เดินทางจากบ้านตี 5.30 หมอกหนาจัดมาก และขับรถไปรับเพื่อนๆ จากคณะฯ เพื่อเดินทางสู่โคราช ใช้เวลาเกือบ 3 ชม.
ระหว่างทาง บรรยากาศของการคุยระหว่างเพื่อนคนโสดและไม่โสด ก็ไม่พ้นเรื่องราวของความรักและการใช้ชีวิตคู่ในมุมต่างๆ จนถึงเรื่องสัพเพเหระตามประสาอาจารย์มหา'ลัย
พอมาถึงงาน พวกเราประทับใจกับบรรยากาศของสถานที่ที่จัดให้พร้อมสำหรับวันแห่งความรักของน้องอาจารย์ ที่ร่วมงานกับผมช่วงระยะเวลาหนึ่ง กับดอกเตอร์หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ ที่ผมรู้สึกว่าเค้ามีความสุภาพและปรับตัวเข้ากับคนไทยได้ไม่ยากนัก
เอาหละครับ....ถึงเวลาที่ผมต้องใช้ประสบการณ์การเป็น Master of Ceremony (MC) ซะแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าตื้นเต้นไม่น้อย แม้ว่าผมจะมีอาจารย์สาวสวยอีกท่านมาร่วมเป็นพิธีกร เราเป็นเพื่อนสนิทและทำหน้าที่พิธีกรบ่อยครั้ง จนเพื่อนผมท่านนี้ได้แต่งงานกับชาวอังกฤษและกำลังใช้ทุนที่ ม. มหิดล ...รู้สึกว่าทางฝ่ายพิธีกรคู่ของผมน่าจะมีการเตรียมบทพูดได้เข้าบรรยากาศได้ดีกว่าผม แต่จริงๆแล้วเค้าบอกว่า "ตื่นเต้นและประทับใจจนน้ำตาไหล" เมื่อเห็นคู่บ่าวสาวแสดงความรักทั้งสีหน้าท่าทาง และเห็นชัดเจนมากจากการเตรียมบทพูดไทยของเจ้าบ่าวมาเซอร์ไพส์เจ้าสาวว่า....คุณคือคู่ชีวิตของผมที่ผมรอมานานมาก...รักเจ้าสาวมาก...และจะดูแลชีวิตคู่ตลอดไป....
ตลอดช่วงของงานแต่งงาน ตั้งแต่ presentation แบบภาพสวยๆ ของคู่บ่าวสาว และ cartoon animation เล่าเรื่องราวของการรอคอยความรักของทั้งคู่ ว่าอายุมากแล้วจะพบเนื้อคู่หรือไม่ เจ้าบ่าวบินมาทำงานในเมืองไทยหลายครั้งจนมาปิ๊งเจ้าสาวและหาหนทาง "Breaking the ice- เจ้าบ่าวหลอมละลายใจให้เจ้าสาวรักและอยากมีชีวิตคู่" ซึ่งปัจจุบัน Communication & Teachnology ช่วยลดระยะทางระหว่างคู่รักที่อยู่กับคนละซีกโลกได้ดีทีเดียวครับ .....บรรยากาศของการเดินบนพรมสีแดงคล้ายเจ้าชายและเจ้าหญิงจุดเทียนและตัดเค้กแห่งรักหวานชื่น.....ดูแล้วเพิ่งรู้ว่าทำไม "การเข้าสู่ประตูวิวาห์ของคู่รักมีมหัศจรรย์แห่งรักอย่างพิเศษเช่นนี้"
มีช่วงหนึ่งที่เชิญคุณพ่อคุณแม่ของคู่บ่าวสาวขึ้นเวที คุณพ่อของเจ้าบ่าวเตรียม Note เป็นภาษาอังกฤษ เขียนจากความรู้สึก ผมฟังแล้วไม่อยากแปลระหว่างประโยค จึงปล่อยให้เป็นการพูดอังกฤษผสมผสานกับความรู้สึกที่ดีมากๆ ...แล้วจึงสรุปประโยคเด่นๆ คือ การมาเมืองไทยครั้งแรกและประทับใจครอบครัวไทย มีความยินดีที่จะรับลูกสาว (เจ้าสาว) อีกคนอย่างมีความสุข.... ฟังและแปลไปอย่างทันทีทำให้ผมมีความสุขใจและรู้สึกว่า "ความรักมีพลังมากจริงๆ ทำให้บรรยากาศของแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอิ่มเอมใจมากจริงๆครับ"
แม้ว่าผมจะไปเรียนเมืองนอกมานาน แต่การแปลภาษาระหว่างเจ้าบ่าวและแขกผู้มีเกียรติในงาน ก็ทำให้ผมต้องตั้งสติอยู่มากหน่อย ผมรู้สึกว่าแขกผู้มีเกียรติจะเข้าใจภาษาความรักของเจ้าบ่าว โดยไม่ต้องฟังภาษาอังกฤษอย่างเดียวครับ ....เห็นหรือยังครับถึง "อานุภาพของความรัก"
ท้ายสุดผมขอพิมพ์บทภาษาอังกฤษ ที่เขียนไว้ที่ Magnet ของชำร่วยในงานแต่งงานนี้ เพื่อมอบความรักและความสดชื่นแด่ผู้อ่านบันทึกนี้ครับ
Love is to share each other life through the good and the bad.....
แล้วอาจารย์ป๊อปเอง จะแต่งเมื่อไรครับ ดูท่าทางอาจารย์จะโรแมนติกซะด้วย
เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกันนะครับคุณ Pongrat
โชคดีครับ