ชีวิตมีหลายมุมมอง แล้วแต่ว่าจะใส่แว่นตาสีอะไร หากเราเปลี่ยนสีแว่นเราก็จะเห็นว่าวัตถุที่เราเคยเห็นเป็นหนึ่งนั้นมันเปลี่ยนเป็นสีอื่นไปแล้ว  ยิ่งหากย้ายจุดยืนมองวัตถุเดิม รูปร่างลักษณะต่างๆก็เปลี่ยนแปลงไป ทั้งๆที่วัตถุนั้นยังคงเดิมๆอยู่ 

แม้ว่าผมจะรู้สึกห่วงเมืองหลวงพระบาง มรดกโลกที่ทราบข้อมูลว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้  แต่ผมก็ประทับใจหลวงพระบางในหลายมุม โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพระราชวังของสมเด็จเจ้ามหาชีวิต ซึ่งปัจจุบันทำเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ     

หากเราเดินเข้าประตูไปและยืนตรงนั้น เบื้องหน้าเราคือทิวต้นตาลคู่ซ้ายขวาอยู่เบื้องหน้ามหาราชวัง  หากมองไปทางขวามือก็คืออาคารประดิษฐานพระบาง ที่คู่กับพระแก้วมรกตในอดีต สวยงามไม่มีที่ติ ลวดลายต่างๆคุ้นหน้าคุ้นตาเราเพราะเป็นช่างสกุลเดียวกัน หากมองไปทางซ้ายมือจะเป็นโรงละครแห่งชาติ ที่ผมไม่ทีโอกาสซื้อตั๋วเข้าไปชม ทั้งที่ใจอยากจะชม 

ผมชื่นชมต้นตาลสองแถวคู่ที่อยู่หน้าพระราชวังนั้น อายุคงมากแล้วแต่ก็ไม่โต ไม่สูงเหมือนบ้านเรา ผมเห็นว่าระหว่างต้นเก่านั้นเขาปลูกต้นใหม่ๆแซม เผื่อว่าต้นเก่าถึงแก่อายุขัยต้นใหม่ก็มาแทนที่  ก็ยังเป็นต้นตาล ???? แทนที่จะเป็นพรรณไม้หายากแถบอาฟริกาที่ราคาแสนแพง ที่เศรษฐีเมืองไทยเอามาปลูกอวดร่ำอวดรวย อวดบารมีเงินทองกัน  แต่เจ้ามหาชีวิตลาวปลูกต้นตาล??? อันเป็นความงามธรรมดาๆ และไม่แปลกแยกไปกับประชาชน 

ทางซ้ายมือที่ผมกล่าวเป็นโรงละครแห่งชาติชื่อ พะลักพะลามก็คงเดาออกนะครับว่ามีชื่อภาษาไทยว่าอย่างไร ผมเห็นคุณยายแก่ๆเดินเข้าไปในโรงละครนี้หลายคนแล้วทั้งชาย หญิง แต่ผู้หญิงดูจะมากกว่า  หลังจากที่ผมอ่านข้อความบนกระดานแล้ว ผมก็ตัดสินใจเดินไปทักคุณยายสองท่านนุ่งผ้าซิ่นที่กำลังเดินจะไปโรงละครนั่น  คุณยายมาดูละครหรือครับ ราคาเท่าไหร่ เล่นนานไหม คุณยายมาดูบ่อยไหม สนุกไหม ในที่สุดคุณยายตอบมาว่า ยายมาทุกครั้งที่มีการแสดง แต่ไม่ได้มาดูหรอก ยายมาผูกแขนแขกที่มาชมละครตอนเสร็จแล้ว...???? โฮ..สุดยอดจริงๆ เอาวัฒนธรรมพื้นบ้านมาแสดงให้แขกได้สัมผัสในความหมายดีๆ ที่ประโลมโลก  ฝรั่งมังค่าก็เดินชูแขนที่มีด้ายดิบผูกออกมา อย่างภูมิอกภูมิใจหลาย...   

วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับเมืองไทย พวกเราเดินเข้าวังอีกครั้ง คราวนี้ติดกลุ่มคนสูงอายุจากเมืองไทยชมมหาราชวังโดยมีมัคคุเทศก์สาวลาวเดินอธิบาย เราถือโอกาสเกาะกลุ่มไปด้วยเพื่อฟังการบรรยายนั่น  วังของท่านเจ้ามหาชีวิต แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าไหร่นัก แต่ก็หรูหรา พิสดาร อลังการ มาก ส่วนใหญ่เป็นการวาดถึงเรื่องราวต่างๆที่มีความหมายแก่พระราชประวัติ พุทธศาสนา ลวดลายต่างๆนั้นใช้กระจกสีค่อยๆตักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาประกอบเป็นรูปร่างต่างๆอย่างละเอียดงดงาม 

ผมได้ยินมัคคุเทศก์สาวกล่าวว่า ...นี่เป็นรูปแสดงฮีต-คองอันเป็นประเพณีเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง...  ผมหูผึ่ง รีบเดินเข้าไปดูแล้วก็เห็นกระจกสีที่ตกแต่งเป็นเรื่องราวต่างๆ...ไม่มีคำซักถามจากคนไทยกลุ่มนั้น ต่างเดินตามกันไปต้อยๆ มีคุยกันเองบ้างถึงความงามของสิ่งนั้นสิ่งนี้ ... 

ผมทนไม่ได้เดินเข้าไปใกล้มัคคุเทศก์แล้วยกมือถามว่า คุณคนสวยเจ้าขา..ฮีต-คองที่แสดงตะกี้เป็นฮีต-คองที่ใช้กันปัจจุบัน และเป็นอันเดียวกันกับของชาวอีสานในเมืองไทยไหม  เธอตอบอย่างฉะฉานว่า ใช่ค่ะ     

ผมนึกถึงอะไรต่ออะไรในใจมากมาย

1)     นี่ฮีต-คองอันเดียวกันกับของอีสานก็เข้าใจได้เพราะอีสานบ้านเราก็เป็นอดีตอาณาจักรล้านช้างอยู่ด้วย

2)     แต่ฮีต-คองมีความสำคัญสูงมากที่ท่านเจ้ามหาชีวิตอัญเชิญขึ้นผนังพระบรมมหาราชวัง

3)     ผมนึกถึงคุณยายนุ่งผ้าซิ่นมาผูกข้อมือแขกที่มาชมละคร 

4)     ผมนึกถึงสาวสวยที่เป็นหน้าห้องท่านรองเจ้าแขวงหลวงพระบางที่เมื่อเช้าเข้าไปพบท่าน เธอนุ่งสิ้นมาทำงาน และเราก็เห็นสาวลาวนุ่งซิ่นกันทั้งประเทศ

5)     ผมได้ยินผู้ชายทั้งหมดพูดคำว่า เจ้า  เจ้า กับทุกคน ฟังแล้วมันไพเราะเสนาะหู น่ารัก อ่อนหวาน อ่อนน้อม เป็นมิตร 

เพราะการให้ความสำคัญของเจ้ามหาชีวิตต่อฮีต-คอง วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของบ้านเมือง การที่ประชาชนซึมซับผ่านการกระทำ ในวิถีชีวิตที่สะสมจนเข้าสายเลือดไปแล้ว 

หลวงพระบางช่างร่ำรวย มั่งคั่งด้วยวัฒนธรรม ประเพณีเสียนี่กระไร หลวงพระบางมั่งคั่งด้วยทุนทางสังคมที่เผื่อแผ่ แสดงออกแก่ทุกคนที่ไปเยือน

ความจริงบ้านเราก็มีสภาพเช่นนี้มาก่อน แต่มันหายไปแล้ว เรากลับมาโหยหา  น่าจะส่งท่านผู้เกี่ยวข้องไปซึมซับมรดกโลกชิ้นนี้เหลือเกิน  หรือไปแล้วแต่มองไม่เห็น ก็ไม่รู้นะ....อิอิ..