คือว่าผมโดนกระรอกที่ผมเผอิญไปชี้โพรงให้ tag คิด(ไม่)ถึง ครับ [กติกา] แต่ปัญหาคือว่า tag คิด(ไม่)ถึง มีนัยอะไรกันแน่ คิดว่าไม่เป็นเพียง tag คิดถึงแบบดั้งเดิม แต่มีเรื่องที่คิดไม่ถึง ด้วย 

ก็แล้วทำไมถึงจะต้องมีเรื่องที่คิดไม่ถึงล่ะ อันนี้คงเป็นเพราะเมื่อเราอ่านบันทึกไปมากๆ จนทึกทักไปเองว่ารู้จักความคิดความอ่านบล๊อกเกอร์ท่านนั้นดี แต่ในที่สุดก็จะพบว่าบล๊อกเกอร์เป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ มีความซับซ้อน มีหลายมิติ อันเป็นที่มาของอาการประหลาดใจ

ความหลากหลายของ GotoKnow ทำให้สังคมแห่งนี้น่าสนใจ และมีเรื่องให้เรียนรู้ตราบใดที่ยังอยากเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไป -- เมื่อมาเล่นเกมนี้ ไม่แน่ว่าผู้ที่โดน tag อาจคิด(ไม่)ถึงมากกว่าผมก็ได้ครับ เพราะผมไม่ค่อยทิ้งร่องรอยไว้ว่าตามอ่านบล๊อกของท่านเหมือนกัน

กัลยาณมิตรท่านหนึ่งส่งหนังสือมาให้ มีข้อความตอนหนึ่งที่ผมชอบคือ

ความสุข

        ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา  แต่ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้สมหวังได้ หรือแม้แต่ลงมือกระทำเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความสุข แต่ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็พบความสุขไม่ได้เช่นกัน
       ท่านชาคโร ได้เล่าประสบการณ์ขณะที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านอาจารย์ชา สุภัทโท ไว้ว่า
       "หลวงพ่อชา เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความสุขมีความเบิกบานในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ หลวงพ่อไม่หวังจะได้อะไรจากคนอื่น ไม่พยายามควบคุมอะไรหรือกำหนดเงื่อนไขใดๆ อาตมาเคยคาดหวังให้หลวงพ่อควบคุมดูแลทุกอย่างเข้มงวด คอยดูแลพระเณรให้รักษาวินัย แต่หลวงพ่อไม่เคยยึดติดกับมัน แล้วไม่เคยปฏิเสธใครด้วย พระเณรไม่มาทำวัตรนั่งสมาธิตามเสียงระฆัง หลวงพ่อก็ยินดีจะทำเองรูปเดียว"
       ดังนั้นการที่จะทำให้ตนเองมีความสุข สิ่งสำคัญคือ ไม่หวังอะไรจากคนอื่น และไม่พยายามควบคุมอะไรเพื่อทำให้ตนเองมีความสุข

วิถี...แห่งปัญญา นิกายเซน โดย รศ.ดร.บุญชัย จงกลนี, หน้า 91              

ท่านแรกที่อยาก tag คิด(ไม่)ถึง และรู้สึกยินดีอย่างที่สุด ที่มีคนแบบนี้ในสังคม GotoKnow คือคุณประดิษฐ์ เจริญสุข (สุดทางบูรพา) จากบันทึกไปโอนเงินผ่าน ATM ครั้งแรกครับ

"ที่ผมเล่าเรื่องนี้คงไม่ได้หวังจะประกาศตัวว่าเป็นคนดีอะไรนะครับ แค่ผมสามารถทำตามความตั้งใจของผมได้แค่นั้นเอง แม้มันจะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยแต่สำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างผมมันก็ มีค่าพอสมควร และผมอยากตอบแทนสังคมแห่งนี้ที่เข้ามายึดเหนี่ยวดูดเอาความรู้และความรู้ สึกดีๆต่างๆออกไป ขอบคุณสังคม gotoknow ครับ"

ผมคิดว่าคุณสุดทางบูรพา เป็นคนที่มีความสุข เป็นคนที่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีศรัทธาในสังคม และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ต้องการการรับรู้-ยกย่อง กระทำในสิ่งที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องทำ แต่ก็มีสติพอที่จะไม่เบียดเบียนตัวเองเช่นกัน ไม่เพียงแต่คิดดี แต่ลงมือกระทำด้วย 

คุณสุดทางบูรพาแห่งสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด กรมส่งเสริมการเกษตร คุณยอดจริงๆ ขอ tag ครับ

มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อ คิด เห็น เป็น ชีวิต เป็นหนังสือที่แปล/เรียบเรียงโดย ปลายฟ้า จากหนังสือชื่อ As A Man Thinketh ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2445 กว่าร้อยปีมาแล้ว ความตอนต้นบทที่ 4 ว่า

        ตราบใดที่ความคิดมิได้ถูกโยงเข้ากับจุดมุ่งหมาย ตราบนั้นปัญญาหรือความสำเร็จที่แท้จริงก็ยังไม่เกิด คนจำนวนมากปล่อยกระแสความคิดให้ล่องลอยไปในมหาสมุทรแห่งชีวิต การขาดจุดหมายคือความเลวร้ายชนิดหนึ่ง ผู้ที่ไม่ต้องการพบกับหายนะหรืออันตรายต้องไม่ปล่อยให้เรือของชีวิตตนล่องลอยไปอย่างปราศจากจุดหมาย
        ผู้ที่ไม่มีเป้าหมายชัดเจนในชีวิตย่อมตกเป็นเหยื่ออันง่ายดายของความกังวล ความกลัว เรื่องยุ่งยากใจและความสงสารตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องชี้วัดความอ่อนแออันนำไปสู่ความล้มเหลว สูญเสียและเป็นทุกข์ ซึ่งแม้จะเกิดจากสาเหตุที่ต่างกันแต่ก็ให้ผลเช่นเดียวกันกับการทำชั่วที่วางแผนมาอย่างดี เพราะความทนทานอยู่ได้ในจักรวาลที่ขับเคลื่อนและวิวัฒน์ด้วยพลัง


Until thought is linked with purpose there is no intelligent accomplishment. With the majority the bark of thought is allowed to "drift" upon the ocean of life. Aimlessness is a vice, and such drifting must not continue for him who would steer clear of catastrophe and destruction.

They who have no central purpose in their life fall an easy prey to worries, fears, troubles, and self-pityings, all of which are indications of weakness, which lead, just as surely as deliberately planned sins (though by a different route), to failure, unhappiness, and loss, for weakness cannot persist in a power-evolving universe.

โดยทั่วไป เวลาผมอ่านบันทึกและความคิดเห็น มักจะมองหาแก่นของข้อความนั้นๆ เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง แต่มีอยู่บันทึกหนึ่งที่มึนตึ้บไปกับภาพประกอบครับ (ที่จริงคำบรรยายภาพในบันทึกชัดเจนอยู่แล้ว)

   

ผมไม่เคยสงสัยหรอกครับว่าเป้าหมายของการผ่าตัดคือความปลอดภัยของคนไข้และความสัมฤทธิผลของการผ่าตัด แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าระหว่างรอ (ถ้าต้องรอ) นั้น ทั้งแพทย์และพยาบาลทำอะไรกัน คุยอะไรกัน 

การเดินทางสู่เป้าหมายนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วพริบตา ระหว่างที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์นั้น ควรทำอะไรเพื่อไม่ให้เบื่อหรือล้า

บันไดยังต้องมีชานพักบันได

แล้วถ้าเป้าหมายนั้น ยิ่งใหญ่ ยากเย็น และใช้เวลายาวนาน (ตอนแรกจะใช้คำว่า ยาวยาน แต่รู้สึกว่าเป็นคำประหลาดไปหน่อย) ระหว่างทาง จะทำอะไรดีครับครูบา 

จากบันทึกศิลปะ...ขณะเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ...เคยเห็นมั้ยคะ [บันทึกนี้ มีเรตติ้ง "ฉ" ไม่เหมาะกับเด็ก เยาวชน และคนกลัวเลือด] จึงขอ tag คุณกฤษณา สำเร็จ (พี่ติ๋ว) แบบไม่กระแทกครับ -- ผมเห็นว่าบันทึกนี้น่ารักดี เอาเศษปูนที่เหลือมาปั้นและระบายสีในระหว่างที่รอปูนข้อเข่าเทียมซึ่งใส่ไปแล้วแห้ง (แทนที่จะทิ้งไปเปล่าๆ) การผ่าตัดใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง รายละเอียดอยู่ในบันทึกครับ

ต้นบทที่ 31 จากหนังสือ ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ ของบัณฑิต อึ้งรังษี

31. กระสุนนัดเดียว ต้องโดน
       Limited Bullets

ผมทำงานหนักเพราะอยากให้ผลงานของผม Top Quality

เมื่อใดที่ผมยืนหน้าวงออร์เคสตร้าวงไหนเป็นครั้งแรก ต้องเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ เพราะโอกาสของเราอาจจะมีแค่ครั้งเดียว

เพราะงานที่ผมได้รับโอกาสอยู่นั้นมีคนจ่อคิวต่ออยู่ยาวเหยียด หากผลงานของผมไม่ดีพอ ผมก็อาจจะพลาดงานในครั้งต่อไป

ผมไม่ได้มาจากคนที่มีเส้น มาจากประเทศเล็กๆ โอกาสที่มีจึงถือว่าน้อยกว่าเขา แถมยังมีอคติเรื่องสีผิวมาเกี่ยวอีก

เรามีกระสุนแค่นัดเดียว นัดนั้นต้องโดน

เพราะฉะนั้น  เมื่อมีโอกาสเราจะต้องเอาประโยชน์จากโอกาสนั้นให้เต็มที่ การเตรียมพร้อมของผมจะต้องดีที่สุดเท่าที่ผมทำได้ในเวลานั้น

ในตอนที่เริ่ม GotoKnow นั้น ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย ยังไม่มีสมาชิก ไม่มีการประชาสัมพันธ์ แต่มีความมุ่งมั่น มีความเชื่อมั่น มีความรักในสิ่งที่ทำ ทำแม้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่

อาจารย์จันทวรรณได้เขียนไว้ในบันทึกแนะนำตัวเองลงหนังสือเฮฮาศาสตร์ตอนหนึ่งว่า "ย้อนไปอ่านบันทึกแรกสุดของ GotoKnow http://gotoknow.org/blog/tutorial/1 แล้วหันมามองวันนี้รู้สึกว่า คุ้มอีกแล้วกับการอดตาหลับขับตานอน"

อยากเรียนอาจารย์ว่า   ก ร ะ สุ น นั ด นั้ น   โ ด น แ ล้ ว ค รั บ 

ใช่ครับ ผมอยาก tag อาจารย์จันทวรรณ แต่เนื่องจากอาจารย์มีัภาระกิจสำคัญมาก คงจะยังปลีกเวลามาไม่ได้...

ก็เลยหาเอาง่ายๆ คือ tag อาจารย์ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ครับ

เป็นเรื่องยากมากในการสร้างซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนให้ใช้งานได้  เป็นเรื่องยากกว่าที่จะทำให้ผู้ใช้ยอมรับและใช้งานได้สะดวก แต่มีที่ยากกว่านั้นอีก คือการรักษาความสำเร็จอันนั้นเอาไว้โดยปรับปรุงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ยังมีที่ยากยิ่งกว่า"ยากกว่า" คือการหาจุดสมดุลระหว่างการเป็นในสิ่งที่ผู้อื่นคาดหวังกับการเป็นตัวของตัวเอง (ทำในสิ่งที่เชื่อ ทำในสิ่งที่รัก)

ส่วน superative degree "ยากที่สุด" นั้น คือการสละตนเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น 

ผมว่าสมาชิกคงเห็นอย่างที่ผมเห็นเหมือนกันครับ 

== บันทึกนี้ น่าจะเป็นบันทึกแห่งวงเล็บ ==