รายการตลกทางทีวี รายการละครต่างๆ ออกกันแน่นทุกช่อง รายการเพื่อการศึกษา พัฒนาต่างๆก็มีบ้าง แต่การนำเสนอด้านละครประเภทอิจฉาตาร้อน หยิบโหย่ง ชิงรักหักสวาท มันมากจนแทบทะลุจอ ข่าวสังคมด้านร้ายๆก็กระจายประจานกันสยดสยอง เรารายงานข่าวกันไม่บันยะบันยัง ตัวอย่างดีๆออกอากาศยากมาก เมื่อมีกระแสเรียกร้อง.. ก็มีเครื่องหมายโผล่ขึ้นมากำกับว่า รายการไหนเด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ตรงนี้ไม่ได้ผล เด็กหนีไปดูเว็บต่างๆกันจำนวนมาก
ยิ่งเราเจริญทางด้านเทคโนโลยีเท่าใด เรายิ่งจำเป็นต้องพัฒนาความเจริญทางศีลธรรมมากขึ้นเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเราก็จะมาแก้ที่ปลายเหตุ คำว่าศีลธรรม คำว่าหน้าที่พลเมือง สร้างเป็นหลักสูตรสอนกันอย่างจริงจังได้ไหม ไม่ใช่มาออกความคิดเสร่อๆ เสาะหาตัวคุณธรรมจริยธรรมในตัวเด็กไปเป็นตัวคูณคะแนนในการเลือกเด็กเข้าศึกษาต่อ ถามหน่อยเถอะ ทำได้จริงๆหรือพ่อมหาจำเริญ ในเมื่อคุณไม่เคยแยแสกับคำเหล่านี้มาก่อน
ตัวเด็กสะท้อนปัญหาหลายแง่มุม ไม่เข้าเรียน หลบห้องเรียน แอบออกนอกรั้วโรงเรียน หนีโรงเรียน จนกระทั้งทิ้งโรงเรียน ส่วนจะไปทำอะไรพิลึกพิลั่นนั้น อย่าให้เขียนลงในที่นี้เลย..เด็กกลุ่มนี้มีประมาณ20% คิดเป็นตัวเลขทั้งประเทศกี่ล้านคน? ความเลื่อมล้ำทางการศึกษา หลักสูตรที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่แยกไม่จัดเนื้อหาการสอนให้เหมาะกับเด็กที่ไม่สันทัดวิชาการ เด็กกลุ่มนี้สอนให้ตายก็ยากจะเข้าใจ เพราะสมองและใจเขาไม่ชอบทางด้านนี้ เมื่อเด็กเฉไฉ แทนที่จะเจาะปัญหา พวกโลเลศาสตร์บอกว่า เด็กสอบตกไม่ได้ ถ้าเรียนอ่อนให้จัดครูสอนเสริม ผมละอยากให้คนพูดมาทำเองจังเลย จะรู้ว่าการคิดพล่อยๆมันได้อะไร?
กรณีเรื่องจัดการแยกการเรียนการสอนเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม ไม่ใช่ทำไม่ได้ มีการทดลองมาแล้ว เอาพวกหัวขี้เลื่อยนี่แหละมารวมกัน แล้วสอนวิชาช่าง วิชาเกษตร วิชาพึ่งตนเอง การฝีมือ ศิลปวัฒนธรรม ถึงเขาท่องจำไม่เก่งเขียนไม่สวย แต่ถ้าโรงเรียนเปิดช่องให้เขาได้หย่อนใจหย่อนกายเรียนตามความชอบและทักษะของเขาแล้ว โรงเรียนที่เคยเป็นนรกจะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ ห้องเรียนที่ขมขื่นจะมีรอยยิ้ม เขาไม่ต้องออกไปหาเพื่อนข้างนอก เลิกเป็นคนแปลกหน้าในหมู่เพื่อน ถ้าเขามีครูที่เข้าใจ มีผู้บริหารที่ใส่ใจความรู้สึกและข้อเท็จจริงในตัวเขา จากเด็กที่มีปัญหา จะปรับเปลี่ยนเป็นนักสร้างกิจกรรม ในที่สุดแล้วเขาจะก้าวย่างจบออกไปอย่างศิษย์เก่าที่ดีของโรงเรียน ไม่ใช่ถูกถีบส่งไปเป็นอันธพาล ที่อาฆาตมาดร้ายต่อระบบการศึกษา
ท่านไร้กรอบ ฟันธงว่า ระบบการศึกษาไทยอยู่ในมือคนที่ไม่รู้เรื่องการศึกษา ผมคิดว่าเขารู้นะ รู้ดีด้วย แต่ไม่มีใจที่จะแก้ไข ไม่กล้าหาญพอ ปล่อยให้ระบบการศึกษาเละตุ้มเป๊ะต่อไป พื้นที่ไหนทนไม่ไหวชาวบ้านก็เดินขบวนขับไล่ผู้บริหารเอาเอง พวกหูหนาตาเถื่อนแทนที่จะคิดแก้ไข ก็ย้ายผู้บริหารเหลือขอไปสร้างตราบาปให้ที่อื่น ถ้าการแก้ไขปัญหายืนพื้นด้วยวิธีที่ไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน ก็อย่าไปหวังอะไรกับนักบริหารการศึกษานักเลย
เคยนึกไหมครับ ทำไมเขาถึงเลือกแก้ไขปัญหาอนาคตของชาติด้วยวิธีนี้ พวกครูเองก็ถูกกระทำย่ำแย่ จะย้าย จะทำผลงาน จะเลื่อนตำแหน่ง ต้องจ่ายๆๆ แป๊ะเจี๊ยะครูนี้ละคือมารร้ายทางการศึกษา มันซับซ้อนกว่าแป๊ะเจี๊ยะเด็กหาที่เรียนเป็นไหนๆ? สำหรับคุณครูท่านใดไม่โดนบีบเค้นก็ดีใจด้วย ส่วนท่านใดเคยจ่ายแป๊ะเจี๊ยะ ก็ลองทบทวนดูว่า ทำไมโลกของครูจึงหมองหม่นเช่นนี้หนอ?
หัวอกครู
ศักดิ์ศรีครู
อนาคตครู
อยู่ตรงไหน
ทำวิจัยไหมละ
ทุกวันนี้มีครูอกหักกี่ %
พ่อขา
พยาบาลอกหัก มาก่อนใคร อิอิ
แล้วจะไปเรียนหนังสือแล้วค่ะ เดี๋ยวกลับมาอ่านและดูรูปประกอบใหม่ค่ะพ่อ
อื้มม...อยากรู้จังว่า พ่อทรมานสายตาไหมคะ พ่อก็ใช้โน๊ตบุค จอเล็กๆนี่นา ส่วนหนิงแล้ว ต้องเพ่งสายตานะคะเนี่ย...
กลับมาแซวผ่านไว้อีกคนค่ะพ่อขา
คนที่เพิ่งซื้อโน๊ตบุค จอเล็กๆ ช่วงสิ้นปีตะกี้ไง อิอิ อ่านถนัดสายตาไหมหนอ อิอิ
เป็นพยาบาลนั่นดีแล้ว รอดตัวไป ไม่ต้องจ่ายแป๊ะเจี๊ยะ
ถ้าอยู่บ้าน พ่อใช้จอใหญ่ ตัวหนังสือเท่าหม้อแกง อิอิ ไม่ต้องห่วง
เป็นทั้งครู และเป็นทั้งพยาบาล รอดไหมนี่อิฉัน...อิอิ
ไม่บอกนะคะว่าได้รับหนังสือคำจากครูแล้ว (เพระรู้ว่าถ้าไม่บอกครูบาจะเดินทางไปทวงเอง..อิอิ) อ่านแล้วอ่านอีก อ่านแล้วแนะนำคนอื่นอีก แล้วก็กลับมาอ่านอีก สุดท้ายเคาะกะโหลกตัวเองโปกๆ ตบบ่าตัวเองป้าบๆว่า บางเรื่องเราเข้าทีแล้วนี่นาแต่บางเรื่อง จื๊ย! ต้องไปปรับตัวด่วนๆ...ขอบพระคุณค่าคุณครูสุทธินันท์
สวัสดีค่ะพี่ชายใหญ่
คิดถึงจังเลย
อ.สร้อย
ครูอ้อย
เขียนเรื่องครู นึกเห็นหน้าครูใจดีทั่วทุกถิ่นไทย ไม่รู้จะทำยังไง
ยังหาทางออกไม่เจอ หาวิธีไม่ได้ จะช่วยครูอกหักได้อย่างไร?
จะเอาไงดีนอครับ….กับครูอกหัก!!!!
ย่ามแดง
".ขณะนี้ระบบโรงเรียน ยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ เอาเด็กมาท่องหนังสืออย่างเดียว ฉะนั้นชุมชนต้องช่วยลดการเรียนโดยการท่องหนังสือ มาเป็นการปฏิบัติวิจัย เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง การศึกษาล้มเหลวเพราะแยกการศึกษาออกจากชีวิต ชีวิตต้องมีการอยู่ร่วมกัน ต้องมีการทำงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม ต้องมีการไกล่เกลี่ยการทำงานร่วมกัน การประนีประนอม ชีวิตต้องการความยุติธรรม ดังนั้นต้องเรียนรู้จากของจริง"
อ.ประเวศ วะสี
สวัสดีครับพ่อครูบา
ผมเป็นประธานเขตพื้นที่นำร่องฯ แต่สิ่งที่เราอยากทำไม่ได้รับการสนองตอบเพราะผู้บริหารเขาเห็นว่าทำไม่ได้ ผมบอกว่าถ้าเราเริ่มต้นจากคำว่าทำไม่ได้ก็เท่ากับว่าไม่ต้องทำ ถ้าเราเริ่มต้นด้วยคำว่าเราทำได้ เราต้องทำให้ได้ มันก็จะทำได้ แค่คนในแวดวงการศึกษาเองก็บอกผมว่าคุณคอยดูเหอะ คุณเข้ามาในวงการนี้สิ่งที่คุณมีไฟจะเริ่มมอดดับลงไปเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ชักจะเริ่มรู้สึกบ้างเหมือนกัน
ตอนนี้มาเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ. ก็ชักรู้สึกทะแม่งๆกับการแต่งตั้งโยกย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะมีความรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เซ็น มีเสียงวิพากย์วิจารณ์ว่าแต่งตั้งคนของผู้บริหารทั้งนั้นในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง มาพิจารณาดู เออ...มันก็น่าสงสัยอยู่ การให้ค่าคะแนนก็ดูแปลกๆ แต่คณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งเข้าไปเมื่อไม่เห็นด้วยก็ไม่ทำหน้าที่คัดค้านในที่ประชุม แต่กลับไม่เข้าประชุมอีกเลย ก็ต้องถือว่าผลประชุมออกมาตามนั้น เวรกรรม...
แต่ก็อย่างที่พ่อครูบาว่านั่นแหละ ครูก็ไปอิงนักการเมืองเข้าให้อีก ก็เลยสับสนวุ่นวาย ผู้บริหารบางคนจะทำผลงานขอให้ลูกน้องช่วยพอจะพิจารณาความดีความชอบจะได้ใคร ลูกน้องคนนี้จะบอกอะไรก็จะเชื่อไปหมด ก็ขนาดระดับผู้บริหารยังเป็นอย่างนี้แล้วจะให้มองอนาคตทางการศึกษาดีเลิศประเสริฐศรี คงจะยากกระมัง
ถึงเวลาที่ครูจะเลิกรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยหรือยังครับ อย่าเทียบศักดิ์ศรีของครูที่เงินเดือน อย่าทำตัวรับใช้นักการเมือง แสดงให้เห็นสิครับว่าครูคือบุคคลที่ควรเคารพนับถือ ผมเคยพูดเมื่อไม่นานมานี้เมื่อนักการเมืองท้องถิ่นฝากเด้กเข้าเรียนแล้วบอกด้วยว่าถ้าไม่ได้ก็จะไม่อนุมัติงบประมาณให้ ผมท้าในที่ประชุมว่าเด็กที่เขาฝากมาถ้าไม่เข้าหลักเกณฑ์ไม่ให้เข้า แล้วให้เขาเสนอไม่อนุมัติงบประมาณ ผมจะทำหน้าที่ฟ้องประชาชนเอง ทำไมโรงเรียนจะต้องกลัวนักการเมืองพวกนี้ด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ
รู้สึกจะอินมาไปหน่อยครับ พ่อครู...อิอิ
อัยการชาวเกาะ
ส่วนมากจะเป็นอย่างที่ท่านเล่า ถ้าครูไม่เอาตัวเองไปแปะใคร ครูก็จะทำอะไรๆได้มากกว่านี้
ผมนะชอบใจที่ท่านราชบัณฑิต ศ.สุมน อมรวิวัฒน์ สะท้อนไว้
"ครูเป็นคนไม่มีราคา แต่เป็นคนที่มีค่า ครูจึงขายตัวไม่ได้ ครูจึงไม่เป็นทาสของใคร"
"ที่สำคัญ ครูเองอย่าทำตัวเป็นซากปรักหักพัง เพราะทำเป็นเพียงอาชีพ ไม่ใช่วิชาชีพ"
เอาใจช่วยกันนะครับ ท่านอัยการชาวเกาะ
เรียนท่านครูบาครับ
ท่านบางทราย
กราบงามๆ ครับ ท่านครูบาฯ
ต่อไปนี้จะเป็นการปล่อยของนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ
เจอย่อหน้าแรก.... ทำให้นึกถึงหนัง ละคร ในปัจจุบัน เพิ่งได้มีโอกาสดูหนังไทยผ่าน ยูตูบ เืมื่อวันก่อน ทำให้กระอักหน่อยครับ ว่าตอนนี้หนังไทย ต้องใส่อารมณ์ คำสบถ ใส่คำว่าแม่่งู นำหน้าต่อท้ายตลอดเลยครับ เรียกสัตว์เลื้อยคลายเป็นว่าเล่น ผมไม่แน่ใจว่านี่หรือสังคมแห่งการพัฒนาจิตใจ มันขัดแย้งกับปริมาณวัด ปริมาณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือกันในประเทศเสียจริง ผมไม่แน่ใจว่าเป็นอินเทรนด์ใหม่หรือเปล่าว่าจะให้หนังดีต้องมี แม่งู ต้องมีเรียกตัวเงินตัวทอง ผมไม่รู้ว่าสมัยก่อน เค้ามีคำนี้กันหรือเปล่านะครับ
ผมว่ามนุษย์คือสัตว์ที่สามารถฝึกได้ จริงๆ ทุกคนก็สบถเป็นด้วยกันทั้งนั้น แต่อยู่ที่ว่าการควบคุมนั้นจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนที่จะปล่อยออกมาเพ่นพ่านเหล่านี้ หรือว่าต้องแบบนี้คนดูถึงจะมันส์ สนุก และได้ใจ
เจอย่อหน้าที่สอง.... ทำให้คิดถึงป้ายหาเสียง หรือคำขวัญหาเสียงของนักการมง เราใช้คำเหล่านี้ซื้อสัตย์ สุจริตมีคุณธรรมมาหาเสียงกัน สงสัยสังคมนี้มันหายากจริงๆ แล้วหรือ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี่น่าจะไม่ต้องเอามาใช้ในการหาสงกันเลย ควรจะเป็นคุณสมบัติพื้นฐานด้วยซ้ำไปสำหรับคนที่จะมาทำงานเพื่อชาติ
เจอย่อหน้าที่สาม... ไว้ให้เรียบร้อยก่อนครับ หากมีโอกาสจะสร้างเด็กกลุ่มที่เรียนปานกลาง หรือเรียนอ่อน มาทำอะไรร่วมกันแทนครับ ผมว่าน่าจะดีครับ มหาวิทยาลัยนี้ เปิดรับเด็กอ่อนและปานกลาง ขอให้ใจดี สมองดีฝึกได้ เพราะเราฉาบฉวยในการต่อยอดเด็กมากเกิน เราถึงต้องรับแต่เด็กเก่งๆ เข้าไปสอน.... หากแน่จริง เปิดรับเด็กอ่อนหรือเรียนปานกลางและอยากจะเรียนดูซิครับ แล้วพัฒนาเค้าให้เก่งในช่วงเวลา 4-8 ปี รับรองว่าพ่อแม่จะมีแต่ชื่นชมมหาิิวิทยาลัยนั้นๆ
เด็กทุกคน ต่อให้มีพ่อแม่รวยจน มีฐานะต่างๆ กันก็ตาม แต่สมองที่เค้าได้มาส่วนใหญ่นั้น ไม่ขึ้นกับฐานะพ่อแม่ นี่คือสิ่งที่ผมว่าธรรมชาติยังฉลาดในการสร้างสมองให้คน เพียงแค่ว่าโอกาสที่จะได้รับการฝึกฝนนั้นอาจจะน้อยกว่าในครอบครัวที่ฐานะไ่่ม่เือื้อ ถามว่าใครหล่ะจะช่วยเอื้อหากไม่ใช่ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ทางด้านการบริหารประเทศ การศึกษาต้องให้ฟรี
คนเอามาตีความกันมั่วๆ ว่าการให้ฟรีนั้นทำให้คนไม่เห็นคุณค่า จริงๆ แล้วมันมีกระบวนการอะไรมากกว่าการให้ฟรีๆ อยู่ภายในนั้น อยู่ที่่ว่าจะทำให้ครบหรือเปล่า พอหันไปเก็บเงินค่าเรียน ค่าสอน ก็กลายเป็นธุรกิจไปทันที สรุปว่าต้องลงทุนกันตั้งแต่วาดนิ้วในอากาศเลยทีเดียว
อิๆๆๆ นี่มาปล่อยของนะครับ ปล่อยแล้วก็ไปหาคำตอบ หมักๆ เอาไว้ครับ เผื่อจะได้เกิดกาสมีเทน จุดไฟได้วันหนึ่งครับ ลองช่วยๆ กันหมักไว้คนละนิดละหน่อยก็ดีครับ พอวันหนึ่งกาสมีเทนแพร่ถึงกัน ก็จุดไฟได้เลยหล่ะครับ รับรองไหม้ทั้งประเทศแน่ๆ ครับ
กาสมีเทนทางความคิดครับ ติดไฟก็คือการปฏิบัติการ เตรียมตัวกันให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ครับ ไม่จำเป็นว่าจะต้องสำเร็จในช่วงชีวิตนี้ ขอให้สานต่อกันอย่างมีค่าและต่อเนื่อง
ท้ายที่สุดเจอกันที่เชิงตะกอนทุกคนครับ
ขอบคุณมากครับ
ทุกอย่างยังไม่สิ้น ก็ดิ้นไป
ไม่มีผิด มีถูก
100 คน ก็ 100 ใจ ร้อยความคิด ตะริดติ๊ดชึ่ง