km

                           การบริหารความรู้      ( Knowledge Management )

0000 ไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนและแน่นอน แต่ทุกคนในองค์กรต้องมีความเข้าใจและต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติ โดยมีผู้ให้คำจำกัดความไว้ ดังนี้
00001) เป็น กระบวนการที่องค์กรสร้างสรรคุณค่า(Value) โดยอาศัยทุนทางปัญญา ( Intellectual ) และ Knowledge - based assets โดยองค์กรจะต้องมีการสรรหา แบ่งปันความรู้ต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรอย่างสูงสุด (ผศ.ดร.ผสุ เดชะรินทร์ : บทบรรยาย การนำ Knowledge Management มาใช้ร่วมกับ Balanced Scorecard เพื่อพัฒนาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข .)
00002) เป็นกระบวนการบริหารที่เน้นการพัฒนากระบวนงาน (Business Process) ควบคู่กันไปกับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยทุกกระบวนงานจะต้องสัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นผลมาจากการขยายวง และการประสานความรอบรู้ ตลอดทั่วทั้งองค์กรอยู่ตลอดเวลา (ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช : บทบรรยาย แก่นของการจัดการความรู้ ณ ศูนย์บริการวิชาการ มข., 22มค.47.)00003) เป็นกระบวนการนำทุนปัญญาไปสร้างมูลค่า คุณค่าและเพิ่มพูนทุนปัญญา ในลักษณะของวงจรยกระดับ เกลียวความรู้ที่ไม่รู้จบ และใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคน (วีรวุธ มาฆะศิรานนท์ :หนังสือ การบริหารภูมิปัญญา)
- ทุกคนในองค์กรต้องมีความเข้าใจและต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติ
0000สรุป จากคำจำกัดความข้างต้นสามารถสรุปได้ดังนี้
0000การบริหารความรู้ เป็นเครื่องมือพัฒนางาน คน องค์กรและสังคม โดยนำความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในยุคการสร้างความรู้เป้าหมายของการจัดการความรู้
การจัดการความรู้มีเป้าหมาย 3 ประการใหญ่ ๆ ได้แก่
00001. เพื่อพัฒนางาน ให้มีคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น
00002. เพื่อการพัฒนาคน คือพัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งในที่นี้คือข้าราชการทุกระดับ
00003. เพื่อการพัฒนา "ฐานความรู้" ขององค์กรหรือหน่วยงาน เป็นการเพิ่มพูนทุนความรู้หรือทุนปัญญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรมีศักยภาพในการฟันฝ่าความยากลำบากหรือความไม่แน่นอนในอนาคตได้ดีขึ้น กระบวนการจัดการความรู้
กระบวนการจัดการความรู้ มีการจำแนกที่แตกต่างกันตามแบบของผู้คิดและคณะผู้จัดทำ ซึ่งสามารถสรุปกระบวนการจัดการความรู้ประกอบด้วย
  <div align="center"><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="86%" class="MsoNormalTable" style="margin: auto auto auto -15.65pt; width: 86.44%; border: windowtext 1pt solid"><tbody>

แบบของ Demarest แบบของ Turban แบบของ Probst สรุป 1. การสร้างความรู้ (knowledge construction) 1. การสร้าง ( create ) 1. การกำหนดความรู้ที่ต้องการ (knowledge identification) 1. กระบวนการแสวงหาความรู้ 2. การเก็บรวบรวมความรู้ (knowledge embodiment) 2. การจัดและเก็บ
( capture and store )
2. การจัดหาความรู้ที่ต้องการ ( knowledge acquisition ) 2. การสร้างความรู้ 3. การกระจายความรู้ไปใช้ (knowledge dissemination) 3. การเลือกหรือกรอง ( refine ) 3. การสร้างพัฒนาความรู้ใหม่
( knowledge development )
3. การจัดเก็บความรู้ 4. การนำความรู้ไปใช้ ( use ) 4. การกระจาย(distribute) 4. การถ่ายทอดความรู้
( knowledge transfer )
4. การถ่ายทอดความรู้   5. การใช้ ( use ) 5. การจัดเก็บความรู้
( knowledge storing )
5. การนำความรู้ไปใช้งาน   6. การติดตาม / ตรวจสอบ ( Monitor ) 6. การนำความรู้มาใช้
(knowledge utilization)
 

</tbody></table></div>  วิธีการดำเนินการบริหารความรู้ ( Knowledge Management )
00001. กำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะมีการใช้ระบบการบริหารความรู้ และสานวิสัยทัศน์ ให้สมาชิกทุกคนร่วมรับรู้ถึงความจำเป็นในการพัฒนาภูมิปัญญา ควบคู่กันไปกับการมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมคุณค่า ตลอดจนสร้างความเข้าใจในคุณประโยชน์ที่องค์กรและทุก ๆ คนจะได้รับ เพื่อนำมาซึ่งความร่วมแรงร่วมใจกันในลำดับต่อไป
00002. กำหนดกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร หัวใจสำคัญในความสำเร็จตลอดจนสร้างบรรยากาศสนับสนุนให้สมาชิกทุกคนในองค์กรร่วมมือกัน คือการกำหนดกลุ่มผู้ดูแลรับผิดชอบที่ชัดเจนขึ้น เพื่อประสานกิจกรรมทั้งมวลให้สอดคล้องกัน
00002.1 กลยุทธ์ชี้นำ โดยคณะผู้บริหารระดับสูง ต้องให้ความสนใจ สนับสนุนและผลักดันทุกวิถีทาง รวมทั้งเป็นเรื่องที่จะต้องมีการติดตามนำเสนอความคืบหน้ากันในที่ประชุม คณะผู้บริหารระดับสูงอยู่อย่างสม่ำเสมอ
00002.2 กลยุทธ์ปลูกฝัง โดยฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล จะต้องเข้ามาดูแลรับผิดชอบ ในกิจกรรมสำคัญ ฯ ที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างของความรู้ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างศักยภาพ นอกจากนี้แล้ว ยังต้องรับผิดชอบประหนึ่ง ครูพี่เลี้ยงให้แก่ทุก ๆ ทีมงานในอันที่จะร่วมกันบริหารภูมิปัญญา
00002.3 กลยุทธ์ปฏิรูป โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานพิเศษ หรือคณะอนุกรรมการอำนวยการโดยมีผู้บริหารระดับสูงเป็นประธาน และมีผู้จัดการฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ นอกจากนี้แล้ว ก็จะมีผู้จัดการหรือหัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันรับผิดชอบดำเนินการในกิจกรรมที่ต้องมีการประสานกิจกรรมซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่ทรงคุณค่าและภายนอกกองค์กร
00002.4 กลยุทธ์การปรับตัว เป็นกลยุทธ์ในระดับทีมงาน ที่จะประกอบไปด้วยหัวหน้าทีม และสมาชิกผู้ร่วมทีม ที่จะร่วมกันเรียนรู้และทำงานอย่างเป็นระบบโดยใช้ภูมิปัญญาเดิม ร่วมกับการแสวงหาภูมิปัญญาใหม่ ๆ ผนวกเข้ากับระบบการปฏิบัติงาน ถือเป็นเฟืองจักรสำคัญอันหนึ่งของการบริหารองค์กรเรียนรู้ และการบริหารภูมิปัญญา ที่จะต้องลงลึกถึงรายละเอียดของภูมิปัญญาที่จะใช้กับกิจกรรมที่ทรงคุณค่า อย่างสม่ำเสมอ ทั่วทั้งองค์กร00003. พัฒนารูปธรรมการเรียนรู้
ประกอบด้วย ขั้นตอนสำคัญ 3 ประการคือ
00003.1 การมีวิสัยทัศน์องค์กร (Corporate Vision ) ที่ชัดเจน และปฏิบัติได้ภายใต้การร่วมสนับสนุน ของสมาชิกทุกคนในองค์กร ซึ่งเป็นเสมือนหลักชัยที่ทุกคนมุ่งมั่นจะไปให้ถึง
00003.2 การจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย เครื่องมือและเครื่องอุปกรณ์ รวมทั้งสถานที่ที่จะเอื้ออำนวยให้กระบวนการเรียนรู้ ของสมาชิกทุกคนในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล
00003.3 มีระบบการบริหารและระบบการทำงานที่ดี ได้มาตรฐานสากล เช่นระบบการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ระบบการบริหารการเงิน และระบบการวางแผนการตลาดเป็นต้น 004. เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้
0000เป็นขั้นตอนของการพัฒนาตัวสมาชิกแต่ละบุคคลในองค์กรให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น เป็นสินทรัพย์อัจฉริยภาพ ที่หลาย ๆ องค์กรมุ่งหวังว่า จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ (Key Success Factor) ในยุคของการแข่งขันใหม่ ที่มีปัจเจกบุคคล (Head- to - Head Competition ) เป็นที่ตั้ง
- เริ่มโดยการฝังทัศนคติ และค่านิยม ขององค์กร ให้ทุกคนได้รับทราบและเข้าใจต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญ ๆ ทุกครั้งอย่างสม่ำเสมอ
- การพัฒนาทักษะและความสามารถ โดยเป็นการพัฒนา ให้สอดคล้องกับสายอาชีพ ของแต่ละหน้าที่งาน ด้วยการลงมีปฏิบัติในกิจกรรม หรือโครงการใด ๆ เพื่อให้มีศักยภาพสูงขึ้น
- ความภาคภูมิใจและความรู้สึกมีส่วนร่วม ในความเป็นเจ้าขององค์กร ก็จะเป็นผลที่เกิดขึ้นตามมาโดยอัตโนมัติในวงจรแห่งกระบวนการเรียนรู้นี้
00004.1 ให้ลืมเรื่องเก่า ๆ เสีย ถ้าจะประสงค์ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ หนทางหนึ่งที่จะช่วยขจัดอุปสรรคของการเรียนรู้ก็คือการเข้าสู่กระบวนการทำให้ลืมเรื่องเก่าๆ เสียก่อน
00004.2 การเข้าสู่เรื่องปัจจุบัน (Learning) เป็นขั้นตอนของการพิจารณาสถานภาพในปัจจุบัน ว่าแต่ละคน แต่ละทีมงาน ควรจะเรียนรู้อะไร หรือควรจะมีทักษะและศักยภาพเป็นเช่นไร จึงจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น ดังตัวอย่างเช่น  00004.3 ไปสู่เรื่องอนาคต (Relearning ) กระบวนการเรียนรู้ เป็นต้นกำเนิดแห่งประสบการณ์ และทักษะ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคนเราหรือทีมงานของเรา ต้องไปกระทำกิจกรรมหรือเผชิญเหตุการณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็จะได้รับข้อมูลนานาประเภท ผ่านทาง ตา หู จมูกและประสาทสัมผัสอื่น ๆ จากนั้นจึงเกิดการคิด ทบทวนข้อมูลทั้งหมดในสมอง และประมวลเข้ากับประสบการณ์เดิม ๆ ที่มี แล้วจึงประเมินสถานการณ์ เพื่อทำการติดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้น ๆ และประการที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การได้รับประสบการณ์ใหม่ไปในทางเดียวกัน
กระบวนการเรียนรู้เพื่อไปสู่อนาคตนี้เอง ที่ควรมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ โดยการเน้นไปสู่ทั้งกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และกระบวนการเปลี่ยนแปลง ลงสู่การทำงานให้ดีที่สุด ด้วยการลงไม้ลงมืออย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลที่ว่า “การเห็นและการได้ยิน ก็จะทำให้เกิดความสังวรต่อพฤติกรรมใหม่ ๆ” และ “การเกิดของพฤติกรรมใหม่ ๆ นั้นจะเป็นไปได้ ก็จะต้องลงมือทำแต่เพียงอย่างเดียว” ซึ่งเป็นการเน้นถึงคุณค่า ที่ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่า คุณค่าของคนคือตัวเราเอง
และการลงมือทำให้เกิดกิจกรรมคุณค่า ให้เกิดเป็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์นี้เอง ก็จะเป็นหนทางในการเดินไปสู่อนาคต โดยมีกระบวนการเรียนรู้ที่วนเวียน (ดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้) ไปอย่างเป็นวัฏจักร ที่ไม่รู้จบ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นวงจรของการเรียนรู้คู่ประสบการณ์(Experiential Learning Cycle)
5. การวัดผลการเรียนรู้
0000การวัดผลการพัฒนาการเรียนรู้แบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ดังนี้
- การวัดผลเป็นรายบุคคล โดยเน้นไปที่ทักษะในการติดต่อสื่อความ เช่นการฉลาดคิด ฉลาดอ่าน ฉลาดเขียน และฟัง รวมทั้งทักษะในการทำงาน และทักษะในการเป็นผู้นำ
- การวัดผลตามกิจกรรม โดยเน้นที่ความสำเร็จตามเป้าหมายของแต่ละกิจกรรมอาทิ
00001. การลดรอบเวลา ในกระบวนงานต่าง ๆ เช่น รอบเวลาในการสั่งซื้อและการนำส่งสินค้า
00002. การลดปริมาณสิ้นค้าเสียหาย - สิ้นค้าคืน
00003. การเสริมสร้างสัมพันธภาพและความพึงพอใจแก่ลูกค้า
การวัดผลจากตัวระบบ ซึ่งเป็นวัดผลเชิงพัฒนาการของตัวระบบการบริหารต่าง ๆ ที่องค์กรได้นำเข้ามาใช้ปฏิบัติ
  เช่น
00001. แบบทดสอบ วิธีวัดค่าองค์กรอัจฉริยะ
00002. แบบทดสอบ วิธีวัดค่าเชาว์อารมณ์
00003. แบบทดสอบ วิธีวัดค่าการบริหารเชิงคุณภาพรวม
0000ในการวัดผลการเรียนรู้นี้จำเป็นต้องทำเป็นระยะ ๆ ให้ต่อเนื่อง เพื่อจะได้ทราบแนวโน้มของพัฒนาการที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วและที่กำลังจะเกิดขึ้น ช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนกลวิธี และขั้นตอนการพัฒนาภูมิปัญญา ด้วยกิจกรรมคุณค่าต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้นจะเริ่มอย่างไร ?
ผศ.
ดร.ผสุ เดชะรินทร์ กล่าวไว้ดังนี้
00001. เริ่มจากการกำหนดกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร (Strategic Objectives )
00002. กำหนดวัตถุประสงค์ทางกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร ให้ชัดเจน
00003. กำหนดความรู้ที่สำคัญที่จะต้องใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางกลยุทธ์
00004. จัดทำแนวทางที่จะได้ข้อมูล
00005. ดำเนินการจัดเก็บศ.นพ.วิจารณ์ พานิช กล่าวไว้ดังนี้
00001. ตั้งเป้าพัฒนางาน
00002. ร่วมกันดำเนินการ (หาวิธีให้ได้มาซึ่งความรู้เช่น ฝึกอบรม ,ช่วยกันคิดหรือเรียนจากผู้อื่น)
00003. พัฒนาคุณภาพความรู้ และเก็บรวบรวม
00004. ดำเนินการจัดการความรู้ปัญหาที่สำคัญของการ บริหารความรู้ ( Knowledge Management ) อาทิเช่น
- การเริ่มต้นกันใหม่ที่จะพัฒนาภูมิปัญญา เนื่องจากขาดข้อมูลที่จะสะท้อนถึงสถานภาพที่เป็นจริง ในปัจจุบันทำให้ไม่มีโอกาสได้ทราบว่า ภูมิปัญญาใหม่ ๆ ที่เหมาะสม ตลอดจนแหล่งของวิทยาการและภูมิปัญญาทั้งปวง
- การจัดเก็บภูมิปัญญา อย่างเป็นระบบและครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งยังควรจะต้องทำให้ง่ายและสะดวกต่อการนำกลับมาใช้ในเวลาที่ต้องการ
- การเชื่อมต่อและการกระจายภูมิปัญญา ทั่วทั้งองค์กร ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานประจำวันได้อย่างแท้จริง
- การให้ความร่วมมือ สนับสนุน จากสมาชิกทุกคนในองค์กร ซึ่งควรเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยจะมีผลในเชิงบูรณาการต่อตัวบุคคลและองค์กร
 คำนิยาม
00001. ข้อมูล คือ ชุดของข้อเท็จจริงเชิงวัตถุสามารถมองเห็นได้ เมื่อใช้กับบริบทของบริษัท คำว่าข้อมูล หมายถึงบันทึกกิจกรรมทางธุรกรรมของบริษัทนั้น เวลาลูกค้าสักคนหนึ่งขับรถแวะเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อเติมน้ำมันกิจกรรมที่เกิดขึ้นสามารถอธิบายเป็นข้อมูลได้ นั่นคือ มันจะบอกเราได้ว่าลูกค้ารายนั้นเข้ามาซื้อนำมันเมื่อไหร่00002. สารสนเทศ คือ สาส์น ชนิดหนึ่ง เป็นสาส์นในรูปของเอกสารหรือสื่อด้านโสตทัศน์ และวิดีทัศน์ขึ้นชื่อว่าสาส์นก็ต้องมีทั้งผู้รับกับผู้ส่งเป็นของคู่กัน สารสนเทศมีเป้าหมายในการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับรู้บางสิ่งบางอย่างของผู้รับ หมายความว่ามันมีผลต่อการตัดสินใจของผู้รับ เพราะความหมายของสารสนเทศก็คือมันต้องบอกให้รู้ อันที่จริงมันก็คือข้อมูลที่มีความสำคัญนั่นเอง
เราสามารถเปลี่ยนข้อมูลเป็นสารสนเทศได้ด้วยการเติมคุณค่า ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. ทำให้มีบริบท หมายถึง เรารู้ว่าจะเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
2. ทำให้มีพวกย่อย หมายถึง เรารู้หน่วยแยกย่อยที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของข้อมูลนั้นได้
3. ทำให้เป็นตัวเลข หมายถึง ข้อมูลดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ได้ตามหลักคณิตศาสตร์หรือสถิติ
4. ทำให้ถูกต้อง หมายถึงต้องขจัดความผดพลาดออกจากข้อมูลได้
5. ทำให้มีความกระชับ หมายถึง สามารถสรุปข้อมูลให้ย่อลงได้
00003. ความรู้ คือ กรอบของการประสมประสานระหว่างประสบการณ์ ค่านิยม ความรอบรู้ในบริบท และความรู้แจ้งการวัดผลจากตัวระบบ ซึ่งเป็นวัดผลเชิงพัฒนาการของตัวระบบการบริหารต่าง ๆ ที่องค์กรได้นำเข้ามาใช้ปฏิบัติรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ทั้งสองในรูปแบบของการเปลี่ยนรูปแบบเป็น 4 ส่วน คือ externalization, internalization, socialization ,และ combination เรียกว่าเกลียวความรู้ SECI ประกอบด้วย  <div align="center"><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="71%" class="MsoNormalTable" style="width: 71%; border: windowtext 1pt solid"><tbody>

 
Tacit Knowledge to Explicit Knowledge
Tacit Knowledge
From
Externalization
Socialization Explicit Knowledge Internalization Combination

</tbody></table></div> สามารถอธิบายได้ดังนี้
เริ่มต้นจากการ Socialization คือ การจัดให้คนมามีปฏิสัมพันธ์ (socialize) กันในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ฝังลึก tacit knowledge หรือประสบการณ์ ตามมาด้วยการ Externalization ซึ่งเป็นกระบวนการสื่อความรู้จากประสบการณ์ในการทำงานออกมาเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียนเท่ากับเป็นการเปลี่ยนความรู้ฝังลึกเป็นความรู้แจ้ง  explicit knowledge หรือความรู้ที่เข้ารหัส codified knowledge ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้โดยง่ายผ่านวิธีการด้านเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ กระบวนการผนวกรวมความรู้ชัดแจ้งเข้าด้วยกันเรียกว่าการ Combination ก็จะได้ความรู้ชัดแจ้งที่กว้างขวางและลึกซึ่งขึ้น กระบวนการสุดท้ายในวงจร SECI คือ Internalization ซึ่งเป็นการจารึกความรู้ชัดแจ้ง เป็นความรู้ที่ฝังสึกในสมองคน หรือฝังเข้าไปในผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการทำงาน
·       Socialization เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความรู้ที่ในรูปแบบที่เรียกว่า tacit knowledge เช่น ทักษะ แนวคิด เพื่อให้เกิดกระบวนการคิดและทักษะใหม่ ๆ ขึ้น
* Externalization เป็นกระบวนการเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบของ tacit knowledge ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถถ่ายทอดให้เข้าใจได้ง่าย รวมทั้งสามารถเก็บเป็นความรู้ขององค์กรได้เช่นเปลี่ยนความรู้หรือทักษะให้อยู่ในรูปแบบของรูปภาพ แผนผัง ฟังก์ชั่น หรือสมการ เป็นต้น
* Combination เป็นกระบวนการรวมความรู้ในแขนงต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อก่อให้เกิดการสร้างความรู้ใหม่
* Internalization เป็นกระบวนการเรียนรู้จากการกระทำซึ่งเป็นการเปลี่ยนความรู้ให้อยู่ในรูปของเอกสาร ให้อยู่ในรูปของทักษะหรือความสามารถของบุคคลหรือองค์กร
                  การจัดการความรู้                          ฟ การบริหารความรู้      ( Knowledge Management )

0000 ไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนและแน่นอน แต่ทุกคนในองค์กรต้องมีความเข้าใจและต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติ โดยมีผู้ให้คำจำกัดความไว้ ดังนี้
00001) เป็น กระบวนการที่องค์กรสร้างสรรคุณค่า(Value) โดยอาศัยทุนทางปัญญา ( Intellectual ) และ Knowledge - based assets โดยองค์กรจะต้องมีการสรรหา แบ่งปันความรู้ต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรอย่างสูงสุด (ผศ.ดร.ผสุ เดชะรินทร์ : บทบรรยาย การนำ Knowledge Management มาใช้ร่วมกับ Balanced Scorecard เพื่อพัฒนาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข .)
00002) เป็นกระบวนการบริหารที่เน้นการพัฒนากระบวนงาน (Business Process) ควบคู่กันไปกับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยทุกกระบวนงานจะต้องสัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นผลมาจากการขยายวง และการประสานความรอบรู้ ตลอดทั่วทั้งองค์กรอยู่ตลอดเวลา (ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช : บทบรรยาย แก่นของการจัดการความรู้ ณ ศูนย์บริการวิชาการ มข., 22มค.47.)00003) เป็นกระบวนการนำทุนปัญญาไปสร้างมูลค่า คุณค่าและเพิ่มพูนทุนปัญญา ในลักษณะของวงจรยกระดับ เกลียวความรู้ที่ไม่รู้จบ และใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคน (วีรวุธ มาฆะศิรานนท์ :หนังสือ การบริหารภูมิปัญญา)
- ทุกคนในองค์กรต้องมีคว
</font></span></strong>