่โอ๊ต : บอกแม่ใจด้วยว่าตอนนี้น้องเฟิร์นอยู่กับพี่โอ๊ตน้องเฟิร์น : ตอนนี้หนูอยู่กับพี่โอ๊ตนะคะ พี่โอ๊ตซื้อลูกอมมาฝากหนูด้วยขณะที่ฉันนั่งฟังน้องเฟิร์พูดกับโทรศัพท์ของเล่นเด็กอยู่ ทันใดนั้นความสดใสของเด็กหญิงผู้น่ารัก ก็ต้องถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหว้าเหว่ที่กลั่นกลองออกมาด้วยอารมณ์อันน้อยใจ น้องเฟิร์น : แม่ใจคะ เมื่อไหร่แม่ใจจะมาหาหนู ตอนนี้หนูเหงา หนูคิดถึงแม่ใจค่ะ หนูอยากได้ตุ๊กตาสีชมพู แม่ใจซื้อตุ๊กตาสีชมพูมาให้หนูนะคะ หนูรักแม่ใจนะคะ สวัสดีค่ะพี่โอ๊ต : แม่ใจวางไปแล้วหรือคะน้องเฟิร์นน้องเฟิร์น : วางไปแล้วค่ะ แม่ใจบอกว่าแม่ใจคิดถึงหนูเหมือนกัน นาทีนั้นฉันรู้สึกว่าเวลาของฉันแทบที่จะหยุดเดิน ณ ที่ตรงนั้นแล้ว ความรู้สึกของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง กลับต้องมาแบกรับเอาสิ่งที่ทรมานมากที่สุดในโลกนั่นคือความเหงาและเดียวดาย รอยยิ้มของน้องเฟิร์นตอนนั้นฉันรู้สึกได้ถึงความหว้าเหว่ที่มีอยู่ในใจ ฉันรู้ว่าการเล่นของเล่นของเด็กวัยนี้นั้นมีส่วนประกอบหลักคือการมีจินตนาการ และจินตนาการของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั้นก็ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยอารมณ์เหงา และคำพูดเหล่านั้นของน้องเฟิร์น นั่นคือเสียงแห่งความรู้สึกของเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครได้ยินมันเลยนอกจากฉัน ฉันได้รู้แล้วล่ะว่าเทศกาลที่มีแต่ผู้คนออกมาแสดงความยินดีร่วมกัน เป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริง แต่ยังมีมุมอีกมุมหนึ่งซึ่งยังคงมีอยู่ในสังคมปัจจุบัน ยังมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอีกคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเหงาอย่างเดียวดาย ท่ามกลางความสุขของคนทั่วโลก
สวัสดีค่ะ หนูเหงา
เทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริง ยังมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอีกคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเหงาอย่างเดียวดาย
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ขจิต ฝอยทอง · 29 ม.ค. 2551
vicky · 29 ม.ค. 2551
ครูนอกระบบ · 29 ม.ค. 2551
ครูนอกระบบ · 29 ม.ค. 2551
ปอง · 29 ม.ค. 2551
nonging · 29 ม.ค. 2551