"สุขใจผู้ให้ เต็มใจผู้รับ"

 ก่อนจะก้าวออกจากสถานีอนามัย ผู้เขียนเดินตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ที่เราได้ร่วมทำกันมาทั้งวัน เราจะได้ต้อนรับแขกเป็นร้อยๆ ซึ่งต่างก็จะเดินทางมาทำความดีร่วมกัน บริจาคโลหิต ทุกคนมาด้วยความหมายในใจเดียวกัน จะทำความดีถวายในหลวงของเรา อีกไม่นาน ตำบลเขาคันทรง จะมีธนาคารเลือดในกาย ที่ขวดเลือดเหล่านั้น จะมีชีวิต เดินไปมาได้ในหมู่บ้าน คอยสดับตรับฟัง ว่าญาติพี่น้องคนไหน จะต้องการเลือด ในการต่อชีวิตกันบ้าง เขายินดีที่จะสละเลือดในกายให้ทันที การบริจาค ไม่เพียงจะได้ประโยชน์ ต่อผู้เป็นผู้รับเท่านั้น  ในตัวเจ้าของ ก็จะก่อเกิดความรู้สึก ที่ดีเช่นกัน เขาจะเข้าใจคำว่า มีจิตอาสา ได้ด้วยตนเอง มากกว่าร้อยคำอธิบาย

   นึกแล้วเป็นสุข ที่สถานีอนามัยที่ผู้เขียนทำงานอยู่ จะได้ชักชวนคนสร้างกุศลอย่างมหาศาล แรกเลยก็คือได้ทำความดีถวายในหลวง สองได้ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยครั้งนี้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าจริงๆ ที่จะมาร่วมกัน ใช้สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านทำกิจกรรมร่วมกัน

  ขณะที่เจ้าหน้าที่และ อสม.ช่วยกันตกแต่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ผู้มารับบริการต่างก็ตามไถ่ เมื่อทราบว่าจะมีงานพรุ่งนี้ หลายคนก็สมัครเข้าร่วมโครงการ มีอยู่คนหนึ่ง ขอให้ทำหนังสือถึงบริษัท เพี่อเขาและเพื่อนๆ จะได้ ออกมาบริจาคเลือด ได้สะดวก เมื่อติดต่อบริษัท ก็ไม่ขัดข้องขอให้หารถมารับพนักงานด้วย จึงประสานไปที่ นายก อบต. ก็ยินดีจัดรถรับส่งให้ เป็นการเกื้อกูลที่ส่งผลดี ด้วยกันทุกฝ่าย

   ในส่วนตัวผู้เขียนเอง ก็ตั้งใจจะบริจาคเลือดเช่นกัน อาจจะเป็นคนแรกๆ เพื่อสร้างกำลังใจให้ คนมาใหม่จะได้ไม่กลัวเข็ม หรืออาจต้อนรับแขก ดูแลให้เรียบร้อย จึงจะบริจาค ก็ได้ปิดท้ายรายการ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้เขียนให้ความสำคัญมากกว่าคือ การเตรียมตัว เตรียมใจก่อนให้เลือดของตัวเอง ผู้เขียนเรียกกรรมวิธี เฉพาะตัวนี้ว่า การกลั่นเลือด

  ด้วยถือว่าเลือด มีความพิเศษอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสามารถ ช่วยต่อชีวิต ของคนได้หลายๆคน ต่อชีวิตให้เขาได้อยู่เพื่อทำสิ่งดีงามต่อไปได้ หรือมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อกลับตัวกลับใจ เป็นคนดีก็ได้อีก แต่จะอย่างไรก็ช่างเถิด การสร้างกุศลด้วยการบริจาคเลือด เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ตามแต่เหตุผลส่วนตัว ดังนั้น ในเมื่อเป็นผู้ได้โอกาส เป็นผู้พร้อมในเรื่องนี้ ทั้งกาย ใจ ผู้เขียน จึงตั้งใจเป็นพิเศษ

 การกลั่นเลือดของผู้เขียนในวันนี้ ก็คือ เมื่อขับรถออกจากสถานีอนามัย ด้วยความโล่งเบาสบายใจ วางภารกิจทั้งปวง ในวันนี้ทั้งหมด จากนั้น ผู้เขียนก็เริ่มสวดมนต์ ทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และจบลงด้วยบทกรวดน้ำ จากนั้นได้กินอาหารมื้อสำคัญคือมื้อเย็นวันนี้ อย่างใส่ใจ เพราะ จะกลายเป็นเลือดเนื้อ ให้ผู้เขียน ได้บริจาค ในวันพรุ่งนี้ เลือกกินข้าวต้ม ยำปลาอินทรีเค็ม และผัดผักบุ้ง ตามด้วยมะม่วงสด สอง สามชิ้น คงเป็นอาหารที่ไม่ทำให้อึดอัด หรือใช้เวลาย่อยนาน เพราะผู้เขียนคงเข้านอนแต่วัน พักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ตื่นเดินทางแต่เช้าอย่างสดชื่นเบิกบาน หวังว่า การตรวจสุขภาพเบื้องต้น คงผ่าน และเลือด คงมีความเข้มข้น จมดิ่งลงในน้ำยา นั่นหมายถึง เขาจะรับเลือดของผู้เขียน เก็บบรรจุ เพื่อนำไปใช้ แก่ใครสักคน ที่คงไม่รู้จักกัน แต่ขอให้เลือดขวดนี้ มีความสำคัญ เพียงพอ แก่เขาคนนั้น

   คืนนี้ ข้าพเจ้าคงหลับสนิท ไม่มีความกังวลใดๆ หลงเหลือในใจ เมื่อพรุ่งนี้มาเยือน และพบว่าลมหายใจของผู้เขียนยังอยู่ ความตั้งใจก็คงสำเร็จลงด้วยดี

   ก่อนเข้าสถานีอนามัย จะแวะรับ พุ่มดอกไม้สด ที่ผู้เขียน สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำไปถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ ด้วยความเคารพ และจะได้กราบบังคมทูลพระองค์ว่า "วันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า จะขอทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ และจะนำประชาชน ร่วมทำความดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน ทำสิ่งที่พ่อหลวง ทรงตรัสย้ำเสมอ การพึ่งพาตนเอง วันนี้ ราษฎร ของทั้งสองพระองค์ จะได้กระทำสิ่งนั้น ขอทรงเบาพระทัยเถิด".....

   เมื่อเขียนถึงบรรทัดนี้ ผู้เขียนก็เกิดอาการ อยากจะเข้านอนเสียแล้ว อาจจะเร็วกว่าทุกวัน แต่คงจะหลับ ด้วยเวลาอันรวดเร็วเหมือนเคย เพื่อสุขภาพ ที่สมบูรณ์ ที่สุดในวัน พรุ่งนี้ การเป็นผู้ให้ และสิ่งส่งมอบ คงจะมีคุณภาพต่อผู้รับสมความตั้งใจ.....

              "สุขใจผู้ให้ เต็มใจผู้รับ"