ความภูมิใจสำหรับโครงการนี้ก็คือ ทำให้เรารู้จักชุมชนมากขึ้น เพราะเดิมอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คือ จะทำงานเป็นงานประจำ คือ งานรักษา และงานส่งเสริมในโรงเรียน แต่พอเราเอากิจกรรมลงไป ทำให้การมีปฏิสัมพันธ์ของชุมชนมากขึ้น ทำให้ชุมชนรู้จักเรามากขึ้น

 

โครงการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในการเยี่ยมบ้าน “ทันตบริบาล ถึงบ้านถึงใจ” ของน้องณัฐพล ทองน้อย ค่ะ จาก ศูนย์สุขภาพชุมชนศรีฐาน จ.ยโสธร ... เป็นโครงการที่บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในการเยี่ยมบ้าน เป็นทันตบริบาล อย่างถึงบ้านถึงใจ จริงๆ ละค่ะ

เริ่มที่ความภูมิใจก่อนเลย

  • เป็นโครงการที่ตัวผมเองได้ลงชุมชนเต็มตัว แต่ก่อนไปแฝงกับการเยี่ยมบ้านของทีม Homeward ซึ่งทำอยู่แล้ว
    ... ความภูมิใจสำหรับโครงการนี้ก็คือ ทำให้เรารู้จักชุมชนมากขึ้น เพราะเดิมอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คือ จะทำงานเป็นงานประจำ คือ งานรักษา และงานส่งเสริมในโรงเรียน แต่พอเราเอากิจกรรมลงไป ทำให้การมีปฏิสัมพันธ์ของชุมชนมากขึ้น ทำให้ชุมชนรู้จักเรามากขึ้น
    ... การทำกิจกรรมนี้ เราลงไปพบกับผู้พิการครับ กลุ่มเป้าหมายของผมเป็นผู้พิการเป็นหลัก หรือไม่ก็จะเป็นญาติที่ผู้พิการบางคนพูดไม่ได้ และต้องปฏิสัมพันธ์กับญาติ ก็จะทำให้เรามีความสัมพันธ์กับชุมชน มีความสัมพันธ์กับผู้พิการ ทำให้เขารู้จักเรามากขึ้น และมองเราในแง่บวก
  • ความภูมิใจประเด็นที่สอง คือ มีกิจกรรมดีๆ สำหรับคนพิการ ซึ่งแต่ก่อนโครงการอย่างนี้ในแต่ละปี ถ้ามองจากข้างบนไปหาข้างล่าง จะมองข้ามในส่วนของผู้ทุพพลภาพไป
    ... ผู้พิการที่นี่มีอ 97 คน ผมตรวจได้ 90 คน ที่ตรวจไม่ได้ คือ ผู้พิการทางจิต หรือคนบ้า เป็นผู้พิการทางการมองเห็น 16 คน การได้ยิน 7 คน ทางการเคลื่อนไหว 43 ทางจิต 4 และสติปัญญาการเรียนรู้ 20 ส่วนหนึ่งมีการเสียชีวิตก่อนทำกิจกรรมก็มี
  • ประเด็นที่สาม คือ มีเสียงสะท้อนที่ดีๆ และเป็นกำลังใจในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นสายบังคับบัญชา (สาธารณสุขอำเภอ และหัวหน้า สอ.) ทำให้เขามองเห็น ที่สำคัญคือ เราได้เงินจากส่วนนอก ไม่ได้ใช้เงินบำรุงเลย ทำให้เห็นว่า เรามีศักยภาพในการทำงาน

กิจกรรมดีดีสำหรับผู้พิการ คือ

  • การคัดกรองผู้พิการในชุมชน โดยใช้แผนที่เดินดิน ทำเป็นทีมเวชปฏิบัติของ สอ.
  • การออกตรวจ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ สุขภาพช่องปากผู้พิการ และผู้ดูแล
  • ผมใช้เวลาตรวจ 2 เดือน อาทิตย์หนึ่งลงไปได้ 3-4 วัน เฉลี่ยวันละ 3-4 คน

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในการทำงาน

  • การเรียนรู้ต่อวิชาชีพ
    ... ผมเป็นทันตาภิบาล เมื่อได้ทำโครงการนี้เข้าไป และจับงานต่างๆ จับเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วย กิจกรรมนี้ผมใช้ทางมานุษยวิทยา ซึ่งข้อมูลพวกนี้ผมได้มาจากอาจารย์ที่เก่งทางด้านนี้ เป็นนักวิชาการสาธารณสุขที่ สอ. เอง
  • การทำงานในพื้นที่ต้องบูรณาการ
    ... ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคคล ด้านงบประมาณ โครงการ ซึ่งจะต้องเอาสายงานทุกสายงานมาร่วมด้วย บางทีเราไปเยี่ยมบ้าน ก็จะมีลักษณะของโครงการ Homeward เราก็บูรณาการงานเข้าไปด้วยก็ทำให้ประหยัดงบประมาณของ สอ. ด้วย คือ ทำด้วยงบ 1 งบ แต่ได้หลายงาน
  • ประสบกับสิ่งที่ไม่เคยได้พบเห็น
    ... อย่างเช่น เราไม่รู้ว่าผู้พิการแต่ละคนเป็นยังไง พอลงไปก็เห็นว่า บางคนเมื่อเราไปเขียนผังเครือญาติ หรือประวัติของเขา เราก็จะรู้ว่าเขามาจากแต่ก่อนที่มาอยู่บ้าน เขาทำอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง คนหนึ่งเป็นผู้พิการอายุประมาณ 54 ปี จะเป็นลักษณะคล้ายไม่มีแขนมีขาเลย ก่อนมาอยู่บ้าน เขาจะไปอยู่ที่โรงละคร โชว์ เพราะว่าเขาขาไม่มี แขนไม่มี คือ พอลงไปปั๊บ เราก็ไปเห็น เราก็ไม่นึกว่าจะมีคนไข้อย่างนี้ มีผู้พิการอย่างนี้ เราก็จะพบในสิ่งที่เราไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น
    ... ตอนแรกที่เห็นรู้สึกว่า ทำไมคนเราถึงมีความแตกต่างที่ค่อนข้างจะแตกต่างกัน แต่พอไปคุยกับผู้พิการคนนี้แล้ว เขามีความภูมิใจ คือ เขาไม่ย่อท้อต่อชีวิต เพราะชีวิตของเขาเขาสามารถแสดงโชว์ เรียกเงินกับผู้ชมได้
    ... และก็มีบางคนที่เห็นลูกตัวเองแล้วร้องไห้ก็มี เด็กคนนั้นอายุ 12 ปี จะนอน ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กินกับนอนอย่างเดียว คุยกับแม่เขา ก็บอกว่า โอ๊ย ชีวิตทำไมมันเป็นอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ

  • ลักษณะของการมีปฏิสัมพันธ์
    ... กิจกรรมนี้ถ้าเกิดว่า เราลงพื้นที่ หรือไปทำงานในพื้นที่ไม่พร้อมกัน บางทีกิจกรรมอาจไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะฉะนั้น คือ การปฏิสัมพันธ์ที่ดีของทีมงาน ไม่ว่าการจะไปลงพื้นที่ ต้องมีเวลาตรงกัน เช่น การคัดกรอง หรือตรวจสุขภาพจะมีปัญหาอุปสรรคน้อยมาก
    ... ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร กับญาติ หรือผู้พิการอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์จากผู้พิการ หรือการให้ข้อมูล ถ้าเราลงไปแล้วตั้งประเด็นปัญหาไว้ก่อน เราต้องไปสร้างปฏิสัมพันธ์ก่อน ไปทำอะไรก่อนก็ได้ที่เขาไว้วางใจเรา
    ... การใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการทำงาน ก็ค่อนข้างจะมีความภูมิใจ เพราะไม่เคยทำ และก็พอไปทำแล้ว ทำให้มีไอเดียเพิ่มมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่เขาเรียกว่า เป็นวิถีชุมชน (ของหมอโกมาตร) ที่ทีมงานมาใช้ ก็จะมีแผนที่เดินดิน ผังเครือญาติองค์กรชุมชน ปฏิทินชุมชน ประวัติศาสตร์ชุมชน และประวัติชีวิตบุคคลที่น่าสนใจ ที่ผมใช้มี 3 ตัว คือ แผนที่เดินดิน ผังเครือญาติองค์กรชุมชน และประวัติชีวิตบุคคลที่น่าสนใจ

ปัจจัยความสำเร็จ

  1. เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่น จากการที่เขาค้นหาปัญหาความเจ็บป่วยของประชาชน
  2. ชอบที่จะค้นหา และทำสิ่งแปลกใหม่ เช่น ค้นหาผู้พิการ ในที่นี้ทุกคนก็รู้ว่าเป็นงานที่ยาก
  3. มีข้อมูลของผู้พิการประกอบการทำโครงการ มีแหล่งความรู้อยู่ใกล้ตัว เป็นบุคคล
  4. เป็นบุคคลใฝ่รู้ มีทักษะเรื่องการแสวงหาความรู้
  5. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น
  6. ผู้ปกครอง และญาติให้ความร่วมมือดี
  7. ทีมสุขภาพเข้มแข็ง

น่ารักมากเลยคะ น้องณัฐพล Active จริงๆ ...

รวมเรื่องเล่า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความภูมิใจ/ความสำเร็จ การดำเนินงานทันตฯ ในชุมชน