การทำงานโดยมีมุมมองแบบแยกส่วน จะทำให้เกิดการขัดแย้งได้ ควรถอยออกมา เพื่อบูรณาการ ก็จะเห็นความสวยงานขององค์รวม

              ในการทำงานของผม ผมจะมีทฤษฎีการทำงานอยู่ชุดหนึ่ง ซึ่งชุดทฤษฎีการทำงานดังกล่าว ผมนำมาใช้แล้วส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จ ผมจึงยึดเอาชุดทฤษฎีดังกล่าวเป็นหลักในการทำงานมาโดยตลอด          

              ที่นี้การใช้ชุดทฤษฎีดังกล่าวของผมก็เริ่มมีปัญหา เมื่อผมนำไปใช้ในการทำงานกับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้ เขาก็มีชุดทฤษฎีในการทำงานของเขาอีกอย่างหนึ่ง  เมื่อมาทำงานร่วมกัน ความขัดแย้ง ก็เกิดขึ้น

             เป็นความขัดแย้งจากการมองแบบ แยกส่วน นั่นคือ ผมก็คิดว่าชุดทฤษฎีของผมถูก คนกลุ่มดังกล่าว เขาก็คิดว่าชุดทฤษฎีของเขาถูก ประจวบกับไม่มีผู้นำทีมที่เป็นมวย  ความขัดแย้ง  ก็ยังคงดำรงอยู่อย่างนั้น          

             ผมก็มาคิดทบทวนดูว่าจะหาทางออกอย่างไรดี เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ ความแตกแยก  แต่เป็น ความแตกต่าง ซึ่งถ้าปล่อยเอาไว้นานๆโดยไม่สมานแผล  ความแตกต่างก็อาจจะกลับกลายเป็นความแตกแยกได้          

             แว่บหนึ่ง  ผมคิดถึงคำว่า บูรณาการ  นั่นคือ น่าจะบูรณาการความแตกต่างของทฤษฎีเข้าด้วยกันได้        ผมก็เลยยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว ยอมถอดหลักการของชุดทฤษฎีของผมออกไปบางส่วน และรับเอาชุดทฤษฎีส่วนหนึ่งของเขาเข้ามาหลอมรวมกัน          

              เมื่อวานนี้เอง (28 ม.ค.2551) ผมเข้าประชุม พร้อมเสนอความคิดเห็นในการทำงาน โดยยอมถอยออกมาบางส่วน และ ยอมรับเอาหลักการของเขาเข้ามา           

           ผลที่ออกมา ดีเกินคาด ครับ  กลุ่มที่ขัดแย้งกับผม ลดอุณหภูมิของการขัดแย้งลงไปมาก  การประชุมราบรื่นไปด้วยดี แฮปปี้  เอ็นดิ้ง  งานเสร็จ คนสุข

          ครับ  การขัดแย้งเป็นเรื่องปกติ   เพราะมองแบบ แยกส่วน  ซึ่งจะต้องมีคนประสานบูรณาการ ให้เป็นองค์รวม       

           ถ้ามีคนประสานงานก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีคนประสาน ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมถอยครับ               ถอยเพื่อบูรณาการ  ไม่ใช่ดันแบบแยกส่วน         

           รับรองได้เลยครับว่า  เมื่อถอยออกมาหนึ่งก้าว  ก็จะพบฟ้าใส ทะเลสวย          

           ทีนี้ กลัวว่าจะเกี่ยงกันถอยเหมือนเพลง คู่กัด ของพี่เบิร์ด ครับ ที่ว่า         

           แต่จะให้ดี เธอยอมก่อนจะได้ไหม       

                                                              ขอบคุณครับ