จากบันทึกที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นจาก

ตามรอยโบราณสถานจากโบราณคดี (๑) : อโรคยาศาล

ตามรอยโบราณสถานจากโบราณคดี (๒) : อโรคยาศาล

อโรคยาศาล หรือ โรงพยาบาลขอม

    สิ่งก่อสร้างนี้จะถูกสร้างขึ้นทั่วราชอาณาจักรขอมตามตำราได้กล่าวไว้ว่า ที่ค้นพบจะสร้างระยะห่างกันประมาณ 30 กิโลเมตรในเส้นทางจากปราสาทหินต่างๆ เชื่อมต่อกับนครธม ซึ่งรวมทั้งในไทยภาคอีสาน ลพบุรี และเลยเข้ามาถึงปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรีล้วนอยู่ใต้อิทธิพลของขอม ผู้สร้างอโรคยาศาลจำนวนถึง 102 แห่งนี้คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างนครธม (อยู่ที่เสียมราฐใกล้ๆกับนครวัด)

Woramon7%5b1%5d

  รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งพระเจ้าชัยวรมันที่7ในพิพิธภัณฑ์ในเมืองเสียมเรียบ

    อโรคยาศาลนั้นสร้างขึ้นในระหว่าง พ.ศ. 1724-1758

Page008

ปราสาทหินที่พบในจังหวัดร้อยเอ็ด

 

<p style="text-align: center">Page007</p> <h5 style="text-align: center">ปราสาทหินที่พบในจังหวัดสุรินทร์</h5> <p style="text-align: center"> </p><div style="text-align: center">Page009</div><h5 style="text-align: center">ปราสาทหินที่พบในจังหวัดศรีสะเกษ</h5><p style="text-align: center"> </p><h4> อโรคยาศาล  จะมีลักษณะคล้ายๆกัน ประกอบด้วย</h4><p align="center">Cats001</p><h5 align="center">รูปปั้นเทพเจ้าและแท่นบูชาที่มักพบในปรางค์ประธาน</h5><h4> ปรางค์ประธาน ภายในอาคารมีแท่นประดิษฐานรูปเคารพหมายถึงเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาของพราหมณ์มี ๓ องค์ คือ พระพรหม พระอิศวรหรือพระศิวะ และพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ในการรับรู้โดยภาพรวมเทพเจ้าทั้งสามมีหน้าที่ต่างกัน คือ การให้กำเนิดชีวิตและสรรพสิ่งต่างๆ การปกป้องคุ้มครองดูแลรักษา และการทำลายล้างสรรพสิ่งทั้งปวงเมื่อสิ้นยุค จากนั้นก็สร้างขึ้นอีกเมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ อาคารด้านหน้าที่เรียกว่า บรรณาลัย จะตั้งอยู่ด้านหน้าและใช้เป็นห้องเก็บคัมภีร์ตำราที่ใช้ในพิธีกรรม
 ล้อมรอบด้วย กำแพงแก้ว  มีประตูทางเข้าที่เรียกว่า โคปุระ ทางด้านหน้าเพียงแห่งเดียว บริเวณด้านนอกกำแพงมี บารายหรือสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ กรุด้วยศิลาแลงจะอยู่บริเวณด้านหน้าภายนอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ</h4><div style="text-align: center"> 1178590467sn </div><h4>    การสร้างปราสาทหินและอโรคยาศาลสมัยขอมนั้น กษัตริย์พระเจ้าชัยวรมันที่ 7  เป็นนักสร้างชั้นยอด สร้างจนขอมอ่อนกำลัง ได้ถอยกลับไปสร้างพระราชวังอยู่ที่นครธมและอีกไม่กี่รัชสมัยก็หมดอำนาจ ซึ่งเปลี่ยนฐานความเจริญและฐานอำนาจมาอยู่ด้านไทยตรงกับสมัยสุโขทัยเริ่มรุ่งเรืองและมีอำนาจเหนือขอมและพระพุทธศาสนาได้แพร่ขยายมาครอบคลุมพื้นที่ในเขตเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงยุคปัจจุบัน </h4><h4>ที่มา: บุหลง ศรีกนก.,พิเศษ เจียจันทรพงษ์ ,www.bloggang.com/mainblog.php?id=derek
</h4>