วันนี้ตั้งแต่ 9 นาฬิกาเป็นต้นมาเข้าไปฟังสัมมนาเรื่อง วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ในยุคการพิมพ์ – 14 ตุลาคม 2516...ที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา เกาะยอ สงขลา...ผู้มาจุดประเด็นคนแรกคือ ผศ. ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร
อาจารย์ทางวรรณคดีเปรียบเทียบ จากจุฬา ฯ สะท้อนมุมมอง...เช่น การดัดแปลงเป็นจุดขายของสื่อ กรณีสงครามนางฟ้า...ทุกวันนี้คนดูมากกว่าอ่าน...แม้แต่คนอ่านข่าวก็เป็นการดูข่าว...ยุคนี้เป็นยุคของInternet ...คนไทยชอบล้อเล่นกับสิ่งของมีคุณค่าของคนชายขอบ กรณี ล้อเลียนเสียง..ผมเอาแคเลาะมาฝาก..
ในความเท่าเทียมกันของภาษาต้องมีเต็มร้อย ภาษาของคนกรุงเทพ ฯ เป็นภาษากลางเป็นภาษาไทย แต่มีกวีชาวใต้ท่านหนึ่งอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นบนเวทีบอกว่า...สำหรับผมภาษาไทยเป็นภาษาที่สองเพราะผมเกิดมาใช้ภาษายาวีเป็นภาษาแรก...ตลึงกันทั้งที่ประชุม...
แง่คิดที่ผ่านเข้ามาคือ...ต้นมะม่วงมีผลสุกหอมหวานมีคนชอบเก็บถึงล้มต้นเพื่อเอาผลมัน แต่มะม่วงอีกต้นยืนต้นสวยงามเป็นร่มอยู่อย่างนั้น...ถ้าเป็นคุณเลือกจะเป็นมะม่วงต้นไหน..?
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ umi ขออนุญาต ลปรร ด้วยครับ เกี่ยวกับเรื่องมะม่วงสองต้น
ต้นมะม่วงมีผลสุกหอมหวานมีคนชอบเก็บถึงล้มต้นเพื่อเอาผลมัน
ผมว่าเป็นกระแสบริโภคนิยมที่มาจากตะวันตกครับ
มะม่วงอีกต้นยืนต้นสวยงามเป็นร่มอยู่อย่างนั้น.
ผมว่าเป็นกระแสพุทธธรรมของไทยเรานี่เองครับ
ผมคงเลือกทั้งสองต้นครับ ทานผลสุกพอประมาณ แล้วก็มานอนพักผ่อนใต้ต้นสวยงามร่มเย็นครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณขจิต
ดีมากครับ
เฉลย...มะม่วงต้นที่ 2 ไม่มีใครสนใจจึงยืนต้นสวยงามอยู่ได้ แต่ต้นแรกมีผลหวานรสอร่อยคนต้องการเยอะ เลยถูกค้นล้มลง น่าคิดนะครับมาจาก..ในหลวง ร. 9
นักเขียนเล่านั้นยังเจอกันอยู่เสมอครับ
เป็นจังหวัดเสี่ยงต่อความเป็นมหานครทางใต้ครับ เพราะคนต้องการมาอยู่เยอะ ฮา ๆ
เอิก ๆ
วันนี้เข้าประชุมสัมมนาต่อครับ...แวบ..ๆๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ
small man
อ่านมุมคิดแล้วดีมากครับ
ขอบคุณครับผม