ยึดที่องค์ความดี มิใช่ยึดที่ตัวคนที่คิดว่าดี

กราบสวัสดีครับทุกท่าน

           สบายดีกันนะครับ วันนี้้ชวนคุยเรื่องความดี หรือ คุณงามความดี ครับ หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่มีคนกล่าวไว้ว่า ทำดีร้อยครั้งแต่กลับทำชั่วครั้งเดียว ความดีที่เคยทำมาหายหมด  ผมไม่แน่ใจว่าคำกล่าวจริง เค้าว่ากันอย่างไรครับ ก็เลยมาชวนกันวิเคราะห์ดูเรื่องความดีนะครับ

           หากมีคนคนหนึ่ง เคยเจริญธรรมในองค์ความดีมาตลอด มีองค์ความดีมาก มายที่ประกอบเป็นกิจกรรมต่างๆ แต่วันหนึ่งกลับทำบางอย่างผิดพลาดขึ้นมา ด้วยความคาดหวังของคนว่า คนนี้ทำดีแล้วต้องทำดียิ่งๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่คนคาดเอาไว้ หากวันใดทำพลาด เรากลับคิดว่าคนนั้น เลวจริงๆ เสมือนหนึ่งว่าลบองค์ความดีที่คนนี้เคยทำกันมาได้อย่างไม่เหลือและแถมอาจจะยังติดลบได้อีก

           หากทว่าคนใดที่เคยประพฤติชั่วมานับสิบครั้ง หากวันหนึ่งกลับทำดี กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม คงเป็นเพราะในแนวโน้มในเรื่องของพัฒนาการ

           หากสมมติว่ามีครอบครัวหนึ่ง มีสามีภรรยาและลูกสองคน โดยปกติแล้วภรรยาทำอาหารเก่งมาก ก็ทำให้ลูกๆ และสามีทานได้ทุกวัน แต่วันหนึ่งกลับบกพร่องในหน้าที่ กลับกลายเป็นเหมือนว่า ภรรยาคนนี้ทำหน้าที่ผิดพลาด ไม่สมบูรณ์ อาจจะเป็นเพราะการทำดีนั้นจนเคยชินกลายเป็นกิจวัตรปกติไปแล้ว

           แต่ทว่าภรรยาผู้นั้นเป็นแม่บ้านแกงถุงมาตลอด แต่กลับวันหนึ่งมีอารมณ์ในการวาดแม่ไม้ลายกระทะ ในการทำอาหารให้ทุกคนในครอบครัวทาน เราจะมองอย่างไร เธอผู้เป็นภรรยาหรือคุณแม่ที่เยี่ยมไปเลยหรือไม่ หรือเป็นอาหารมื้อที่วิเศษไปเลย หรืออาจจะคิดไปต่างๆ นานา

           นี่คือตัวอย่างการนำเสนอ เรื่อง ตัวของคนดี หรือ องค์ความดีแบบคร่าวๆ ว่าเราจะยึดถือกันตรงไหน  ยึดถือนะครับ ไม่ใช่ยึดติด ดังนั้น คนดีๆ วันหนึ่งก็เลวได้ ชั่วได้ กลายพันธุ์ได้เสมอ ตราบใดที่สติหลุดไปตกอยู่กับสตางค์ จนยึดสตางค์มากกว่าสติ

           แต่หากเรายึดที่องค์ความดี ตัวเนื้อความดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร องค์ความดีนั้น ก็ยังเป็นองค์ความดีอยู่ดี ไม่ว่าองค์ความดีนั้นไปอยู่กับใคร ใครเป็นผู้ปฏิบัิติ องค์ความดีนั่นก็ยังน่าศรัทธายิ่งนัก จะเห็นว่าองค์ความดีนั้น ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุค กี่สมัย องค์ความดีจะยังมั่นคง และอยู่ยั้งยืนยงเสมอ และไม่เสื่อมถอยใดๆ 

           การยึดที่องค์ความดี จะทำให้เราไม่ผิดหวังกับคนที่มีการทำผิดพลาดในภายหลังเช่นกัน เพราะอย่างไร องค์ความดีนั้นเคยเกิดกับคนนั้นและจะอยู่สืบไปเช่นกัน ดังนั้น องค์ความดีอาจจะเิกิดในจิตของโจรก็ได้ เกิดในกลุ่มคนชนชั้นใดๆ ก็ได้ องค์ความดีนั้นก็ยังทรงคุณค่าเสมอ

           ท้ายที่สุดแล้ว การยึดที่องค์ความดีนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดีและบริสุทธิ์เสมอเช่นกัน

 ท้ายที่สุดแล้วฝากไว้ว่า

           ความดีมีจริงเสมอ ถ้าเราดีจริง เราจะพบกับองค์ความดีนั้น และเราจะทำดีได้เช่นกัน ดั่งที่เราเห็นองค์ความดีจากคนดี ท่านอื่นๆ
 

           ยึดกันที่นาม  ใช่ยึดกันที่รูป  ยึดองค์ความดี ในบุคคลเป็นที่ตั้ง

ซึ่งจะสอดคล้องกับ แนวที่ว่า

  • การเป็นครูที่ดี อาจจะเป็นผู้บริหารที่ไม่ดีก็ได้

  • การเป็นผู้บริหารที่ดี อาจจะเป็นครูที่ไม่ดีก็ได้

  • การแนะดี อาจจะนำไม่ดีก็ได้

  • และอื่นๆ

ปล.บทความนี้คิดเอาเพียงตามลำพังเท่านั้น จงใช้ิวิจารณาญาณในการเสพครับ

ขอพระธรรมชาติจงคุ้้มครอง

เม้ง 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย



ความเห็น (12)

กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ความชั่วมันขึ้นรถ BTS. ความดีมันคลานมา ถึงไหนก็ไม่รู้ อย่าไปตั้งกฎเกณฑ์อะไรมาก เดี๋ยวไม่มีเวลาทำ น้ำจะท่วมโลกแล้ว

"ช่วยกันปิดไฟ ก่อนไม่มีไฟให้ปิด"    

จิตโพธิสัตว์ หมายถึง การที่คนมีอุดมการณ์ คือ 

  1. มุ่งช่วยเหลือคนอื่นเป็นเป้าหมายของชีวิต
  2. กระตือรือร้น  ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
  3. ไม่นิ่งดูดาย หรือหาความสุขให้แก่ตนฝ่ายเดียว
  4. เอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม  เพื่อไม่ให้สังคมเสื่อมทรามลงเร็วเกินไป
พระโพธิสัตว์ ในชาตินี้ สรุปได้ 4 ประการ
  1. ความสุขที่แท้จริง  อยู่ที่การช่วยเหลือผู้อื่น
  2. การช่วยเหลือผู้อื่น  ต้องผ่านการอบรมจรรยามรรยาท
  3. รูปเคารพ คือ  พระโพธิสัตว์ปางต่างๆ เช่น เจ้าแม่กวนอิม
  4. การปฏิบัติธรรม คือการทำจริง โดยการทำงานเพื่อผู้อื่นอย่างจริงจัง ทำร่วมกัน สามัคคีกัน จึงจะก้าวหน้า

เชื่อว่า ตายแล้วก็ต้องการกลับมาเกิดบนโลกนี้อีก เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกยากต่อไป

อ่านเพิ่มเติมที่.... จิตอาสา..พลังสร้างโลก

โดย อุบล จ๋วงพานิช
โรงพยาบาลศรีนครินทร์

กราบสวัสดีครับท่านครูครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

  • ต่อให้ความชั่วขี่ BTS หรือจะขี่คลื่นสึนามิ็ก็เหอะครับ ท้ายที่สุดก็ถึงจุดจบอยู่ดีครับ ไปเร็วก็ถึงจุดจบเร็วเฉกเช่นกันครับ
  • ความดีก็เร่งทำกันได้หากมีฐานแน่นและมั่นคง ขอเพียงแค่คนที่จะทำดีนั้น หนักแน่นที่จะประกอบกรรมดี เน้นการให้อย่างบริสุทธิ์ใจ
  • ผมยังเชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแน่นอนครับ และความดีมีอยู่จริง เพียงแค่ว่าใครอยากเห็นก็ต้องทำำกันด้วยมือของตัวเอง จะมัวรอให้ใครมาทำให้คงมิทันกาล
  • น้ำท่วมโลกเพื่อดับความชั่วร้ายนั่นล่ะหนึ่ง BTS ก็ BTS เถอะครับ วิ่งไปเสาทรุดไป ใครจะไปรู้ครับ
  • ธรรมชาติมีคำตอบไว้หมดแล้ว เพียงแค่รอเวลา แค่นั้นเองครับ
  • ใครจะเจริญกรรมดี ธรรมดี ก็ทำกันได้ในยามที่เป็นมนุษย์นี่ล่ะครับ จะรอชาติไหน ไม่เกิดประโยชน์
  • ทำดีให้เห็นนั้นเย็นใจ จะมัวทุกข์ทำไมใจมันร้อน
  • ช่วยกันปิดไฟ กันก่อนไม่มีไฟให้ปิด
  • ช่วยกันลดพลังงานกันก่อน ที่จะเก็บบ้านไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ยานยนต์บ่อน้ำมันเริ่มแห้งแล้วเน้อ  เลี้ยงวัวควายกันเอาไว้เน้อ วันหน้าคงได้ลากรถเป็นแน่ครับ ไม่เิกินรอภายในไม่เกิน 30-40 ปีนี้ แน่นอน น้ำมันหมดโลก
  • กราบขอบพระคุณมากครับ 

ถ้าเราทำดี เพราะเราอยากทำ อยากช่วยเหลือผู้อื่น ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก

พี่ยึดคติว่า ทำดี ต้องได้ดี

ตอนทำงานใหม่ เราพยายามทำดี แต่ก็ไม่ค่อยได้ดี เราก็เคยท้อเหมือนกัน

แต่มาถึงวันนี้เราทำไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยเหลือคนอื่น

โดยยึดหลักว่า ช่วยเหลือคนอื่น ตัวเขาก็ได้ประโยชน์ องค์กรก็ได้ประโยชน์

เราสบายใจ ก็พอแล้วค่ะ

สวัสดีครับพี่ อุบล จ๋วงพานิช

  • ขอบคุณพี่มากๆ นะครับ สำหรับความเห็นและตัวอย่างในการปฏิบัติที่ชัดเจนครับ ขอชื่นชมครับ
  • ใช่ครับ การได้ช่วยเหลือคนอื่น แล้วสบายใจ นั่นคือ ได้ดีแล้วครับ
  • สิ่งที่ตามมาอื่นๆ ภายหน้าคือผลพลอยได้ให้ตกอยู่กับสังคม
  • การช่วยเหลือกัน ให้มากกว่ารับ จึงทำให้โลกนี้ อิ่มและอุ่น โลกจะเิกิดสิ่งต่างๆ ที่ดีขึ้นมากมาย เพราะการให้ คือการให้แต่สิ่งดีๆ
  • แต่หากเราทำกลับกันคือ เอาเข้าหาตัวมากกว่าให้ ทรัพยากรโลก สิ่งแวดล้อมจะเหลืออะไร
  • ผมถึงรู้สึกดีกับแนวคิดนี้ในเรื่องของจิตโพธิสัตว์มากๆ เลยครับ
  • ขอบพระคุณมากๆ นะครับ
20 ปาฏิหาริย์แห่งการให้

ฉบับตรวจทานแล้ว

1.ให้... เวลา...แก่คนที่ขาด

2.ให้...ความรัก...แก่คนในครอบครัว

3.ให้...ความกตัญญู...แก่บุพการี

4.ให้...ความรับผิดชอบ...แก่การทำงาน

5.ให้...อภัย...แก่คนที่หลงผิด

6.ให้...ความรู้...แก่ผู้ที่ยังเขลา

7.ให้...ทาน...แก่คนที่ยังขัดสน

8.ให้...อนาคต...ที่ดีแก่คนรุ่นหลัง

9.ให้...มิตรภาพ...แก่คนทั้งโลก

10.ให้...ความทุ่มเท...แก่องค์กรที่คนสังกัด

11.ให้...ความจริงใจ...แก่สัมพันธภาพ

12.ให้...ความซื่อสัตย์...แก่การทำราชการ

13.ให้...ความเสียสละ...แก่ประเทศชาติ

14.ให้...ความยินดี...แก่ผู้ประสบความสำเร็จ

15.ให้...ความปล่อยวาง...แก่ความสุดวิสัย

16.ให้...ความเป็นธรรม...แก่ผู้ถูกกลั่นแกล้ง

17.ให้...มรรคา...แก่ผู้ที่ยังหลงทาง

18.ให้...ที่พึ่งทางใจ....แก่ผู้สับสน

19.ให้...อิสรภาพ...แก่ผู้ถูกกิเลศครอบงำ

20.ให้...โอกาสแก่....ตนเองได้ลิ้มรสสัจธรรม

ทั้งหมดนี้มอบให้ Blogger ทุกท่านค่ะ จาก...คุณแม่น้องสบาย

จากบทความ http://gotoknow.org/blog/sabai-story/159258 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่เม้ง

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจครับ

  • โลกนี้มีกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ความดีก็กรรมอันหนึ่ง ความชั่วก็กรรมอันหนึ่ง
  • เปรียบเหมือนกับเราขับรถไปสู่จุดหมายใดจุดหมายหนึ่ง ทำดีก็เหมือนขับรถเดินหน้า  ทำชั่วก็เหมือนกับขับถอยหลัง แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าหากเราเดินหน้าแล้วจะถึงจุดหมายแน่นอน หากหลงทาง
  • ความชั่วนั้นมันเป็นของร้อน ทำแล้วก็เป็นทุกข์  คนเรากลัวทุกข์  แต่ก็ไม่ค่อยจะขยาดกับความชั่ว ซึ่งอาจเป็นได้หลายเหตุผล เช่น แยกไม่ออกว่าอันไหนดีอันไหนชั่ว, มีคนใกล้ชิดกล่อมสอนมาแต่เด็กให้เห็นดีเป็นชั่ว, มันง่ายดี ฯลฯ
  • และที่ลึกไปกว่านั้นเรากลับไม่รู้ว่าการยึดในองค์ความดี ก็นำความทุกข์ใจมาให้เหมือนกัน  เพราะความดีก็หนีกฏไตรลักษณ์ไปไม่พ้น เมื่อหมดดี ก็อยากดี เมื่อเกิดความอยากขึ้นมา ก็หนีภาพชาติไปไม่พ้น
  • แต่อย่างน้อยการยึดความดีก็ดีกว่าการยึดความชั่วอย่างแน่นอน
  • ส่วนเรื่องการยึดตัวบุคคลนั้นยิ่งแย่ไปกว่ายึดความดี เพราะคนเรามีชั่วมีดีปะปนกันไป ทั้งคิด ทั้งพูด ทั้งทำ แม้ในวันเดียวหรือเวลาไร่เรี่ยกัน เราก็อาจเป็นทั้งคนดีและคนชั่วได้
  • ผมเชื่อสนิทใจในเรื่องผลของกรรม หรือพูดง่ายๆ ก็คือทำสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ส่วนที่ว่าผลลัพธ์จากกรรมอันไหนจะเกิดก่อนหลังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของกรรมที่เป็นเหตุ  และในทางศาสนาบอกเราว่าเราเวียนว่ายกันไม่รู้กี่ภาพกี่ชาติแล้ว  ก็หมายความว่ากรรมอันเนื่องมาก่อนเราเกิดย่อมมี และย่อมรอให้เกิดผลอยู่
  • ฉะนั้นก็ย่อมเป็นไปได้ที่เราเห็นคนดีประสบผลร้ายอันไม่ควรจะเป็น ในชาตินี้ ก็เพราะกรรมก่อนหน้ามาให้ผลเสียก่อน และคนที่แสนเลวร้ายยังอยู่ดีมีสุขในยุคปัจจุบัน  ก็เพราะนั่นเหตุปัจจัยมันยังไม่พร้อมที่จะให้ผล หรือกรรมดีในชาติก่อนๆ ยังให้ผลอยู่
  • เรื่องเหล่านี้ทางพระพุทธศาสนาของเรามีทางแก้ปัญหาอย่างครบสมบูรณ์ครับ คงต้องศึกษาต่อยอดกันดู
  • ไม่ได้คุยกันนาน ขอคุยยาวหน่อย หวังว่าคงชอบ อิอิ

ธรรมะสวัสดีครับ

สวัสดีครับน้อง ธรรมาวุธ

  • แม้หายหน้าหายตาไปนาน แต่การตอบครั้งนี้ทำให้พี่รู้ว่าน้องได้สั่งสมพลังดีๆ ไว้เยอะครับ
  • นี่ล่ะหนา เค้า่ว่า แม้จะเด็กหากพูดดี ก็น่านับถือ ตามที่พ่อสอนไว้เปี๊ยบเลยครับ
  • การยึดที่องค์ความดี ทำให้เรากราบเด็กได้สนิทใจ เพราะไ่ม่ต้องยึดว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ยึดในสิ่งดีๆ ที่กรรมดี ทั้งด้าน กาย วาจา ใจ
  • ยึดที่ว่าเป็นการยึดถือในทางจรรโลงใจ ในทางความดี หากน้องเทียบความชั่วเป็นของหนักของร้อน พี่จะเทียบความดีเป็นของเบาของเย็น ซึ่งการยึดถือในสิ่งที่เบาเป็นสภาพที่ไม่หนัก ยึดอย่างไรก็ไม่หนักก็น่าจะเดินไปได้ครับ
  • มีบทความหนึ่งมาฝากน้อง เรื่อง หอมกลิ่นดอกบัว ของท่่านอัครราชทูต พลเดช วรฉัตร 
  • ขอบคุณมากๆ นะครับ ที่นำแนวทางดีๆ มาฝาก มาให้เกิดการเจริญสติ ปัญญา ในธรรมครับ พี่เองยังเรียนรู้น้อยครับในเรื่องนี้ครับ
  • ขอให้เจริญในธรรมและปัญญายิ่งๆ ขึ้นไปครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องบ่าว

  • พี่ก็ว่าคนเราค่อนข้างลำเอียงในการวัดไปจริงๆ น่ะแหละ
  • ที่เค้าทำความดีมาตลอด...แค่มาผิดนิดหน่อยดันปรับทัศนคติต่อเค้าซะเป็นเลวจนน่าใจหายเลยเนอะ
  • จริงๆ ก็ต้องคิดด้วยว่า เขาก็เป็นคนๆ เหมือนกับเรานั่นแหละ มีผิดบ้างพลั้งบ้าง
  • ก็มองตรงที่ความดีที่เขาเคยทำมาซะก็ง่ายในการอยู่ร่วมกันในสังคม  เหมือนคำที่ท่านพุทธทาสท่านสอนน่ะ...มองแต่แง่ดีเถิด...นะ

สวัสดีครับพี่สาวLioness_ann

  • ขอบคุณมากๆ ครับ
  • คนต่างกัน ก็มีเกณฑ์ต่างๆกันในตัวตน การจะทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันจึงเป็นการฝืนธรรมชาติคนครับ
  • แต่คิดเหมือนหรือคิดต่าง ต่างก็มีประโยชน์ได้ทั้งสิ้นครับ
  • ใช่ครับ หากเราคิดว่า เราไม่ยึดที่ตัวคน เราจะไ่ม่โกรธใครเลยครับ เพียงแต่เราชอบในสิ่งดีที่เค้าทำ หรือไม่ชอบในสิ่งที่ไ่ม่ดีที่เกิดขึ้น
  • ความขัดแย้งก็จะเกิดในระดับนามธรรมเท่านั้น ไม่นำออกมาสู่การทำให้เป็นรูปธรรมอย่างการฆ่าแกงกันทุกวันนี้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของคำว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ พัฒนาไปในทางที่ดีได้
  • มองในแง่ดี ของท่านพุทธทาส จึงเป็นเรื่องของการปรับตัวของหินสองก้อนอย่างสวยงามครับ
  • ขอบคุณพี่มากครับ 
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีน้องเม้ง
  • อยากให้ช่วยหาคนศึกษาต่อเรื่องเชื้อราบนน้ำทับทิม
  • ตอนนี้เลี้ยงไว้ดูว่าเป็นเชื้อราอะไร
  • แล้วจะพัฒนาต่อยอดทางไหนได้บ้าง
  • จะโพสให้ดูเชื้องราที่หลังวันี้ให้ดู
  • http://gotoknow.org/blog/remotesensing/159015

สวัสดีครับพี่ Lin Hui

  • ขอบพระคุณมากๆ เลยครับผม ที่แนะนำครับ
  • สาขาเทคโนโลยีทางอาหารและโภชนาการคงน่าจะร่วมได้นะครับ
  • ขอบคุณมากครับผม และจะติดตามครับ