ชาวเขมรโบราณหรือขอม ตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้มาร่วม 2 พันปี มีวิวัฒนาการเจริญทีละขั้น ด้วยอิทธิพลของอินเดียและชวา

เล่าเรื่อง ตนเลสาป ชีวิตริมน้ำชาวเขมรไว้อีกบล็อกหนึ่ง(Riverlife) แต่ขอนำประสบการณ์ส่วนอื่นๆที่ได้ไปพบเห็นและรับรู้มาจากการไปเยือนกัมพูชามาเล่าไว้ที่นี่นะคะ

การได้ไปเห็นและอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่สร้างจินตนาการย้อนกลับไปได้เป็นพันปีนั้นน่าตื่นเต้น และทำให้เมื่อกลับมาเมืองไทยต้องไปขุดหนังสือ Angkor: Cities and Temples โดยCluad Jacques and Michalel Freeman เล่มหนาปึ้ก หนักมากที่อยู่ในคลังหนังสือของคนข้างกายขึ้นมาอ่านและค้นคว้าต่อ ยิ่งทำให้รู้สึกมหัศจรรย์กับความอลังการของดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นทวีคูณ

เสียดายที่ไม่ได้ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่ดี คือค้นคว้า อ่านเรื่องราวไปก่อนแล้วเมื่อไปเห็นของจริงจะทำให้เข้าใจและซาบซึ้งยิ่งขึ้น ยอมรับว่าพอไปถึงสถานที่จริงของนครวัด นครธม ออกจะเหนื่อยและร้อน บางทีขี้เกียจฟังไกด์(หนุ่มเขมรแต่พูดภาษาอังกฤษดีมาก ที่จริงสามารถหาไกด์ท้องถิ่นที่พูดไทยได้คล่องแต่เราไม่ทันคิด) ไปนั่งหลบเอาเงาร่มบ้าง พักเมื่อยขาบ้าง คราใดที่ได้ฟังคำบรรยายก็จะได้รู้เรื่องดีๆ และคำอธิบายที่สร้างความประทับใจในความช่างคิด ความอุตสาหะเกินกว่าคนยุคนี้จะเข้าใจ ก็คิดดูนะคะ เล่นขนหินมาสร้างวัด สร้างปราสาทเป็นร้อยแห่ง แถมแกะสลักเรื่องราวถ่ายทอดตำนาน ความคิด ความเชื่อและชีวิตในยุคสมัยนั้นให้พวกเราที่มาทีหลังเป็นพันปีได้รับรู้

เรื่องราวที่นำมาเล่าต่อไปนี้จึงมีที่มาทั้งจากไกด์ จากหนังสือดังกล่าว และจากบล็อกของบริษัททัวร์ที่ค่อนข้างวิชาการ และเป็นมืออาชีพ คือสวัสดีฮอลิเดย์ทัวร์ ไม่ได้โฆษณานะคะ เขาเขียนละเอียดยิบ แต่นำมาเล่าต่อบางส่วน ผู้สนใจก็ตามไปอ่านไปดูภาพสวยๆได้ค่ะที่http://my.opera.com/sawasdeeholidays/blog/show.dml/287657 <p>เอาล่ะค่ะ เริ่มด้วยจากเมืองไทย บินด้วยบางกอกแอร์เวย์ แค่ ๓๕ นาทีก็ถึงเสียมเรียบ</p><p></p><p>(จะลงภาพให้ชม ระบบไม่รับค่ะ จะลองทีหลังนะคะ)</p><p>เราพักที่โรงแรม Prince D’Angkor </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมืองเสียมเรียบ (ประชากรประมาณ 8 แสนกว่าคน)
ที่ออกเสียงแบบเขมรและแปลแบบเขมร มีความหมายว่า เมืองที่สยามแพ้ราบเรียบ” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความจริงมีทั้งแพ้และชนะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และเมื่อเราเคยชนะทางไทยก็เรียกว่า “สยามรัฐ” ความหมายคือ “รัฐของไทย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เรานิยมก็เรียกแบบผสมไทย-เขมร ว่า เสียมราฐ

ไหนๆมาถึงบ้านพี่เมืองน้อง ก็ต้องทักทายกันด้วยการสวัสดี </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซัวสะเดย เป็นรากคำใช้ทักทายทั่วไปว่า สวัสดี แล้วก็เติมช่วงเวลาไว้ข้างหน้า </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่น อรุณซัวสะเดย, ทิเวีย (ทิวา) ซัวสะเดย, สายันซัวสะเดย, ระเตีย (ราตรี) ซัวสะเดย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">น่ารักดีนะคะคำดูคุ้นๆ คำในภาษาเขมรจำนวนมากที่คนไทยรับมาใช้และคุ้นหู ค้นตา มักเป็นศัพท์สูงและราชาศัพท์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
สถานที่เที่ยวซึ่งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ต้องออกจากตัวเมืองเสียมเรียบ
ที่ที่จะไปเที่ยวชมกันเป็นอาณาจักรโบราณของชาวขอม (เขมร)
เขมร เรียกว่า นอกอร์ และ นอกอร์ธม

ไทย เรียกว่า นครและ นครธม (นครหลวง)

ฝรั่ง เรียกว่า อังกอร์ (Angkor) และ อังกอร์ธม (Angkor Thom)

สำเนียงแบบฝรั่งเศส เพราะว่าพวกฝรั่งเศสเข้ามาศึกษา ค้นและคว้าก่อน ฝรั่งอื่น

ชาวเขมรโบราณหรือขอม ตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้มาร่วม 2 พันปี มีวิวัฒนาการเจริญทีละขั้น ด้วยอิทธิพลของอินเดียและชวา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
จนมีความเจริญรุ่งเรืองก่อตั้งเป็นอาณาจักรที่เรืองอำนาจในพื้นที่ ก็เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว (ราวพุทธศตวรรษที่ 14) เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (พศ.1345-1393) มารวบรวมชุมชนต่างๆและก่อตั้งเป็นอาณาจักรที่มีความเป็นปึกแผ่นขึ้น </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
และต่อมาอีกเกือบร้อยปีให้หลัง พระเจ้ายโสธรวรมันที่ 1 (พศ.1432-1443) ก็ให้กำเนิดเมืองยโสธรปุระที่รู้จักกันในปัจจุบันกว่า นอกอร์ หรือ เมืองพระนคร หรือ อังกอร์ Angkor 
 
</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากนั้นพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1659-1688) ก็ได้สร้าง นครวัด หรือ Angkor Wat </p>

และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724-1744) ได้สร้าง นครธม Angkor Thom อันถือเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายในอาณาจักรเขมรโบราณ หลังจากนั้นอาณาจักรเขมรโบราณอันรุ่งเรืองนี้ก็ต้องพบกับความตกต่ำจนถูกลืมเลือน แม้ในหมู่ชาวเขมรเอง

กษัตริย์เขมรในช่วงพันกว่าปีนั้นที่จริงมีมากมายจำไม่หวาดไม่ไหวค่ะ แต่ทั้งสี่พระองค์ที่เขียนมาข้างต้นนั้นถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์เขมร จัดว่าเป็น The Four Great Inventors ซึ่งการจัดแสดงเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่เสียมเรียบนี้ มีห้องจัดแสดงเฉพาะเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในเจ็ดของห้องจัดแสดง

ฝรั่งชาติต่างๆพากันเข้ามาสำรวจ ขุดค้นหาซากเมืองและซากอารยธรรมโบราณตามคำบอกเล่า หรือคำเล่าลือ และ อองรี มูโอท์(Henri Mouhot) ชาวฝรั่งเศส พาคณะมาขุดสำรวจพบ นครวัด ในปีพ.ศ. 2403 (ชาวเขมรนั้นรู้สึกว่าจะกล่าวถึงเขาอย่างยกย่อง เหมือนคนเนปาลยกย่องเซอร์ ฮิลารี่ที่พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ได้เป็นคนแรก) ทำให้เกิดความสนใจทางวิชาการและความโลภนำนักสำรวจและนักแสวงโชคมากมายมาสู่เขมร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></span>  <p> </p><p> </p>