กงล้อเวลาที่เคลื่อนหมุนอยู่ทุกขณะ ได้นำพาเอาวันวัยไปด้วยเรื่อย ๆ จากวันเป็นเดือนเดือนเป็นปี และจากปีเป็นอีกหลาย ๆ สิบ ยี่สิบ หรือสามสิบปี ไล่ไปตามวิถีที่เปลี่ยนแปลง

            จุดเริ่มต้นเสมือนไม่มีจุดสิ้นสุด และจุดสูงสุดก็โหยหากลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้งวัฏจักรชีวิตจึงยังคงดำเนินไป แต่วัฏจักรใจดูเหมือนจะเริ่มอ่อนล้าลงในตามกาล กระทั่งในยามที่รู้สึกท้อแท้เหนื่อยหน่าย สิ่งที่เคยประทับใจมักจะฝืนกงล้อหวนกลับมาให้ได้คิดถึงด้วยรอยยิ้มเสมอ.. <h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt">          เอามานี่ซิ ยายจะป้อนให้เอง ไม่กินให้มันรู้ไปสิ</h3>          คำพูดเหล่านี้ทำให้ผมนึกถึงถ้อยคำเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เมื่อครั้งคุณครูผู้สอนผมคนแรก เอ่ยกับผมว่า
          มานี่ซิครูจะสอนเธอเอง ทำไม่ได้ให้มันรู้ไป
            
       
เสียงคนคนเดียวกัน เอ่ยในเวลาที่ต่างกัน แต่ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกัน
           
       
วันนั้น .. ผมเป็นลูกศิษย์ตัวน้อย ๆ ของคุณครูที่พร่ำสอนผมตั้งแต่ยังไม่ประสีประสา
จนอ่านออกเขียนได้ อันหมายถึงก้าวแรกที่เท้าย่ำเดินได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมาจนถึงทุกวัน           
     
วันนี้ผมมีลูกชายตัวน้อย ๆ ที่เกิดกับ หลานของคุณ (ครู) ยาย กลายเป็น เหลน
ที่คุณ (ยาย) ครูรักและเอาใจใส่เช่นเดียวกัน แม้แต่เรื่องผลไม้ที่อยู่กับผม ลูกชายจะไม่ยอมแตะแม้ปลายลิ้น พออยู่กับคุณ (ยาย) ครู เจ้าหนูกินเรียบไม่เหลือสักชิ้น           
     
เพราะอย่างนี้และเพราะฉะนั้น.. กงล้อเวลาได้นำพาชีวิตของผมมาเป็นลูกศิษย์ของท่าน
ในขณะเดียวกันก็หมุนวนจนผมได้เป็น หลานเขยและลูกชายของผมก็กลายเป็นเหลนของท่านในเวลาต่อมา           
     
ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นที่สุดครับคุณ(ครู)ยาย บัวเลียน  ผลค้า ที่ได้เกิดมาเป็นศิษย์ของ
คุณ(ครู)ยาย
        
ไหน ๆ คุณ(ครู)ยายก็เกษียณแล้ว อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ฝากเจ้าหนูที่คุณ(ครู)ยาย
ด้วยละกัน.. ผมติดงานครับ” !                 
      
นายกฤษฎา  สุนทร