คนของหัวใจ
วันนี้ผมต้องลงเรือล่องน้ำโขงไปทำงานวันแรกครับ ตามผมไปเที่ยวด้วยกันนะครับพื้นที่ทำงานของผม เขากำหนดให้ทำการศึกษาสองฝั่งแม่น้ำโขงความยาวกว่าแปดสิบกิโลเมตร หนทางที่จะเข้าถึงพื้นที่ได้สะดวกที่สุดก็คือทางเรือนั่นเองครับ
เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน(โดยละเลยการคำนึงถึงความปลอดภัย) ผมเลือกเช่าเรือเร็ว หรือที่ชาวเรือแถบนี้เรียกว่า เรือสองสูบ ในละแวกท่าเดื่อนี้มีให้บริการเพียงสองลำเท่านั้น ค่าเช่าเรือจึงค่อนข้างสูง แต่เมื่อต่อรองกันสักครู่ใหญ่ เราก็ตกลงกันที่วันละห้าแสนกีบ (๑๘๐๐ บาท)
เรือเร็วคู่ชีพที่ผมใช้ตลอดระยะเวลาทำงาน
สวมเสื้อชูชีพ ลงนั่งตรงส่วนหน้าสุด จากนั้นเรือก็ทะยานทวนกระแสน้ำโขงเดือนมกราคม ฝ่าความเย็นยะเยียบของอากาศยามเช้าขึ้นไปยังจุดหมาย ระดับแม่น้ำโขงในเดือนมกราคม อยู่ในช่วงที่น้ำกำลังลดระดับ เห็นแก่งเกาะโขดหิน หาดทรายหาดหินกรวดโผล่พ้นน้ำอยู่ทั่วไป กระแสน้ำในแม่น้ำโขงถูกกำกับทิศทางและรูปแบบการไหลโดยเกาะแก่งธรรมชาติดังกล่าว น้ำที่ไหลเอื่อยสงบนิ่งยามที่ก่อนจะไหลผ่านแก่งใหญ่ ฉับพลันกลับกลายเป็นกระแสกำลังหลั่งไหลดุดันดูเหมือนว่าจะทำลายทุกสรรพสิ่งที่บังอาจล่วงล้ำอาณาบริเวณ กระแสหมุนวนของน้ำขนาดกว้างเกินเมตรลึกเกินศอกปรากฏสลับอยู่ทั่วไปตลอดความยาวของแก่ง ชาวบ้านเรียกบริเวณน้ำวนนี้ว่าน้ำครก เขาว่าใต้ท้องน้ำเป็นโพรงลึก
ผมว่าเราเรียนรู้จิตใจคนได้จากการไหลของแม่น้ำโขงในช่วงนี้นะครับ จิตใจที่สงบนิ่ง เรียบรื่น หากไม่รู้ตระหนัก เมื่อผ่านพบสิ่งกีดขวางก็กลับเกรี้ยวกราดดุดัน หากมีการยึดมั่นถือมั่นก็จะเกิดกระแสหมุนวนดึงดูดจิตใจและตัวตนให้ต่ำลง โชคดีจังที่คุณมีจิตใจสงบนิ่งเหมือนสายน้ำใสที่เอื่อยไหลในท้องทุ่งราบยามปลายฝน
ทิวทัศน์มองจากเรือเร็วในลำน้ำโขง
วันนี้เราตั้งใจจะทำงานฝั่งเมืองไชยะบุรีด้านเหนือของบ้านท่าเดื่อ ยามผ่านเกาะแก่งเรือเร็วแล่นพาเรากระดอนขึ้นแล้วกระแทกลงบนลูกคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า เราแวะขึ้นฝั่งเป็นจุดๆที่น่าสนใจโดยเฉพาะชุมชนตามริมแม่น้ำโขง ขึ้นจากเรือแล้วเดินฝ่าหาดทราย ทดสอบกำลังด้วยการปีนป่ายขึ้นตลิ่งที่สูงชันวันละหลายรอบ นึกถึงพี่น้องชาวบ้านโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ต้องปีนขึ้นลงวันละหลายรอบแล้วน่าเห็นใจครับ
ขึ้นจากเรือเดินฝ่าทราย
ปีนตลิ่ง
ที่บ้านปากไผ่ เราพบว่ากำลังมีงานบุญกุ้มข้าว เป็นบุญการเฉลิมฉลองของคนลาวในชนบทหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ (ในชุมชนใหญ่ๆมักจัดบุญพระเวส) การจัดงานบุญกุ้มข้าว นอกจากจะมีพิธีทางศาสนาแล้ว ยังมีงานรื่นเริงเปิดเพลง จัดเวทีรำวง รวมระยะเวลาจัดงาน ๖วัน๖คืน วันที่ไปเป็นวันสุดท้ายมีการเฉลิมฉลองคึกคักเป็นพิเศษบ้านเรือนพี่น้องลาวลุ่มเตรียมเหล้ายา อาหารไว้คอยต้อนรับพี่น้องจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มาร่วมงาน หลังจากสัมผัสมือ คารวะนายบ้านหนึ่งจอกแล้ว ผมปล่อยให้พนักงานลาวที่ไปด้วยสังสรรค์กับนายบ้านแทน ส่วนตัวเองอาศัยจังหวะเหมาะเร้นตัวออกเดินสำรวจไปทางท้ายบ้าน เห็นคนนั่งผิงแดดอุ่นอยู่เงียบๆกลางลานบ้านเป็นกลุ่มๆ ไม่คึกคักรื่นเริงเหมือนอีกกลุ่มที่ผ่านมา แวะคุยด้วยจึงรู้ว่าเป็นพี่น้องลาวเทิง บรรดาพี่น้องเล่าว่า การเฉลิมฉลองของลาวเทิงนั้นจัดกันไปบ้างแล้ว เรียกว่าบุญกินเจียง โดยจัดกันเป็นรายครอบครัว “บ่เป๋นเอกภาพแล้วแต่เงื่อนไขเศรษฐกิจของครอบครัว” ส่วนงานบุญกุ้มข้าวของชาวลาวลุ่มที่จัดกันอยู่นี้ “หากใครอยากไปร่วมก็ไปได้ หากใครอยากไปร่วมรำวงกันก็ไป”
ระหว่างทางกลับไปที่เรือพบแม่เฒ่านุ่งผ้าซิ่นสวยงาม กับหลานสาวนุ่งซิ่นจำปาหอบหิ้วข้าวของตามหลังมา ผมใช้เสน่ห์ที่มักได้ผลกับญิงสูงวัยชวนคุยด้วย แม่บอกว่าเป็นคนบ้านปากปลามาร่วมบุญลูกหลานกำลังจะกลับบ้าน พร้อมทั้งของฝากที่ลูกหลานห่อให้นำกลับบ้าน มีทั้งขนม เผือก มัน เนื้อแห้ง แม่เฒ่าแบ่ง “ข้าวต้มน้ำพร้าว” ให้ผมสองห่อ(น้ำใจมากมายเหลือเกิน) แต่ปฏิเสธที่จะโดยสารเรือไปกับผมบอกว่ากลัวไม่เคยนั่งเรือแบบนี้ขอเดินเลียบฝั่งน้ำไปดีกว่า
เราผ่าน และแวะขึ้นบนตลิ่งอีกหลายจุด ผ่านบ้านปากปลา ห้วยเครือ ปากเฮ้า และหาดแก้ว ชื่อของชุมชนแถบนี้ตั้งตามเครื่องหมายของธรรมชาติที่โดดเด่น ปาก(หมายถึงบริเวณที่ลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำโขงนั่นเองครับ) ทุกบ้านที่แวะพี่น้องจะถามว่า “ปั้นข้าวมาแล้วบ่” แปลว่าทานข้าวมาหรือยัง
ที่บ้านปากเฮ้า ผมเห็นชาวบ้านทั้งหมู่บ้านใช้เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำขนาดครอบครัว เป็นเครื่องที่ทำในจีน ราคาหกแสนกีบ(ประมาณสองพันบาท) นำไปติดตั้งในบริเวณลำห้วยที่มีความต่างระดับของน้ำอาศัยแรงน้ำตกหมุนใบพัดเปลี่ยนเป็นพลังไฟฟ้า ผมชอบวิทยาการนี้จังเลยครับ ประหยัด ไร้มลพิษ ทำไมบ้านเรายังไม่นำมาใช้บ้างนะคุณนะ

ส่วนที่บ้านหาดแก้ว ผมได้เห็นพรานปลาฝึกหัด คือกลุ่มเด็กชายวัยชั้นประถม ใส่หน้ากากดำน้ำ ถือปืนฉมวกที่ประดิษฐ์เอง ท่องหายิงปลาที่ตกค้างตามหนองน้ำตื้นๆที่แม่น้ำโขงลดระดับลงไป เด็กผู้หญิงก็ถือสวิงเที่ยวช้อนปลาน้อย กุ้ง และเทา(สาหร่ายน้ำนิ่ง) เห็นเด็กเล่นไปด้วยหาอาหารไปด้วย นี่เป็นการเตรียมตัวฝึกทักษะสำหรับการเลี้ยงชีพในวันข้างหน้าอย่างแท้จริง เป็นโรงเรียนชีวิตที่แท้จริงนะครับคุณ
พรานปลาฝึกหัด
พร้อมอาหารมื้อเย็นของครอบครัว
วันนี้ผมกลับมาที่พักด้วยความอ่อนล้า แต่เต็มอิ่มด้วยข้อมูล และเรื่องราวที่ผ่านพบ
คนของหัวใจ คุณคงไม่เหนื่อยที่ติดตามให้กำลังใจผมตลอดวันนี้นะครับ
เรือนพักนกอินทรีย์ เมืองไชยะบุรี
๑๒ มังกอน ๒๕๕๑
สวัสดีค่ะ
ดีใจจัง ที่ได้พบเห็นคนที่รักการทำงาน สนุกกับการทำงาน แม้จะเหนื่อย ก็ยัง สามารถ พบความงามในธรรมชาติได้ตลอดค่ะ
สวัสดีครับพี่เปลี่ยน
มีความสุขกับงานมากเลยนะครับ ได้เที่ยวไปทั่ว เปิดหูเปิดตาและเขียนบทความดี ๆ มาให้เราเป็นความรู้อีก ขอบคุณมากครับ
สวัสดีคะคุณเปลี่ยน แม่น้ำโขงมีพลังและมนต์เสน่ห์ที่ใคร ๆ ได้พบเห็นอดที่จะหลงไหลไม่ได้ คิดถึงสมัยพี่ยังเด็ก ๆ ไปเล่นน้ำโขงทุกวัน จนตัวดำมะเมื่อมเลยละ
ดีใจนะค่ะที่คุณเปลี่ยนจะได้กลับบ้านเราดงหลวงแล้ว
สวัสดีครับคุณเป ลี่ ยน
อ่านแล้ว...มีภาพทับซ้อนขึ้นในมโนสำนึก...ให้กระหวัดถึงในห้วงที่หัดปั่นจักรยาน...ตอนตัวน้อย ๆ ...จักรยานเป็นจักรยานผู้ชายที่มีคาน...ความสูงเราไม่พอ...ต้องเอาตัวสอดเข้าใต้คาน...แล้วปั่นไปทั่ว...ตอนเดินไป ไปได้ไม่ไกลขนาดนั้น...เห็นสรรพสิ่งข้างทางที่ผ่าน...แล้วปลื้ม...เห็นคนที่เคยไปตลาดแล้วผ่านหน้าบ้านเรา...อ๋อบ้านยายเขาอยู่ตรงนี้เอง...ต้องเดินตั้งไกลกว่าจะถึงตลาด...ผ่านโรงสีทีพ่อบอกว่ามาซื้อรำให้หมู...แต่คนที่บ้านเฝ้าเป็นห่วงเพราะยังเล็กนัก
ขอบคุณครับ
สวัสดีคะ คุณอา paleeyon
มาติดตามบันทึกชวนฝัน
ทำงานบนความสุขและการเดินทาง ได้รับรอยยิ้มเปื้อนน้ำใจ และตอบแทนกลับไปด้วยน้ำใจเปื้อนรอยยิ้ม...มีความสุขด้วยแม้เพียงชื่นชมผ่านตัวอักษรคะ
หนูอยากเห็นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำจังคะ คุณอาพอมีรูปถ่ายไหมคะ...ขอบคุณมากคะ
---^.^---
อ้ายเปลี่ยนครับ
บันทึกงามแต้ งามว่าเน้อครับ
สำหรับคนของหัวใจ นี่รู้สึกจะตั้งใจมากเลยนะครับ
สวัสดีครับ
พี่Sasinanda ครับ
ผมมีความสุขที่ได้สัมผัสชีวิตในชนบทครับ และมักมองเห็นความงดงามของวิถีชีวิตที่ได้พบเห็นครับ ขอบคุณครับ
อ.ภูคา ครับ
พี่ไม่ได้ทักทายเสียนาน ฝากความระลึกถึงผ่านบันทึกนี้นะครับ บางคราวเราต้องปลุกปลอบความฮึกเหิมให้กับตัวตน เพื่อให้ไปรอดครับ
สวัสดีครับพี่หมูครับ
เกือบร้อยส่วนร้อยแล้วครับที่จะได้กลับไปมุกดาหารบ้านเรา นี่ขนาดผมไม่ได้ลงอาบน้ำโขงนะเนี่ย ดีใจมากครับพี่หมูครับ
ดีใจจังเลยครับ นายช่างใหญ่
ที่บันทึกของผมช่วยย้อนรำลึกอดีตอันแสนหวานของท่าน ผมเคยขี่รถถีบไปหาผักโขมที่เกาะในน้ำแม่แตงมาต้มให้หมูเหมือนกันครับ สมัยนั้นยังใช้หลุกหรือระหัดวิดน้ำกันอยู่ครับ รู้สึกโชคดีจังครับที่ได้เกิดทันยุคปรับเปลี่ยนเช่นนี้
สวัสดีครับ พ่อน้องไผ่
ตั้งใจเขียนให้มีสาระปนความหวานครับ เพราะต้องการกำลังใจ มาผลักดันกำลังกาย ให้ปีนป่ายตลิ่งสูงรอดพ้นครับ ขอบคุณครับ
หลานพิมพ์ดีดเจ้า
อาเพิ่มรูปเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังน้ำให้เรียบร้อย แล้วครับ ไม่รู้ชัดหรือเปล่า ดูคล้ายเครื่องเรือหางยาวครับ มีตัวเครื่องและใบพัด ใช้แรงน้ำหมุนใบพัดให้เกิดเป็นกระแสไฟฟ้า พบว่าเป็นที่นิยมกันมากในลาวครับ สามารถใช้กับกบไสไม้ ทีวี เครื่องเสียง น่าสนใจดีครับ
น้องชายเอกครับ
อันนี้ก่ต้องตั้งใจ๋เป๋นพิเศษละครับ เผื่อจะได้ผลเนาะ ขอบคุณครับ
คุณเปลี่ยนค่ะ ตัดสินใจลงอาบน้ำโขงเสียเถอะคะ จะได้ไม่ยุ่งยากกลับไป กลับมาอยู่ที่มุกเสียเลย ตำนานเรื่องน้ำโขงและพี่ก็พบว่าเป็นจริงเช่นตำนานทุกคู่ จะกลับเมื่อไหร่ อยากทราบวันที่ เดือน จะเหมือดงหลวงเมืองมุกบ้านเฮา
คึดฮอดหลาย)):เอื้อยหมู
สวัสดีเจ้า...(ขอภาษาบ้านเฮาตามอ้ายเอกหน่อยเจ้า)
ขอบคุณมากเจ้า
ดูจากภาพแล้วไม่น่ากำเนิดไฟฟ้าได้นะคะ อิอิ แล้วเค้าต้องมีสายไฟเชื่อมเอาพลังงานมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่สำหรับนำไปใช้งานด้วยใช่ไหมคะ แล้วอาว่ามันมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้ในบ้านเราไหมคะ
---^.^---
เพิ่งมีข่าว เรือหางยาวล่ม ที่นครพนม
รักษาตัวเด้อ อาว
สวัสดีครับผมชอบรูปภาพ
ปลาฝึหัดจังเลยครับ
สวัสดีครับ
โรงเรียนบ้านหนองโสน [IP: 118.172.226.240]
ขอบคุณมากครับ ดีใจที่ชอบครับ