เครือข่าย สายใยที่มีชีวิต
-
ผมคิดใคร่ครวญอยู่นานว่าความเข้าใจในเรื่อง “เครือข่าย” การเกาะเกี่ยวกันทางสังคมของคนนั้น เหมือนหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร จึงพยายามสืบค้น รวบรวม มานำเสนอดู เผื่อมีความเห็นจากเพื่อนพ้องมากยิ่งขึ้น ก็เชิญบรรเลงได้เลยนะครับ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวเรา ผมเสนอดังนี้ว่า
-
“เครือข่าย” เป็นรูปแบบหนึ่งของความร่วมมือมีทั้งในภาคธุรกิจและในงานพัฒนาแต่ในที่นี้จะศึกษาเฉพาะเรื่องเครือข่ายในงานพัฒนาเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจและนำไปใช้อย่างเหมาะสมงานพัฒนาชุมชน
-
เครือข่าย คือ การรวมตัวของบุคคลกลุ่ม/องค์กรที่มีแนวความคิด เป้าหมาย วิธีการทำงานกิจกรรมที่คล้ายคลึงกัน และความสัมพันธ์ต่อกันทั้งส่วนตัวและการทำงาน โดยมีการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคมหรือสาธารณะร่วมกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน เป็นการพัฒนาความรู้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น หรือร่วมกันให้เกิดพลัง มีอำนาจต่อรองนำไปสู่ความยุติธรรมของสังคมและร่วมกันให้บรรลุตามเป้าหมายของเครือข่าย
-
เครือข่ายทางสังคม หมายถึง กลุ่มบุคคลหรือกลุ่มองค์กร ซึ่งสมัครใจสัมพันธ์กันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ดำเนินกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน โดยแต่ละคนแต่ละองค์กรยังคงเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน เครือข่ายทางสังคมก่อให้เกิดขบวนการทางสังคมสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อนเป็นพหุสังคมและประชาสังคมในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ชุมชนเสมือนจริง(virtual community)ซึ่งเป็นการสัมพันธ์กันทางเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ คือ เครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต(online community, mediated community) หรือ การร่วมงานกันขององค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐบาล คือ องค์กรพัฒนาเอกชน(Non-government Organizations, NGOs) ได้แสวงหาความร่วมมือกันโดยการประสานสัมพันธ์ บางกลุ่มตามประเภทกิจกรรม บางกลุ่มตามประเด็นปัญหา และบางกลุ่มตามพื้นที่ดำเนินงาน โดยเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ เป็นการรวมตัวกันทั้งแบบหลวมๆและแบบที่มีการจัดการเหมือนเป็นองค์กรเดียวกัน แต่อยู่ต่างถิ่นต่างที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร จัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมร่วมกัน
-
-
ฐานคิด
-
-
ฐานคิดของเครือข่ายต้องมีความเชื่อพื้นฐานว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียวหรือตาข่ายหลายๆคู่มาร้อยเรียงเกาะเกี่ยวกันจึงจับปลาได้หรือใยแมงมุมหลายๆใยที่ร้อยรัดยึดเหนี่ยวกันจึงจับแมลงกินได้ ความเป็นเครือข่ายนั้น มีอยู่แล้วในธรรมชาติของสรรพสัตว์และสรรพสิ่ง เกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตของสรรพสิ่ง ความคิดโดยสังเขปต่อไปนี้ เป็นรากฐานความคิดเรื่องเครือข่าย
-
-
เครือข่ายมีอยู่ในธรรมชาติ
-
เมื่อได้ใคร่ครวญอย่างสงบและลึกซึ้งเราจะพบความเป็นเครือข่ายมีอยู่ในธรรมชาติของสรรพสิ่งดังเช่นที่กล่าวไว้ในหนังสือ“เครือข่าย:ธรรมชาติความรู้และการจัดการ”
-
“...สรรพสิ่งต่างก็มีการพึ่งพาอาศัย มีการดำรงอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นข่ายใยแห่งความสัมพันธ์ มีความเป็นอิสระต่อกัน และไม่มีตัวตนที่แท้จริง กล่าวคือ สิ่งต่างๆเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยง มีการขยายผลและเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่าง รูปทรง และเปลี่ยนพลังงาน เพื่อการเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสม เหมือนสายน้ำที่มีการปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามซอกหินในลำธาร เพราะสายน้ำต้องการจะเคลื่อนที่ไปตอบสนองต่อธรรมชาติของแรงโน้มถ่วงโลก จากห้วย ลำธาร แม่น้ำใหญ่ และสู่มหาสมุทรในที่สุด”
-
เครือข่ายโดยธรรมชาติมีลักษณะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้ระเบียบและมีการจัดการตนเอง
-
ความไร้ระเบียบของเครือข่ายได้ผลักดันให้เกิดความเป็นไปได้แห่งการเรียนรู้ในความเป็นองค์กรจัดการตัวเองดังเช่นการเชื่อมโยงสัมพันธ์ของผู้คนที่ประสบปัญหาหรือมีความมุ่งหมายอย่างเดียวกันเมื่อได้สัมพันธ์กันต่อเนื่องและขยายออกไปนานเข้าก็เกิดความจำเป็นที่จะจัดระบบจัดองค์กรเพื่อรองรับความซับซ้อนหลากหลายอันอาจยังให้เกิดความสับสนขึ้นได้
-
เครือข่ายมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์
-
การเชื่อมโยงเกาะเกี่ยวการพึ่งพาอาศัยกัน ทำให้การดำรงอยู่ของสรรพสิ่งดำเนินไปอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดพลังและกระบวนการที่ต่อเนื่องรวมทั้งเป็นเครือข่ายที่สามารถสร้างและจัดการตนเองได้อย่างเป็นองค์รวม(Holistic)
-
ขอบคุณสำหรับแหล่งข้อมูลทั้งหลายที่ผมไปค้น และคว้าเอามาโดยที่มิได้อ้างอิงตามหลักวิชาการ ผมไปค้นตามสติปัญญาอันน้อยนิดของผมซึ่งมีเท่านี้จริงๆครับ โปรดอภัยและขอขอบคุณครับ
-
ผมคิดใคร่ครวญอยู่นานว่าความเข้าใจในเรื่อง “เครือข่าย” การเกาะเกี่ยวกันทางสังคมของคนนั้น เหมือนหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร จึงพยายามสืบค้น รวบรวม มานำเสนอดู เผื่อมีความเห็นจากเพื่อนพ้องมากยิ่งขึ้น ก็เชิญบรรเลงได้เลยนะครับ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวเรา ผมเสนอดังนี้ว่า
-
“เครือข่าย” เป็นรูปแบบหนึ่งของความร่วมมือมีทั้งในภาคธุรกิจและในงานพัฒนาแต่ในที่นี้จะศึกษาเฉพาะเรื่องเครือข่ายในงานพัฒนาเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจและนำไปใช้อย่างเหมาะสมงานพัฒนาชุมชน
-
เครือข่าย คือ การรวมตัวของบุคคลกลุ่ม/องค์กรที่มีแนวความคิด เป้าหมาย วิธีการทำงานกิจกรรมที่คล้ายคลึงกัน และความสัมพันธ์ต่อกันทั้งส่วนตัวและการทำงาน โดยมีการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคมหรือสาธารณะร่วมกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน เป็นการพัฒนาความรู้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น หรือร่วมกันให้เกิดพลัง มีอำนาจต่อรองนำไปสู่ความยุติธรรมของสังคมและร่วมกันให้บรรลุตามเป้าหมายของเครือข่าย
-
เครือข่ายทางสังคม หมายถึง กลุ่มบุคคลหรือกลุ่มองค์กร ซึ่งสมัครใจสัมพันธ์กันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ดำเนินกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน โดยแต่ละคนแต่ละองค์กรยังคงเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน เครือข่ายทางสังคมก่อให้เกิดขบวนการทางสังคมสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อนเป็นพหุสังคมและประชาสังคมในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ชุมชนเสมือนจริง(virtual community)ซึ่งเป็นการสัมพันธ์กันทางเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ คือ เครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต(online community, mediated community) หรือ การร่วมงานกันขององค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐบาล คือ องค์กรพัฒนาเอกชน(Non-government Organizations, NGOs) ได้แสวงหาความร่วมมือกันโดยการประสานสัมพันธ์ บางกลุ่มตามประเภทกิจกรรม บางกลุ่มตามประเด็นปัญหา และบางกลุ่มตามพื้นที่ดำเนินงาน โดยเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ เป็นการรวมตัวกันทั้งแบบหลวมๆและแบบที่มีการจัดการเหมือนเป็นองค์กรเดียวกัน แต่อยู่ต่างถิ่นต่างที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร จัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมร่วมกัน
-
ฐานคิด
-
ฐานคิดของเครือข่ายต้องมีความเชื่อพื้นฐานว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียวหรือตาข่ายหลายๆคู่มาร้อยเรียงเกาะเกี่ยวกันจึงจับปลาได้หรือใยแมงมุมหลายๆใยที่ร้อยรัดยึดเหนี่ยวกันจึงจับแมลงกินได้ ความเป็นเครือข่ายนั้น มีอยู่แล้วในธรรมชาติของสรรพสัตว์และสรรพสิ่ง เกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตของสรรพสิ่ง ความคิดโดยสังเขปต่อไปนี้ เป็นรากฐานความคิดเรื่องเครือข่าย
-
-
เครือข่ายมีอยู่ในธรรมชาติ
-
เมื่อได้ใคร่ครวญอย่างสงบและลึกซึ้งเราจะพบความเป็นเครือข่ายมีอยู่ในธรรมชาติของสรรพสิ่งดังเช่นที่กล่าวไว้ในหนังสือ“เครือข่าย:ธรรมชาติความรู้และการจัดการ”
-
“...สรรพสิ่งต่างก็มีการพึ่งพาอาศัย มีการดำรงอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นข่ายใยแห่งความสัมพันธ์ มีความเป็นอิสระต่อกัน และไม่มีตัวตนที่แท้จริง กล่าวคือ สิ่งต่างๆเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยง มีการขยายผลและเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่าง รูปทรง และเปลี่ยนพลังงาน เพื่อการเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสม เหมือนสายน้ำที่มีการปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามซอกหินในลำธาร เพราะสายน้ำต้องการจะเคลื่อนที่ไปตอบสนองต่อธรรมชาติของแรงโน้มถ่วงโลก จากห้วย ลำธาร แม่น้ำใหญ่ และสู่มหาสมุทรในที่สุด”
-
เครือข่ายโดยธรรมชาติมีลักษณะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้ระเบียบและมีการจัดการตนเอง
-
ความไร้ระเบียบของเครือข่ายได้ผลักดันให้เกิดความเป็นไปได้แห่งการเรียนรู้ในความเป็นองค์กรจัดการตัวเองดังเช่นการเชื่อมโยงสัมพันธ์ของผู้คนที่ประสบปัญหาหรือมีความมุ่งหมายอย่างเดียวกันเมื่อได้สัมพันธ์กันต่อเนื่องและขยายออกไปนานเข้าก็เกิดความจำเป็นที่จะจัดระบบจัดองค์กรเพื่อรองรับความซับซ้อนหลากหลายอันอาจยังให้เกิดความสับสนขึ้นได้
-
เครือข่ายมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์
-
การเชื่อมโยงเกาะเกี่ยวการพึ่งพาอาศัยกัน ทำให้การดำรงอยู่ของสรรพสิ่งดำเนินไปอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดพลังและกระบวนการที่ต่อเนื่องรวมทั้งเป็นเครือข่ายที่สามารถสร้างและจัดการตนเองได้อย่างเป็นองค์รวม(Holistic)
-
ขอบคุณสำหรับแหล่งข้อมูลทั้งหลายที่ผมไปค้น และคว้าเอามาโดยที่มิได้อ้างอิงตามหลักวิชาการ ผมไปค้นตามสติปัญญาอันน้อยนิดของผมซึ่งมีเท่านี้จริงๆครับ โปรดอภัยและขอขอบคุณครับ