จากบันทึกที่แล้วเรื่อง ตะลุยโรงหมอ ป่วยจนได้ นี่แหละชีวิต ของผมครับ
................................................................................................................
ผมนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจเบอร์ 3 อยู่สักพัก แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนนานแสนนาน และแล้วก็ถึงคิวของผมในการพบหมอเพื่อตรวจ ....... ผมเดินเข้าไปในห้องตรวจ " โอ้ แม่เจ้า " นี่หมอหรือนางฟ้าวะเนี่ย ( อิอิ ผมนึกในใจ ) ผมพิจารณาจากลักษณะท่าทางและหน้าตาของคุณหมอ ผมคิดว่าอายุอานามคงไม่ต่างหรือห่างจากผมมากนัก ที่สำคัญ คุณหมอน่ารักเสียด้วย ....( ป่วยนะเนี่ย )
หลังจากผมสวัสดีคุณหมอและได้เล่าอาการให้ฟัง คุณหมอก็เอาแท่งเหล็กแบน ๆ แหย่เข้าไปในปากผมแล้วส่องไฟฉายดู หลังจากนั้นก็เอาเครื่องตรวจมาแนบกับหน้าอกและแผ่นหลังของผมเพื่อฟังเสียงการเต้นของหัวใจ สักพัก หมอก็เอามือมาจับปากกาแล้วเขียนขยุกขยิกที่กระดาษแล้วยื่นให้ผม " หมอขอเอ็กเรย์ปอดดูก่อนนะ " ผมนึกในใจ " โห ถึงต้องเอ็กเรย์กันเลยเหรอเนี่ย " แต่ทำไงได้ครับแต่ไหนแต่ไรเกิดมาทุกคนก็สอนผมว่าให้เชื่อหมอ ผมก็ต้องทำตามที่หมอสั่งสิครับ และแล้วผมก็พาตัวเองไปยังห้องหมายเลข 14 ซึ่งเป็นห้องเอ็กเรย์รังสี
.......................................................................................................................
พอเอ็กเรย์เสร็จ ผมก็ถือฟิมล์เอ็กเรย์มาหาคุณหมอนางฟ้าของผมที่ห้องเบอร์ 3 พอคุณหมอนางฟ้าของผมได้ฟิมล์ก็รีบกูลีกุจอดูฟิมล์เอ็กเรย์ปอดของผมอย่างรีบด่วน สักพักคุณหมอนางฟ้าก็เอาเอาเจ้าเครื่องตรวจฟังใส่เข้าไปในหูแล้วก็เอาส่วนปลายมาทาบที่หน้าอกผมอีกที สั่งให้หายใจเข้าและออกยาว ๆ ...................................... ผมทำตามที่คุณหมอนางฟ้าบอกและนิ่งเงียบ
" หมอดูจากฟิมล์แล้ว หลอดลมมีการจับตัวหนาขึ้นและ ปอดไม่ใส มีอาการติดเชื้อ "
ผมอึ้ง.....................................ติดเชื้อนี่พอเข้าใจครับ แต่ ปอดไม่ใส หมายความว่าไง
คุณหมอสั่งยาให้ผมหกกระสอบใหญ่แล้วบอกว่า ต้องกินให้ติดต่อกันให้หมดแล้วรอดูอาการถ้าไม่ดีขึ้นให้มาหาหมออีกที ................ตอนนั้นผมกำลังงงกับประโยคที่หมอพูดว่า " ปอดไม่ใส " เลยไม่ได้ซักถามอะไรอีกเลย ผมเดินล่องลอยออกมาจากห้องเบอร์ 3 ทิ้งคุณหมอนางฟ้าของผมไว้ในห้องนั้นกับคนไข้คนต่อไป
ผมมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่อยู่ในรถแล้ว " ปอดไม่ใส เป็นไงวะ " แล้วจะเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย ผมนึกไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ก็คงจะไม่เป็นไร แค่ต้องกินยาให้หมดแล้วค่อยกลับมาหาคุณหมอนางฟ้าใหม่ คิดแค่นี้ผมก็ยิ้มออกครับ
แต่ที่น่าเสียดายที่สุดคือผม.........ลืมขอดูบัตรประชาชนคุณหมอนางฟ้าครับ ว่าจะขอดูคำนำหน้าชื่อซะหน่อยว่าใช้คำว่าอะไร อาจจะใช้คำนำหน้าชื่อเป็น นางฟ้าหรือนางสวรรค์ก็อาจเป็นได้ อิอิ ( ลืมไปเลยครับว่าตัวเองป่วย )
อย่างงี้ต้องกลับไปขอยาหมอนางฟ้าเพิ่มแล้ว..."คุณหมอครับ ผมใจสั่น" ฮาๆๆ
โรคชีกอ ต้องกินสะติ๊กนิน