ตั้งแต่เล็กมา  คุณพ่อคุณแม่เคยบอกสอน กึ่งพร่ำบ่นว่า.....อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง

  

ขณะนั้น  ยังเล็กอยู่  ยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง  เข้าใจเพียงแต่ว่า  ท่านให้รีบๆทำงาน  อย่าละเลยงานนั้น 

ครูอ้อยปฏิบัติตนตามคำสอนของคุณพ่อคุณแม่มาตลอด  จนกระทั่ง....ครูอ้อยเป็นคุณแม่เอง  ได้บอกสอนเชิงพร่ำบ่น  ทั้งกับลูกๆทุกคน  ลูกศิษย์ทุกคน  รวมทั้ง  เพื่อนร่วมงาน 

 

บอกเสมอเมื่อปฏิบัติงานร่วมกัน   คำว่า...อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง  ก็ยังก้องอยู่ในหู ในหัว  และปฏิบัติเรื่อยมา  จวบจน..ทุกวันนี้  หน้าที่การงาน  ทั้งงานในหน้าที่และงานอื่นๆ  รวมทั้งงานการเรียนมากมายเสียเหลือเกิน 

แบ่งเวลาแล้ว  แบ่งอีก  ก็ยังไม่มีเวลามากพอที่จะทำงานนั้นให้เสร็จลุล่วงไปได้   จนต้องหาวิธี  ผ่องถ่ายงานให้ผู้อื่นทำแทนบ้าง  เช่น  งานบ้าน  ..ที่คนเป็นแม่บ้านทุกคนต้องทำ  ครูอ้อยจะแบ่งให้พ่อบ้านและลูกๆ ทำ  ซึ่งทุกคนก็หน้าชื่นตาบานต้อนรับงานนี้ 

 

แต่งานการเรียน  นี่สิ ไม่สามารถผ่องถ่าย แบ่งปันไปให้ใครได้  โดยเฉพาะระยะนี้  2 ปีที่ผ่านมา  การผลัดวันประกันพรุ่ง  ได้เกิดขึ้นเสมอ  เพราะ...เห็นแก่ส่วนรวม  จนไม่ได้หันมามองตัวเองว่า...เหลือเวลาจวนเจียนแล้ว  ...

 

ครูอ้อย   ได้นำคำเตือนของคุณพ่อคุณแม่  มาตอกย้ำตัวเองในวันนี้  หวังว่า  คำเตือนนี้  จะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านได้บ้าง...

 

จงทำตนเองให้เป็นปัจจุบันเสมอ..อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง...แล้วท่านจะไม่เสียใจ..ร้อนใจ  และร้อนรน