เมื่อวานนี้ตอนเย็นหลังจากที่ครูอ้อยอบรมเสร็จแล้ว  เวลา ประมาณ 17.00 น  ครูอ้อยเดินอยู่ในย่านสยามสแควร์  หากท่านผู้อ่านเคยได้ไป หรือทราบว่า  ย่านนี้จะมีร้านค้าอินเทรน  สินค้าจากต่างประเทศ  มีวัยรุ่น  นักศึกษาย่านนั้น  เดินสวนทางกันไปมา  นั่งเล่นจับกลุ่มกันเป็นกลุ่ม  แต่งตัวแปลกๆ สวยงาม น่ารักไปอีกแบบ 

  

ขณะที่ครูอ้อยเดินอยู่นั้น...ก็พบว่า  ตัวเอง เป็นคนรุ่น..ป้า  คนเดียวที่เดินอยู่  คนในวัยเดียวกันกับครูอ้อย เขาจะขับรถ  หรือนั่งแท็กซี่ ไม่มีใครมาเดินชอปปิ้งวินโดว์ แบบครูอ้อย 

  

แต่เปล่าหรอก  ครูอ้อยไม่ได้ทำแบบว่าสักนิด  ครูอ้อยจะเดินออกไปจากย่านนี้ และจะไปขึ้นรถประจำทางที่ยิงตรงถึงบ้านเลย  ครูอ้อยไม่ได้ไปนั่งรถไฟฟ้าลอยฟ้าแบบคนอื่นเขา เลยใช้การเดิน  เดินก็ไม่มาก  แค่ 6 ซอยเท่านั้น 

  

ครูอ้อยพบนักศึกษา  นั่งมองอะไรกันอยู่  จึงมองตามสายตาไป  พวกเธอกำลังนั่งมอง จอทีวีใหญ่โต  ที่กำลังมีนักร้องยืนพูดอะไรอยู่   ครูอ้อย  ยืนดูได้สักพักหนึ่งก็เวียนศีรษะ  อาจจะเพราะ  คนละวัยกันแล้ว  ความทนทานในการยืนฟังไม่มีแล้ว  

  

ครูอ้อยเดินสวนทางกับนักศึกษาสาวๆ ที่สวมกระโปรงใต้สะดือ ที่คาดเข็มขัดที่จะเกือบหลุด   เห็นเส้นผมของเธอที่เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้   และทำเหมือนๆกันทุกคน 

  

ครูอ้อยเดินหลงเข้าไปในร้านขายของสะดวกซื้อ  พบสินค้ารู้สต๊อก  ขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด  ครูอ้อยเพลินในร้าน  ซื้อ 3 ชิ้น  และเดินต่อไป 

  

พบห้องสี่เหลี่ยมบริการการรูดเงิน  เห็นคนมากมาย  ครูอ้อยเห็นว่าปลอดภัย  จึงแวะรูดเงินเดือนเสียเลย   และออกมาเดินต่อไป 

  

ครูอ้อยเดินผ่านรถยนต์มากมายที่จอดอยู่ เป็นรถที่มีราคา  สวยงาม  จอดกันอย่างดาษดื่น 

  

เดินมาเรื่อยๆ  จนมาถึงทางข้ามถนน  ครูอ้อยเดินด้วยความเย็นสบาย  ทางข้ามถนนที่ห้างตรงกันข้ามทำไว้เอาใจผู้บริโภคที่จะเข้าไปในร้าน แต่ครูอ้อยไม่ไปหรอก  เลี้ยวซ้ายลงมายืนรอรถประจำทาง 

  

ครูอ้อยนั่งรถร้อนกลับบ้าน  รถไม่แน่นเลย  แต่รถร้อนและรถติดมากเลย  เหม็นควันพิษ 

  

พอรถไปถึงสถานีรถไฟฟ้า  ผู้คนก็ลงคันนี้แล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า  ครูอ้อยคิดว่า..รถคันที่ครูอ้อยนั่งไปนี้ ก็วิ่งไปได้ไกลกว่า เส้นทางของรถไฟฟ้าเสียอีก  ผู้คน  ผูกติดกับความรวดเร็วเสียจนไม่เสียดายเงินทองค่ารถเลย  ค่ารถไฟฟ้า ไม่ใช่ราคาถูกนะ 

  

แต่เหลือบเห็นราคารถร้อน  ก็ถีบตัวสูงขึ้น  มิน่าล่ะ คนเขาถึงหนีไปขึ้นรถไฟฟ้าที่เร็ว และสบายกว่า..นั่นเอง 

  

พอรถวิ่งผ่าน  ปลายสถานีรถไฟฟ้าครูอ้อยเห็น  ผู้คนเดินลงมาจากสถานีไฟฟ้ามากมาย  เหมือนเดินออกมาจากโรงหนังแบบนั้นเลย...ไม่มีใครขึ้นรถที่ครูอ้อยนั่งเลย  เขาเดินเลยไปขึ้นรถแท็กซี่ รถตู้  ...

  

อีกไม่นาน...ครูอ้อยลงจากรถได้ ก็รีบเร่งกับเดินไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จอดรออยู่  ..พอบอกว่าจะไปไหนแล้ว   นั่งซ้อนท้ายแล้ว  รถออกไปได้นิดนึง  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ไม่ใช่ของครูอ้อยหรอก เป็นเสียงโทรศัพท์ของคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  

  

เขาจอด...เพื่อพูดโทรศัพท์   ครูอ้อยก็ต้องลงไปยืนที่ถนน  รอให้เขาพูดจบ  และขึ้นนั่งเดินทางไปต่อ...

  

เฮ้อ...นี่คนเรา  ตกเป็นทาสของ ICT และความสบาย  มากมายขนาดนี้แล้วหรือ....เอิ๊กเอิ๊ก...