เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
หลังจากเมื่อรู้ตัวเองว่าร่างกายของตัวเองไม่ค่อยจะดีเหมือนเดิม
สองอาทิตย์แล้วที่ซื้อยาหมอตี๋มากินเอง แต่ก็อาการไม่ดีขึ้น  .. เอาวะ วันนี้ต้องไปหาหมอเป็นแน่แล้ว  โฮ่โฮ่ ..
.....................................................


ผมหอบตัวเองขึ้นมา อาบน้ำ แต่งตัว เข้าสำนักงานเพื่อบอกหัวหน้าว่า " ไม่ไหวแล้ว ขอไปเยี่ยมคุณหมอที่โรงพยาบาลแป๊ปนึง " อิอิ พี่พี่ที่ทำงานก็เห็นดีด้วยเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ทุกคนต่างก็เคยคะยั้นคะยอให้ผมไปหาหมอตรวจร่างกายตั้งนาน และด้วยความดื้อของผมเอง 5555 จึงไม่ได้ไปจนถึงวันนี้  วันที่ร่างกายมันบอกว่า " ไม่ไหวแล้ว "
.....................................................


ระหว่างทางจากที่ทำงานของผมถึงโรงพยาบาลก็ไม่ไกลกันนัก " วันนี้วันศุกร์ ผู้ป่วยคงไม่เอยะหรอกมั้ง "  ผมนึกในใจ คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานในการตรวจอาการของผม ผมหวังว่าอย่างนั้น  ...........เมื่อผมไปถึงโรงพยาลกลับไม่เป็นเช่นที่ผมคิด  " โห คนเพียบเลย "
.....................................................

ผมยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บริเวณห้องโถงใหญ่อยู่พักนึง ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง สายตาก็พลันสำรวจดูผู้คนที่กำลังนั่งรอตรวจ และเหล่าบรรดาญาติพี่น้องของผู้ป่วยที่ตามมาให้กำลังใจกันด้วยความห่วงใย    " มะเดี่ยวมาทำอะไรคะ "  เสียงหวาน ๆ แว่วมาทักทายผมทางด้านข้าง ผมหันไปมองตามเสียงนั้น  " อ่อ สวัสดีครับพี่ คือผมว่าจะมาให้หมอดูอาการหน่อยอ่ะครับ " ผมทักทายพี่สาวนางพยาบาลซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเป็นลูกค้าประจำที่ธนาคาร ( แต่ผมก็ไม่รู้จักชื่อเล่นพี่เค้าจริง ๆ คงไม่ว่ากันนะครับ )   หลังจากที่พูดคุยทักทายกันเป็นเวลาประมาณสิบห้าวินาที พี่เค้าก็แนะนำให้ผมทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่ ยื่นบัตร  1.....2.......3.......... จนกระทั่งผมได้พาตัวเองมานั่งรอตรงหน้าห้องตรวจเพื่อที่จะรอเรียกชื่อให้ไปนั่งรอตรวจที่หน้าห้องตรวจอีกทีนึ่ ( พอถึงตรงนี้คงไม่งงนะครับ อิอิ )
....................................................


ระหว่างที่ผมนั่งรอ ความคิดต่าง ๆ ในหัวก็พลันแล่น วิ่ง วุ่นวาย พันกันไปหมด ผมค่อย ๆ ตั้งสติ พยายามหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะ   " ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้นก็วันนี้นี่เอง "  ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางคนป่วยและผมก็เป็นหนึ่งในนั้น  ทั้งหมดไม่ได้จำกัดแม้กระทั่งอายุ เพศ หรืออื่นใด ทุกคนมีสิทธิมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลย ผมรำพึงรำพันในใจ

ผมนั่งดูเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมของผม เราไม่เคยต่างกันเลย เราต่างก็เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือบางคนอาจจะข้ามขั้นตอนเป็น เกิด เจ็บแล้วก็ตาย โดยที่ไม่มีโอกาสที่จะแก่  หรือบางคนอาจจะ เกิด แล้วก็เจ็บ เจ็บ เจ็บ แต่ก็ไม่ตายสักที ( ผมว่าแบบนี้ทรมานที่สุด )   เพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมเช่นเดียวกันของผม  เมื่อผมมองดูเขาเหล่านั้นแล้วกลับมามองดูตัวเองแล้วช่างอยากจะเขกกะโหลกตัวเองหลาย ๆ ที  " เจ้าเกิดมามีร่างกายเป็นพาหนะ ทำไมไม่ดูแลพาหนะของเจ้าให้ดีที่สุดล่ะเนี่ย "   ร่างกายก็เหมือนกับเครื่องจักรเครื่องยนต์ ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ บำรุงรักษา ถ้าดูแลเอาใจใส่ไม่ดีเครื่องก็อาจรวนและมีปัญหาได้และที่สำคัญ อะหลั่ยเครื่องจักรกับอะหลั่ยของคนมันหายากต่างกัน


" เชิญคุณเฉลิมเกียรติ สอนคำแก้ว ที่ห้องตรวจ 3 ค่ะ "   ผมนั่งฟังเจ้าหน้าที่เรียกชื่อนี้อยู่หลายรอบ  พอได้สติ  ผมก็รีบยกตัวเองมานั่งรอที่หน้าห้องตรวจเบอร์ 3  สายตาก็มองดูเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมของผมด้วยอารมณ์ทอดถอนใจ

ผมนั่งรอตรวจที่หน้าห้องเบอร์ 3 เวลาตอนนี้ช่างเดินช้าเสียจริง ๆ ผมคิดอย่างนั้น
.........................................

ตะลุยโรงหมอ 2 : หมอบอกว่าปอดผมไม่ใส ..