วันหยุดนี้เอาเรื่องเบาๆมาฝากเพื่อนๆกัน ก็เรื่องช้างนั่นแหละครับ ช้างที่ว่านี้ไม่ใช่ช้างสี่ขา นั่นไม่ใช่เบาครับหนักถึงหนักมาก แต่เป็นกล้วยไม้พันธุ์ช้างครับ ผมมีอยู่สี่ต้น ไหนๆก็เรียกช้างแล้วจะใช้สรรพนามว่าเชือกกันเล่นๆก็ได้ เน๊าะ.. ช้างพวกนี้ผมได้มาจากแม่ค้าขายริมโขงมุกดาหารครับ ก็ตลาดอินโดจีนนั่นแหละ หลายท่านเคยไปมาแล้ว ใครจะไปมุกดาหารก็ต้องไปตลาดอินโดจีน เพราะเป็นแหล่งขายสินค้าจากลาว เวียตนามและจีน จุ๊ จุ๊...หลายอย่างก็ผลิตในบ้านเรานี่แหละแล้วก็ขนไปขายที่นั่น เกือบร้อยละแปดสิบเจ้าของร้านค้าเหล่านี้คือชาวเวียตอพยพที่ตั้งหน้าทำมาหากินจนร่ำรวยแล้ว บางรายก็มาจากภาคต่างๆของไทยเราก็มี อย่างร้านเจ๊หลินนี่ มาจากสุพรรณบุรี ผมเป็นลูกค้าประจำอยู่ เพราะคุยถูกใจเจ๊ละก้อ ลดราคาไม่อั้น อิอิ. 

ในบรรดาสินค้าที่ตลาดอินโดจีนนี้ มีชาวบ้านท้องถิ่นเอากล้วยไม้มานั่งกองขายกันหลายเจ้าครับ ไม่ใช่แอบไปเอามาจากป่าเมืองไทยนะครับ โน่นมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงโน่น เข้ามาทางด่านอุบลราชธานีที่เปิดเป็นตลาดใหญ่ทุกเรื่องธุรกิจนับสิบล้านร้อยล้านต่อวัน รวมทั้งกล้วยไม้ด้วย  แม่ค้าก็ไปรับมาแล้วมาวางขายฟุตปาตที่ตลาดอินโดจีน และทั่วไป ทราบว่าเข้าไปถึงตลาดจตุจักรด้วย  ผิดกฎหมายครับ นานนานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็พาตำรวจมาจับซะที วันรุ่งขึ้นเจ๊ก็เอามาวางขายใหม่ ที่เดิมแหละ..??  

ช้างกระ แบบมีแต้มจุดใหญ่ปลายกลีบดอก 

ป่าเมืองเมืองไทยแถบมุกดาหารไม่มีการลักลอบมาขายบ้างหรือ มีครับแต่น้อยเต็มทีด้วยสองเหตุผลคือ หนึ่ง กล้วยไม้บ้านเราถูกทึ้งจากป่าออกมาขายนานแล้วจนหมดป่าแล้ว เหลือแต่กะเลวกะลาด เศษเลยไม่สวยงาม สอง ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าชุมชนมีคณะกรรมการที่เป็นชาวบ้านดูแลอยู่ จะมีการปรับไหมหากจับได้ ก็ไม่คุ้มกันครับ นับเป็นเรื่องดีมากที่มีป่าชุมชนและคณะกรรมการทำหน้าที่ของเขา 

เชือกนี้เขาเรียก ช้างกระ 

ส่วนเจ้าช้างสี่เชือกที่ผมได้มานี่ ก็ตั้งแต่สมัยแรกๆไปอยู่มุกดาหารเมื่อ  6 ปีก่อนโน้นไปเดินริมโขงแล้วก็ซื้อมา  หลังจากนั้นก็ตะขิดตะขวงใจ ไม่ได้ซื้ออีกเลย ที่ซื้อจริงๆก็ตามงานเกษตรแฟร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดนั่นแหละ เพราะส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้ที่เขาเพาะขึ้นมา ไม่ได้เอามาจากป่าแล้ว ทั้งเพาะเมล็ดและใช้เทคนิค tissue culture อย่างช้างแดงเชือกที่ผมมีอยู่นี่ ได้ยินชื่อมานานว่ามีช้างแดงแต่ไม่เคยเห็นของจริง เดินเกษตรแฟร์เห็นพ่อค้าเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้จากนครปฐมมาวางขายเลยอดใจไม่ได้คว้าเอามาซะ 1 เชือก ผมไม่บอกราคานะเดี๋ยวคนข้างกายตีผมตาย อิอิ.. เจ้าช้างเผือกนี่ก็เช่นกัน ส่วนช้างกระ ช้างประหลาดนั่นได้มาจากมุกดาหารริมโขงอย่างว่าแหละ  

 เชือกนี้เขาเรียก ช้างประหลาด

ถามว่าชอบช้างเชือกไหน ผมชอบหมดเลย รักหมดเลยไม่ลำเอียงเหมือนเมียหลวงเมียน้อย รักทุกคน....เอ้ย... รักทุกเชือก ก็เธอห้อมหอม..โดยเฉพาะช้างแดงนี่กลิ่นหอมแรงกว่าเพื่อน เข้าใกล้ละก็ผมเป็นจุมพิตเธอไม่ได้หยุด ถ้าเป็นคนก็คงโดยหยิกไปหลายตลบแล้ว มาหอมอยู่ได้  เจ้าช้างกระนี่ ช่างแต่งตัวนะ เอาสีม่วงไปแต้มโน่นแต้มนี่ทั่วตัวไปหมด บางช่อดอกก็เป็นจุดเล็กๆที่กลีบใบและกลีบดอก บางช่อดอกก็มีแต้มจุดใหญ่ เธอคงว่าของเธอเซ๊กซี่ที่สุดแล้วนะเนี่ยะ อย่างสาวช้างประหลาดนี่เธอเด่นไปอีกแบบนะครับ แบบแต่งแต้มเล็กๆที่กลีบดอก นิดหน่อย พอเป็นพิธี ที่กลีบใบนั่นขาวบริสุทธิ์ แต้มเล็กๆนั่นเหมือนสาวมีกระบนใบหน้า ผมว่าน่ารักดีนะครับ ก็มันชอบซะอย่าง..ไงๆเธอก็สวย

ช้างเผือกเจ้าค่ะ 

ส่วนสาวตัวนี้ช้างเผือก เธอเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย ไม่นิยมแต่งแต้มสีสันใดๆลงไป ดูสุขุมเหมือนห่มขาว ดั่งผู้ทรงศีล ชื่นใจ สบายตา เมื่อมองทั้งช่อเป็นพวงเหมือนแม่ชีกำลังทำสมาธิ บำเพ็ญวิปัสสนากันน่ะครับ   

ช้างแดง (แดงจนดำ) 

ที่ร้อนแรงที่สุดดูจะเป็นช้างเชือกสีแดงนี่ เอกสารเขาว่าสีม่วงแดงแก่เข้มจนออกดำๆ ถ่ายรูปออกมาหาสวยยากเพราะมันดำ และสะท้อนเงาที่เรียกว่าดำเป็นมันไปหมด ต้องเปลี่ยนมุมโน้นมุมนี้กว่าจะได้มานี่ ลบทิ้งไปเยอะทีเดียว เธอเด่นเพราะกล่าวกันว่าในธรรมชาติหายากมากที่สุด ดูจะไม่มีแล้วหละ ที่มีอยู่ก็เพาะขายกันเป็นล่ำเป็นสัน ผมว่าฟอร์มเขาไม่สวยเท่าช้างกระ เพราะเธอกอดกันแน่นเกินไป แต่เธอหอมที่สุด นั่งทำงานห้องข้างล่างงี้หอมเข้ามาในห้องให้คิดถึงเชียว  

เห็นเขาว่ายังมีช้างอีกหลายพันธุ์ เช่นช้างดำ ช้างพลายอีกนะครับ ผมไม่มีหรอก แต่หาซื้อหนังสือมาเปิดดูเพลินๆน่ะแหละ    

แถมท้ายด้วยสาวบรรเจิดรายนี้ เธอไม่ใช่ช้าง ไม่รู้จักชื่อเธอหรอก อยากจะตั้งชื่อให้เธอ กลัวเดี๋ยวนักพฤกศาสตร์มาพบเข้าจะว่าผมเอาว่าไม่มีชื่ออยู่ในสาระบบ เธอเข้ามาอาศัยบ้านผมก็เพราะติดมาจากงานเกษตรแฟร์นั่นแหละ เธอขอมาอยู่ด้วย ก็เลยว่า เออสีเธอแปลกดี ก็รับเอาไว้ให้เธอเกาะต้นปีบอยู่ แหมโตวันโตคืนเชียว... 

ใครอย่ามาถามความรู้เรื่องช้าง หรือกล้วยไม้ผมเลยนะครับ เดี๋ยวอาจารย์ภูคาจะค้อนผม อิ อิ..

สบายๆวันหยุดน่ะครับท่านที่รักครับ..