การสอนโดยโครงงานนอกจากนักเรียนจะได้ปฏิบัติกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจหรือความต้องการของตนแล้ว ยังมีโอกาสศึกษาการทำงานทั้งตามลำพังและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำให้ได้เรียนรู้ได้พบกับความสำเร็จและความล้มเหลวในการแสวงหาคำตอบ สามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาด้วยตนเองอย่างเป็นกระบวนการและแก้ไขปัญหาได้เองอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2551 (เวลา16.00 น.) กลุ่มนักเรียนจากเบญจเทคโนสุรินทร์ จำนวน 5 คน (ปวช.ปีที่ 3) ได้มาขอคำปรึกษาและศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการทำโครงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำหมักชีวภาพที่โรงเรียนบ้านจันรม เมื่อคุยตกลงนัดเวลาเรียบร้อยแล้วก็กลับไป

 วันจันทร์ (เวลา ประมาณ 15.50 น.) นักเรียนกลุ่มนี้ก็มาตามนัด “คุณครูคะสวัสดีค่ะ” “อ้าว...มากันแล้วหรือ....ครู...ให้ครูตัวน้อย 2 คนนี้เป็นพี่เลี้ยงในการให้ความรู้...และคอยให้คำปรึกษาก็แล้วกัน”.....งานนี้เราจัดให้นักเรียนที่กำลังศึกษา/ทดลองเรื่องการทำโครงงานมาแล้วเป็นวิทยากร2 คน คือ เด็กหญิงกุมาลี (แอน) บุญขาว และ เด็กหญิงสุวรรณี (เหมียว) พรมวัด ร่วมบรรยายอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากวิทยากรตัวน้อยจะอธิบายเกี่ยวกับการหลัก/ขั้นตอน/กระบวนการทำโครงงาน (ที่ทำ) แล้วเรายังใช้การฝึกปฏิบัติจริงเพื่อสาธิตวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำหมักชีวภาพด้วย 

ทีมวิทยากรถ่ายภาพร่วมกับพี่นักเรียนจากเบญจเทคโน

การจัดการเรียนการสอนโดยโครงงาน (Project Approach หรือ Project Base Instructional Model) เป็นการส่งเสริม ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ เป็นไปตาม ธรรมชาติ ความถนัด และความสนใจ เน้นเรื่องคุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์ ภาษาและการประกอบอาชีพต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข การจัดการเรียนการสอนโดยโครงงานเป็นการสอนที่เป็นพื้นฐานในการฝึกทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหาจากสถานการณ์การต่างๆ เป็นการเรียนรู้ตลอดเวลาทุกสถานที่ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เกิดการพัฒนาด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม สามารถประเมินการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการร่วมกิจกรรมตามวัย และระดับความสามารถของนักเรียนโดยครูให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ และสนับสนุนให้นักเรียนเกิดความสนใจ และกำลังใจในการทำโครงงาน 

การสอนโดยโครงงานนอกจากนักเรียนจะได้ปฏิบัติกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจหรือความต้องการของตนแล้ว ยังมีโอกาสศึกษาการทำงานทั้งตามลำพังและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำให้ได้เรียนรู้ได้พบกับความสำเร็จและความล้มเหลวในการแสวงหาคำตอบ สามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาด้วยตนเองอย่างเป็นกระบวนการและแก้ไขปัญหาได้เองอย่างเป็นระบบ

เรียนรู้ร่วมกัน...ทั้งผู้สอนและผู้เรียน

 “จะจบหรือไม่จบก็อยู่ที่ Project นี้แหละค่ะ” 

ก่อนเดินทางกลับนักเรียนได้ทิ้งคำพูดส่งท้ายหลังจากได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจนครบทุกขั้นตอนแล้ว

“อืมมม !!!......ครูก็เหมือนกัน” .....จะผ่านหรือไม่ผ่านการประเมินฯ ก็อยู่ที่เอกสารฯ ซึ่งทำเกี่ยวกับ Project นี้เหมือนกันค่ะ...... 

แต่หวังว่า....เป้าหมายการเดินทางออกนอกตัวเมืองสุรินทร์มาที่โรงเรียนบ้านจันรมเกือบๆ จะ 20 กิโลเมตร เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนครั้งนี้คงไม่เป็นแค่ “ขอให้จบ” เท่านั้น……….ควรสามารถเอาประสบการณ์นี้ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในวิถีชีวิตได้ด้วย...จึงจะตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 

แยกไม่ออกใช่ไหมคะ...เอ๊..คนไหนครู..คนไหนนักเรียนน๊อออออออ (อิ.อิ.)

แต่ตอนนี้...ครูขอตัวไปทำงานเอกสารต่อก่อนนะคะ.... 

..................