พบเจอมิตรที่มีใจเดียวกันในการเป็นอาสา
     
     อันที่จริงได้เขียนบันทึกนี้ไว้ที่บล็อกใน Multiply แต่อยากให้ชาว Gotoknow มีส่วนร่วมเลยนำบันทึกนี้มาลงอีกครั้งคะ

          ถึงแม้จะผ่านไปแล้วสำหรับโครงการแบ่งบันน้ำใจให้รอยยิ้ม แต่ยังฝากความประทับใจให้กับชาวอาสาทุกคน ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นโดยมูลนิธิกองทุนไทย  ขอกล่าวถึงภารกิจที่เราไปและความประทับใจของชาวอาสาคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมนะคะ

          เริ่มจากการเดินทางไปในวันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2551 เราเดินทางโดยรถตู้ไปยังโรงเรียนบ้านถ้ำพระ อ. ด่านซ้าย จ. เลย เมื่อเราไปถึงก้อบ่ายคล้อยแล้ว แต่สำหรับชาวอาสาขอบอกเริ่งจิ๊บๆๆ แค่เดินทาง 6 ชั่วโมง ไม่ยั่น!!! เมื่อถึงที่ไม่รอช้าชาวอาสาที่มากัน 12 ชีวิตได้ทำความรู้จักกับชุมชนด้วยการเดินสำรวจป่าชุมชน และเตรียมสถานที่จัดงานวันเด็กที่จะมาถึงในวันรุ่งขึ้น... ช่วงเดินทางสำรวจป่าชุมชนได้พบกับวิวอันสวยงาม ป่าที่แห้งแต่มีใบไม้สีสวย และพบกันเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด สวยมากพร้อมกับการนำทางของเด็กๆๆ ซนและลันล้ากันมากๆๆ พี่ชาวอาสาก้อไม่ยอมแพ้ สู้กันไปข้างหนึ่ง..พอตะวันใกล้พลบค่ำ เราก้อเดินทางกลับจาการสำรวจ เพราะมันเริ่มมืดและรู้สึกหิวข้าวซะงั้น  ชาวอาสารีบอาบน้ำอาบท่า หวีผม ปะแป้ง เพื่อจะรับประทานอาหารเย็นพร้อมกับเรามีอีกทีมจากราชฎัฎจันเกษมฯ มาร่วมงานวันเด็กอีกทีมหนึ่ง

          ดังนั้นงานคืนนี้ชาวราชฏัฎจันเกษมฯ เลยเตรียมหนังมาให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ชาวถ้ำพระมาดูกัน โดยจอหนังก้อกางกันที่ใต้ถุนโรงเรียนคะ หนังคืนนี้มี 2 เรื่อง เรื่องแรกก้อ fantastic 4 อีกเรืองจำบ่ได้ เพราะผู้เขียนง่วงนอน ไม่ได้ดู อิอิ เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาจะไม่สวย เอิ้กๆๆ ว่าไปนั่น ความจริงหมดแรงข้าวต้ม หนังตามันเริ่มหย่อน เพราะอิ่มจัด

          เช้าของวันเด็ก ชาวอาสาทุกคนตื่นแต่ไก่โห่รีบออกมาถ่ายภาพกันเพราะเมื่อคืนหนาวใช้ได้ เลยมาฟิตร่างกายด้วยการผิงไฟซะงั้น และก้อเตรียมอุปกรณ์เล่นกับเด็กๆและผู้ใหญ่ถ้ำพระ งานเริ่มด้วยกิจกรรมหลากหลาย โดยเราต้องการให้เด็กและผู้ปกครองที่พาลูกหลายมาเล่นด้วยกันซะเลย เริ่มกิจกรรมด้วยการตอบคำถาม  ร้องเพลง  วิ่งเปรี้ยว  กินวิบาก เดินสามขา รถไฟ ชักเย่อ สนุกสนามกันมากมาย...เห็นได้จากภาพวันเด็ก 2008 นะคะ ไปดูได้

          พอเที่ยงปุ๊บกิจกรรมเราก้อหมดลง และบ๊าบบายเด็กถ้ำพระเพื่อเดินทางต่อไปยังศูนย์เด็กเล็กบ้านซำม่วง อ. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ เราถึงเวลาบ่าย 4 ก้อเย็นแล้ว เลยได้แค่เดินรอบๆๆ ศุนย์และเดินสำรวจชุมชน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าชมุชนที่นี่มีอยู่ถึง 200 ครัวเรือนเรียกได้ว่าใหญ่กว่าที่แรกที่เราไปคะ คืนนี้เราก้อทานอาหารง่ายๆ ที่ครูศูนย์ฯ เตรียมให้เรา ส้มตำคืออาหารประจำของเราชาวอาสา ต้องส้มตำปลาร้าเท่านั้น อร่อยอย่างบอกใคร 5555

        ค่ำคืนนี้ดาวเต็มฟ้า เพราะเราอยุ่บนที่สูง ชาวอาสาเลยนอนดูดาวกันจนหนึ่งในทีมเป็นไข้หวัดซะงั้น ..ที่หลับที่นอนก้อขอบอกว่า สะดวกมาก ครูที่นี่น่ารักมากคะ เตรียมอุปกรณ์การนอนครบครันให้เรานอนอุ่นๆคะ ต้องขอบอกว่าเป็นพระคุณอย่างมาก เพราะผู้เขียนลืมเอาถุงนอนมา ดังนั้นจึงถือว่าเป็นความกรุณามากๆๆ ทั้ง 2 คืนเลยที่มีผ้าห่มอุ่นๆ ให้นอนไม่งั้นต้องนอนกอดคนข้างๆ แน่นๆๆ

          ว่าแล้วพอรุ่งเช้า เราก้อเตรียมอุปกรณ์การเล่นกับน้องๆๆ พร้อมกันนั้นเราแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมแรกเล่นกิจกรรมกับน้องๆๆ อีกทีมก้อทาสี  จริงๆ ผู้เขียนอยากทาสีกับเค้าบ้าง แต่โดนผู้จัดการ (พี่ยุ้ย)วางตัวให้เล่นกับเด็กซะงั้น (สงสัยหน้าพอหลอกเด็กได้ 5555) เราทั้ง 2 ทีมเลยเริ่มปฏิบัติการตามที่วางแผนกันไว้ สำหรับผู้เขียนหลอกเด็กจนไม่มีเสียงเลยคะ เด็กที่นี่เล่นกับเราจนพี่ๆ ต้องยอมแพ้เพราะอากาศเริ่มร้อนเมื่อเวลา 11.30 น. เราเลยยุติการเล่นเกมส์ก่อนนะ  บวกกับความหิวเริ่มมาเยือน อิอิ  เราเลยร่ำราเด็กๆๆ และทานอาหารกลางวัน...ส้มตำอีกแล้วเจ้าคะ ฝีมือผู้จัดการยุ้ย ..

        ความประทับใจ

       รู้สึกว่าวันเด็กปีนี้ทำอะไรที่ไม่เหมือนเคย ได้ร่วมสนุกกับเด็กๆ ถึง 2 ที่ เด็กน่ารักทุกคน รู้สึกว่าสุขใจทุกครั้งที่ได้ทำงานอาสา ถือว่าเรามาเพิ่มความสด (refresh)ให้กับชีวิตตัวเอง เพิ่มแรงใจในการทำงานด้วยการทำเพื่อคนอื่นๆ ที่เราไม่รู้จักบ้าง ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มันเป็นความสุขใจลึกๆ ที่ยากจะบรรยายผ่านคำพูดได้   บอกได้แต่เพียงว่า ถ้าไม่เคยทำก้อจะไม่รู้ว่า มันเป็นเช่นไร ลองซักครั้งถ้าคุณยังมีแรงกายและใจอยู่

      อยากขอบคุณพี่ยุ้ย ไอ้เพื่อนเปิ้ล ที่แนะนำโครงการครั้งนี้ให้ผู้เขียนได้ร่วมเดินทาง พร้อมทั้งได้พบเจอมิตรใหม่ๆๆ ชาวอาสาได้แก่ เพื่อนแอ๋ว น้องปัด น้องกิ๊ก น้องโน๊ต พี่ไนท์  (แบบว่าจำชื่อบ่ได้) พี่ๆน้องๆ ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อนะคะ สุขใจที่ได้เจอและหวังว่าโครงการหน้าๆๆ คงจะได้เจอกันอีกนะ 

สามารถไปดูรูปทั้งหมดที่http://carjhan.multiply.com/photos/album/35/Child_Day_2008