การจัดการศึกษาแบบบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดปัญญา

             ผมได้อ่านหลักการและแนวคิดในการจัดการศึกษาจากพระสงฆ์ที่เป็นปราชญ์ทางการศึกษาการศึกษา   เห็นว่าน่าสนใจจึงลองนำมาวิเคราะห์เป็นหลักการในการจัดการศึกษา ดังนี้ครับ           

         ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ได้กล่าวถึงการจัดการศึกษาว่า 

การศึกษาเป็นเครื่องช่วยคนให้เจริญทางปัญญา.....ปัญญา คือ ตัวเข้าถึงความจริง ในความจริงต้องมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งทั้งหลาย...การมองสืบสาวเหตุปัจจัยเพื่อให้เข้าถึงความจริง คือ ความคิดวิเคราะห์ แยกแยะ พอแยกแยะออกมาเป็นส่วนประกอบแล้ว มันก็โยงกันในแง่ว่าสัมพันธ์กันอย่างไร เป็นเหตุปัจจัยต่อเนื่องกันมาอย่างไร....      

   ท่านไพศาล วิสาโล   ได้กล่าวถึงการจัดการศึกษาว่า

ความจริงไม่ได้แยกเป็นวิชา  ความรู้ต่างหากที่แยกเป็นวิชา...ปัญหาคือว่า เราจะทำให้เด็กเขาเห็นว่าถ้าความรู้เหล่านี้ จะให้สุดยอดมันต้องโยงกัน และโยงอย่างไร หมายความว่าครูต้องมองเรื่องนี้ให้เป็นก่อน ครูต้องสามารถเชื่อมโยงส่งที่ตัวเองรู้ไปกับเรื่องต่างๆได้ เมื่อเห็นความเชื่อมโยงระหว่างศาสตร์ต่างๆ หรือวิชาที่ตัวเองสอนกับวิชาอื่นๆ ที่เด็กเรียน และ ชีวิตของเด็ก ชีวิตขิงตัว มันก็จะช่วยให้เด็กเกิดความคิดที่แตกแขนงและเกิดความใฝ่รู้มากขึ้น      

                ทั้งสองแนวคิด  ผมขออนุญาตวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อเป็นหลักในการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ    

                  โดยหลักการพื้นฐานที่สำคัญของการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ คือ  ผู้ที่เกี่ยวข้องกับจัดการศึกษาทั้งหมด  จะต้องเป็นผู้ดูอยู่ข้างนอก โดยไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบย่อย     เพื่อให้เห็นส่วนประกอบย่อยของการจัดการศึกษาทั้งหมด ว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร บูรณาการกันอย่างไร    โดยไม่เอาอัตตาตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง  

             เพราะหากจัดการศึกษาโดยเอาอัตตาเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะเป็นการจัดแบบ แยกส่วน ไปทันที   ซึ่งนิกจากไม่เกิดปัญญาแล้วยังจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้

           ผมลองสังเคราะห์มาเป็นหลักการได้ ดังนี้ครับ        

                   1  .  การบูรณาการการเรียนการสอน            

                1.1   การบูรณาการแบบ โครงงาน  เพื่อให้เห็นควมเชื่อมโยงระหว่างรายวิชา นั่นคือ ให้ผู้เรียนแยกเรียนรายวิชาให้แม่นยำในเนื้อหาและหลักการในแต่ละวิชาก่อน  หลังจากนั้นจึงนำมาเชื่อมโยงกันด้วย โครงงาน        

             1.2  การบูรณาการแบบ คิดเป็น ตามทฤษฎีของท่าน ดร.โกวิท วรพิพัฒน์  เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง   วิชาการ    สังคม  และ  ตนเอง   ผมได้หลักการนี้ในสมัยเป็นครู กศน.  การคิดเป็น คือ คิดให้เชื่อมโยงระหว่าง 3 ส่วน คือ วิชาการ   สังคม   และ ตนเอง     

              1.3 การบูรณาการด้วยวัตถุประสงค์การเรียนรู้  เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง ความรู้   กระบวนการ   และ เจตคติ   ในการสอนแต่ละครั้ง   โดยไม่ต้องให้เกิดความสับสนว่าระหว่างเนื้อหา กับ กระบวนการ สิ่งใดสำคัญกว่ากัน  ท่องจำ จำเป็นหรือไม่          

         2. การบูรณาการของครูผู้สอน            

              2.1   บูรณาการระหว่างครูกับเด็ก  ระหว่างการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ กับ การยึดครูเป็นสำคัญ  จะบูรณาการเชื่อมโยงอย่างไร ให้พอเหมาะ พอดี ระหว่างยึดครู กับ ยึดเด็ก                         2.2  บูรณาการระหว่างครูกับผู้บริหาร   ครูต้องการเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องฟังคำสั่งจากผู้บริหาร   จะบูรณาการอย่างไรให้เหมาะสมและมีความสุข       

             3. การบูรณาการของผู้บริหารโรงเรียน             

          3.1 บูรณาการระหว่างผู้บริหารกับครู    ผู้บริหารเป็นผู้กำหนดนโยบาย ขณะเดียวกัน ครูเป็นผู้ปฏิบัติ  จะบูรณาการกันอย่างไร ให้ชนะด้วยกันทั้งคู่            

         3.2  บูรณาการระหว่างโรงเรียนกับต้นสังกัด    ผู้บริหารต้องการบริหารงานด้วยความเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกันยังต้องทำงานตามสั่งจากต้นสังกัด   จะบูรณาการอย่างไร ให้เชื่อมโยงและเกิดประโยชน์      

           4. การบูรณาการของศึกษานิเทศก์          

          4.1  บูรณาการระหว่างศึกษานิเทศก์กับผู้บังคับบัญชา   ศึกษานิเทศก์เน้นงานวิชาการ  แต่ผู้บังคับบัญชาเน้นงานบริหาร จะบูรณาการกันอย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด        

        4.2 บูรณาการระหว่างศึกษานิเทศก์กับโรงเรียน  ศึกษานิเทศก์ในฐานะบทบาทนักทฤษฎี  แต่โรงเรียนเป็นผู้ปฏิบัติ จะบูรณาการอย่างไร โดยไม่ขัดแย้ง      

             ครับ ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกหน่วยงาน  ก็มุ่งหวังจะจัดการศึกษาให้เจริญก้าวหน้าทั้งนั้นแหละครับ  

            ปัญหาคือว่าจะบูรณาการกันอย่างไร เพื่อให้เชื่อมโยงและเกิดปัญญาครับ