ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์เป็นศูนย์กลาง/ไม่ต้องใช้ รพ. เป็นที่ตั้ง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน

ใน 1 ปีที่ผ่านไปผมเขียนบันทึกใน blog นี้ทั้งหมด 16 บันทึก ผมมาประมวลทั้งหมดว่าผมคิด/เขียนอะไรไป+รู้สึกอย่างไรจึงเขียนลงไป

มีบันทึกประชาสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากมายอยู่ 3 บันทึกนอกนั้นก็เป็นบันทึกเกี่ยวกับคนไข้+ประสบการณ์ทำงาน

3 บันทึกแรกได้แก่ ประสบการณ์ fammed มีสามตอน เป็นเหมือนบันทึกย้อนอดีตมองตัวเองว่า "ทำไมจึงมีแรงบันดาลใจอยากทำงาน primary care/เป็นที่มาของตัวตนของผม" มองอดีตจากมุมมองปัจจุบันแล้วรู้สึกว่าความคิดเวลานั้นยังไม่ตกผลึกเท่าไร และยังมองไม่รอบด้าน

บันทึกที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ผู้ชายตัวใหญ่ หัวใจ panic เป็นบันทึกที่มี 2 ตอน เป็นเรื่องราวของผู้ชายที่เป็นโรคพานิค ในปัจจุบันผู้ป่วยกับผมยังพบกันสม่ำเสมอ ผู้ป่วยบอกผมว่า "ความรู้เกี่ยวกับโรคพานิคแน่นแล้ว แต่ภาคปฏิบัติยังสอบไม่ผ่าน คือยังกลัวอยู่ "

ผมบอกเขาว่า "ในสนามรบคุณรบคนเดี่ยว ผมเป็นเพียงผู้ที่เตรียมอาวุธให้คุณสู้กับความกลัว แต่คุณจะหายกลัวหรือไม่ ขึ้นกับตัวเอง"

บันทึกที่ผมชอบที่สุด คือ หนึ่งวันของผม  เป็นบันทึกที่กลับไปอ่านแล้วก็ยิ้มทุกครับ เพราะเป็นอารมณ์ขันที่เกิดในงาน เป็นเรื่องสนุก+อิ่มใจ ตอนไปเยี่ยมบ้าน

บันทึกที่เกี่ยวกับการทำงานเป็นทีมที่ผมชอบคือ กลุ่มเบาหวานแม่กาษา 2 ปี แห่งความสุข ตอนที่ 1  และ เบาหวานในทัศนะของผม (แม่กาษา ตอนที่ 2)  ผมใช้เวลาทำงานนี้ 2 ปีอย่างต่อเนื่องจนเกิดกลุ่มที่เป็นธรรมชาติ และเกิดการเปลี่ยนวิถีการดูแลผู้ป่วยเบาหวานว่าไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์เป็นศูนย์กลาง/ไม่ต้องใช้ รพ. เป็นที่ตั้ง(แต่คนอ่านไม่มากนัก)

บันทึก "คุณหมอคะ ฉันนอนไม่หลับ"  เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติ แต่ใช้ family med approach อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ผู้ป่วยยังติดตามอาการต่อเนื่องและอาการดีขึ้น

สรุป

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ผมเขียนบันทึกได้น้อย เพราะ ส่วนใหญ่จะเขียนใน รัก palliative มากกว่า นั่นไม่ได้แปลว่าผมสนใจงาน primary care น้อยลง แต่เรื่องที่โดนใจ+สะเทือนใจมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย

ขอบคุณสำหรับ ทุกความเห็น พบกันใหม่ปีหน้าครับ